
ผู้เลี้ยงหมูโอด ข้าวโพดหายาก-แพงเวอร์ ดันต้นทุนกระฉูด ร้องพาณิชย์ 14 มิ.ย.
ผู้เลี้ยงหมูโอด ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หายากและแพงขึ้นทุกวัน ดันต้นทุนผสมอาหารพุ่ง สวนทางราคาหมูยังขายได้ไม่คุ้มทุน วอนรัฐช่วยตรวจสต๊อก ตามหาข้าวโพดทั่วประเทศหายไปไหน ยอมรับท้ออาจต้องเลิกอาชีพ เตรียมยื่นหนังสือกระทรวงพาณิชย์เร่งแก้ปัญหา 14 มิ.ย.
นางยุพิณ หลิ่มเกื้อ เกษตรกรผู้เลี้ยงหมู ใน อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เผยว่า ขณะนี้หาข้าวโพดมาผสมอาหารหมูเองได้ยากมาก และแม้จะหาได้แต่ราคาก็แพงมาก ปัจจุบันข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อยู่ที่กิโลกรัม (กก.) ละ 12 บาท ทำให้ต้นทุนการเลี้ยงสูงขึ้นมาก ซึ่งตนและเพื่อนเกษตรกรต่างเผชิญปัญหาเดียวกันโดยถ้วนหน้า ไม่เข้าใจข้าวโพดหายไปไหน ขอให้ภาครัฐช่วยแก้ปัญหาเร่งด่วน
ปัจจุบันลำพังการเลี้ยงหมูก็ลำบากมากอยู่แล้ว เจอทั้งหมูเถื่อน และราคาขายหมูที่เกษตรกรได้รับยังไม่คุ้มต้นทุน โดยต้นทุนอยู่ที่กก.ละ 80-82 บาท แต่ขายหมูได้แค่ 68-72 บาท ต่อ กก. และยังต้องมาเจอกับค่าข้าวโพดสูง ทำต้นทุนสูงขึ้นอีก และยังหาข้าวโพดยาก หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ตนคงต้องเลี้ยงหมูรุ่นนี้เป็นรุ่นสุดท้าย ก่อนพักเล้ายาว
ทั้งนี้ ขอเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่กำกับดูแล ช่วยตรวจสอบสต๊อกข้าวโพดทั่วประเทศอย่างเร่งด่วน เพื่อตามหาข้าวโพด และแก้ปัญหาให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ก่อนต้องยกธงขาวยอมแพ้ เลิกเลี้ยงกันหมด
“ราคาข้าวโพดปัจจุบันอยู่ที่กิโลกรัมละ 12 บาท สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกวัน จากเดือนที่แล้วราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 10.30 บาท เพิ่มขึ้นถึงกิโลกรัมละ 1.70 บาท ซึ่งข้าวโพดถือเป็นต้นทุนสำคัญในการเลี้ยงหมู เนื่องจากสัดส่วนการใช้ข้าวโพดในการผสมอาหารสัตว์นั้น เป็นสัดส่วนที่มากที่สุดราว 30-40% การที่ข้าวโพดขาดตลาดและมีราคาแพงจึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเลี้ยงสัตว์ของเกษตรกร”
นางยุพิณ กล่าวอีกว่า ขนาดมาตรการของภาครัฐ ให้ซื้อเฉพาะข้าวโพดที่ไม่ผ่านการเผาตอยังไม่ถูกบังคับใช้ ยังหาข้าวโพดยากขนาดนี้ หากมาตรการมีผลบังคับใช้เมื่อไร จะตามหาข้าวโพดมาตรฐาน หรือจะหาวัตถุดิบอื่นทดแทนให้พอใช้ได้อย่างไร จากความเดือดร้อนดังกล่าว กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยจังหวัดราชบุรี จะเข้ายื่นหนังสือขอความช่วยเหลือจากภาครัฐ ที่กระทรวงพาณิชย์ในวันที่ 14 มิถุนายนนี้






