
หมูเถื่อนสะเทือนหมูไทย ปัญหาส่วยแก้ไม่หาย
ปัญหาหมูเถื่อนสะเทือนหมูไทย ล่าสุดในปีนี้มีการจับกุมหมูเถื่อนแล้วกว่า 4.7 ล้านกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 10 เท่าจากปีที่แล้ว พบเจ้าหน้าที่รัฐ มีส่วนเกี่ยวข้องเพียบ สะท้อนปัญหาส่วยแก้ไม่หาย
หลังจากที่นายเศรษฐา ทวีสิน เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้จัดตั้งรัฐบาลและเริ่มทำงานมาแล้วเกือบ 3 เดือน ได้มีการให้ความสำคัญ กับปัญหาหมูเถื่อนเป็นอย่างมาก สะท้อนจากข้อสั่งการตั้งแต่เริ่มต้นปฏิบัติหน้าที่
ย้อนข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี “หมูเถื่อน”
12 ต.ค. 66
- นายกฯ แจงที่รัฐสภา ประสานอธิบดีกรมศุลกากร เชิญเจ้าหน้าที่สอบถามข้อมูลและพยายามให้มีแผนจัดการโดยเร็ว
15 ต.ค. 66
- เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมหาแนวทางแก้ไข ปัญหาการลักลอบนำเข้าเนื้อสัตว์
- สั่งเร่งรัดติดตามการดำเนินคดี ยึดทรัพย์ ผู้กระทำความผิดและสนับสนุนการกระทำความผิด
23 ต.ค. 66
- นายกฯ สั่งการกระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปราบปรามหมูเถื่อน
- ให้ ธ.ก.ส. และกรมปศุสัตว์ ช่วยให้ทุนกับผู้ค้าสุกรรายกลางและรายย่อย
12 พ.ย. 66
- ติดตามข้อสั่งการเร่งปราบปรามหมูเถื่อน
- นายกฯ ฉุนใส่อธิบดี DSI
หลังจากนั้นในวันที่ 14 พ.ย. ที่ผ่านมา กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) คุมตัว 2 พ่อลูก กลุ่มนายทุนผู้สั่งการนำเข้าหมูเถื่อน ที่ถูกออกหมายจับในข้อหาหลีกเลี่ยงภาษีอากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร และ ข้อหานำเข้าส่งออกสัตว์ หรือซากสัตว์ โดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ เข้าสอบปากคำ หลังเดินกลับจากต่างประเทศ
ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ให้ข้อมูลว่า นำเข้าหมูเถื่อนมาตั้งแต่ปี 2564 เมื่อสินค้ามาถึงไทย ต้องเคลียร์กับเจ้าหน้าที่ หากไม่เคลียร์จะไม่ได้ออกจากท่าเรือแหลมฉบัง โดยค่าใช้จ่ายที่เช่าวางตู้คอนเทนเนอร์ วันละ 3,000 บาท/วัน ดังนั้น ชิปปิ้งเอกชนก็ต้องนำเงินที่ได้รับจากนายทุน ไปเคลียร์กับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหายอมจำนนจ่ายค่าเคลียร์ของดังกล่าวเพื่อให้จบและสินค้าจะได้นำส่งไปตามออเดอร์ต่างๆ ได้ ไม่อย่างนั้นสินค้าจะเน่าเสีย คุณภาพของเนื้อหมูก็จะลดลง ถึงแม้จะอยู่ในที่ที่มีอากาศเย็นก็มีการคายน้ำในเนื้อหมูได้ ทำให้ยิ่งปล่อยไว้นานวัน ก็จะทำให้มีแต่เสียกับเสีย
ขบวนการหมูเถื่อน
สำหรับขบวนการหมูเถื่อนมีผู้ที่เกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการ 3 ส่วน ได้แก่ กลุ่มชิปปิ้ง เป็นบริษัทที่นำเข้าหมูเถื่อนมา , กลุ่มนายทุน บริษัทที่สั่งให้ชิปปิ้งนำเข้ามา และ กลุ่มห้องเย็น รับซื้อหมูจากนายทุน หรือบริษัทที่สั่งให้ชิปปิ้งนำเข้ามาและกระจายไปตามห้องเย็นจังหวัดต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบัน กลุ่มห้องเย็นยังไม่ปรากฏในข่าวว่าถูกจับกุม
สำหรับสถิติการจับกุมผู้ลักลอบนำเข้าหมูเถื่อน พบว่า ภายใน 1 ปี มีการจับกุมเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า โดยในปี งบประมาณ 2564 จับกุมได้เพียง 14 ราย น้ำหนัก 236,177 กิโลกรัม , ในปีงบประมาณ 2565 จับกุมได้ 25 ราย น้ำหนัก 431,660 กิโลกรัม และปีงบประมาณ 2566 จับกุมได้ 181 ราย น้ำหนักรวม 4,772,073 กิโลกรัม
ด้าน นายสุนทราภรณ์ สิงห์รีวงศ์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ กล่าวว่า หากประเมินจากแต่ละตู้ที่ขนเข้ามา น่าจะมีต้นทุนและกำไรรวมกันประมาณ 3,750,000 บาทต่อตู้ และการข่าวบอกว่ามีตู้เหล่านี้ มากถึง 2,000 ตู้ โดยในช่วงปี 65-66 เชื่อว่า ตอนนี้ตู้เหล่านั้นยังคงอยู่ที่ท่าเรือซุกซ่อนอยู่
ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานชุดปฏิบัติการณ์แก้หมูเถื่อน กล่าวว่า เรื่องของห้องเย็นเป็นเรื่องของปลายทาง แต่ต้นทางคือด่านต่างๆ ที่นำเข้ามา ซึ่งตอนนี้กระทรวงเกษตรฯ ได้จัดตั้งชุดปฏิบัติการพิเศษ นำโดยเจ้าหน้าที่จากฝ่ายความมั่นคงมาจัดการเพิ่มเติมแล้ว เพราะฉะนั้นขอเตือนไปยังข้าราชการในแต่ละอำเภอและจังหวัดทั่วประเทศว่า อย่าพลาด หากพลาดไปอนาคตทางราชการอาจจะดับได้




