thansettakij
thansettakij
‘เป็นกลาง’ระหว่าง2ขั้วขัดแย้ง

‘เป็นกลาง’ระหว่าง2ขั้วขัดแย้ง

05 ก.พ. 60 | 00:00 น.
colum14-3233-a สังคมที่ไม่มีใคร? ยอมรับผิดนั้น การปรองดองมีค่ากว่าการผายลมไม่มากนัก เพราะทุกฝ่ายไม่มีความรัก ความเห็นอกเห็นใจและสงสารกัน....เหมือนเอาผลไม้อ่อนมาบ่มให้สุกก่อนห่าม ย่อมไม่มีรสหอมหวานชวนรับประทานฉันนั้น!!!!

วันที่ 28 มกราคมที่ผ่านมา สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ 1,380 คน ประเด็นการปรองดองในทัศนะของประชาชน โดยถามถึงสาเหตุของความแตกแยก และวิธีสร้างความปรองดอง พบว่า 75.22% เชื่อมาจากความคิดเห็น มุมมองที่ไม่ตรงกัน....

ส่วนวิธีสร้างความปรองดอง คือยอมรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ใจเย็น ลดทิฐิ ไม่ใช้อารมณ์ตัดสินปัญหา นึกถึงประโยชน์ของส่วนรวม ฯลฯ

74.35% เชื่อว่ามาจากอำนาจและผลประโยชน์ วิธีสร้างความปองดอง คือ สร้างจิตสำนึกคุณธรรมจริยธรรม ไม่เห็นแก่ผลประโยชน์ มีบทลงโทษที่รุนแรง และมีการตรวจสอบการทำงาน ฯลฯ

70.22% เชื่อว่ามาจากความขัดแย้งทางการเมือง ส่วนวิธีสร้างความปรองดอง คือทุกฝ่ายต้องหันหน้าเข้าหากัน "ไม่ว่าร้าย - ถอยคนละก้าว ร่วมมือกันทำงานเพื่อบ้านเมือง ฯลฯ

65.65% กฎหมายไม่เคร่งครัด 2 มาตรฐาน ส่วนวิธีสร้างความปรองดอง คือ มีกฎหมายที่เป็นธรรม บังคับใช้กับทุกคน ทุกกลุ่มอย่างเสมอภาค เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างตรงไปตรงมา ฯลฯ

และ 62.83% เชื่อว่ามาจากการยุยง ใส่ร้ายป้ายสี ให้ "ข้อมูล" ที่บิดเบือน ส่วนวิธีสร้างความปรองดอง คือใช้สติและวิจารณญาณในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ไม่ฟังความข้างเดียว ความทั้ง "สื่อ" เอง ต้องเป็นกลางและเสนอข่าวที่เป็นจริง ฯลฯ

เมื่อถามว่าใคร? ที่ควรจะเป็นแกนนำในการสร้างความปรองดอง 81.30% พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี 76.52% ข้าราชการ 71.74% ผู้นำท้องถิ่น หรือชุมชน 68.70% รัฐบาล และ 65.22% นักการเมือง
เมื่อถามถึง ผลดีที่เป็นรูปธรรมซึ่งเกิดจากการปรองดอง พบว่า 83.26% ต้องการให้บ้านเมืองสงบ ไม่มีชุมนุมประท้วง 77.83% ภาพลักษณ์ของประเทศดีขึ้น 69.57% บ้านเมืองมั่นคง มีเสถียรภาพ 67.39% ทุกคนทุกฝ่ายรักและสามัคคีกัน และ 60.22% ประชาชนมีความสุข ไม่เครียด

และเมื่อถามถึง ผลเสียที่จะเกิดขึ้น ถ้าผลการปรองดองไม่สำเร็จ พบว่า 86.30% ยังคงมีการทะเลาะเบาะแว้ง แบ่งฝ่าย 84.78% เศรษฐกิจแย่ การค้าการลงทุนชะงัก 80.00% ประเทศไม่พัฒนา ทำงานขัดแย้งกัน 75.65 % เกิดการทุจริต คอรัปชั่นมากขึ้น และ 57.61 % สังคมเสื่อม คนขาดศีลธรรม

ประเด็นที่น่าสนใจของผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนหรือ "สวนดุสิตโพล" ครั้งนี้ ก็คือ

คำถามที่ว่าใคร? คู่ควรที่จะเป็นแกนนำการสร้างความปรองดอง ซึ่งประชาชน 81.30% หนุน "ลุงตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เป็นแกนนำปรองดอง ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ คสช.และครม. มอบหมายให้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้รับผิดชอบงานนี้!?!?

ว่ากันตามจริง....หากประชาชนทั่วไปยังถือหางให้ "ลุงตู่" สร้างความปรองดองด้วยตัวเลข 75.22 % จริงๆ ผมก็ว่า คสช.และรัฐบาลก็ไม่ควรให้ความสนใจตัวเลข 24.78 % ที่ไม่สนับสนุนหรอกนะครับ เอาเวลาที่เหลืออยู่ทั้งหมดไปแก้ปัญหาเรื่องอื่น?ที่สำคัญของชาติบ้านเมืองไม่ดีกว่าหรือครับ

คสช.ยึดอำนาจจัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศมานานถึง 3 ปีแล้ว ทำไม?เพิ่งมาสนใจและตั้ง "คณะกรรมการปรองดอง" กันตอนนี้ เพราะถ้าจริงใจจะให้เกิดการปรองดองในบ้านเมืองจริงๆ ก็ควรดำเนินการตั้งแต่เริ่มแรกแล้ว และคงไม่ปล่อยเวลาให้ทอดยาวถึง 3 ปีแน่นอน

ครับ วันนี้เรามีปัญหาต่างๆ มากมายจนเกินพอแล้ว "ลุงตู่ + รัฐบาล" อย่าเอาเวลาที่เหลือไปสนใจปัญหาปลีกย่อย หรือเรื่องที่ไม่สำคัญอีกเลย เพราะตอนนี้ มองไปทางไหน? ก็มีแต่ความหวาดหวั่นใจ ถ้าปล่อยสถานการณ์ไปเรื่อยๆ แบบนี้ ผมเกรงว่า ความนิยมที่ท่านและรัฐบาลได้รับจากประชาชนก็จะเสื่อมไปเร็วขึ้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,231 วันที่ 5 - 8 กุมภาพันธ์ 2560