
นายกฯ ดัน "ผ้าไหมไทยร่วมสมัย" รุก 3 ประเทศเจาะตลาดโลก
ภาครัฐ เผย นายกฯ หนุน “ผ้าไหมไทยร่วมสมัย” เจาะตลาดโลก รุก 3 ประเทศ ตั้งเป้าปี 66 อัพเกรด 24 ผลิตภัณฑ์ ดึงภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ – วัยทำงาน
นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สนับสนุน “ผ้าไหมไทยร่วมสมัย” ผ่านโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอด้วยการออกแบบเชิงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมสู่อีสานแฟชั่น มุ่งเน้นการพัฒนาเทคนิคการผลิตผ้าไหมรูปแบบใหม่ ให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ และวัยทำงาน สร้างภาพลักษณ์ให้ผลิตภัณฑ์มีความหรูหราและคุณภาพสูง มีลวดลายที่ประณีตสวยงาม พร้อมผลักดันให้เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ
“นายกรัฐมนตรีสนับสนุนการดำเนินการของโครงการดังกล่าว เชื่อมั่นว่าสามารถพัฒนา เพิ่มมูลค่าทางการตลาดให้กับผลิตภัณฑ์สิ่งทอ รวมทั้งส่งเสริมให้สอดคล้องต่อความต้องการของตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่ และตลาดต่างประเทศในระดับพรีเมี่ยม ทั้งนี้ เชื่อมั่นในศักยภาพสินค้า Soft Power ของไทย ผ่านการสร้างและนำเสนออัตลักษณ์ความเป็นไทยลงบนผืนผ้าให้เป็นที่รู้จักในตลาดโลก ซึ่งจะเป็นโอกาสที่ดีให้กับผู้ประกอบการไทย และสินค้าไทย ในการขยายโอกาสทางการตลาด” นายอนุชา กล่าว
ขยายตลาดผ้าไหม-ผ้าพื้นเมือง
ขณะเดียวกันสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ (สสท.) กระทรวงอุตสาหกรรม ยกระดับอุตสาหกรรมสิ่งทอและผ้าพื้นเมืองให้เติบโตและเข้มแข็ง ผ่านโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอด้วยการออกแบบเชิงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมสู่อีสานแฟชั่น
โดยดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2562 – 2565 ซึ่งเกิดผ้าไหมมัดหมี่ลวดลายใหม่กว่า 122 ลาย รวมทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า และเครื่องประดับ (Accessories) อีกกว่า 108 ผลิตภัณฑ์ ทำให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปผลิตและจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ เป็นการสร้างโอกาสทางการตลาด และขยายกลุ่มตลาดใหม่
ทั้งนี้ยังมีการพัฒนาผู้ประกอบการผ้าไหม และผู้ที่เกี่ยวข้องธุรกิจผ้าพื้นเมืองในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กว่า 1,618 คน เพื่อสร้างรายได้ สร้างงานให้ชุมชน รวมถึงสร้างโอกาสทางการตลาด และยอดขายในประเทศกว่า 6,635,456 บาท (เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาใหม่)
เตรียมเจาะตลาด 3 ประเทศ
ส่วนในปี 2566 โครงการพัฒนาผ้าไหมไทยร่วมสมัย (Premium Thai Silk) เป็นความร่วมมือของสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ (สสท.) กับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ หนองบัวลำภู สุรินทร์ ขอนแก่น และนครราชสีมา มุ่งเน้นการพัฒนาเทคนิคการผลิตผ้าไหมในรูปแบบใหม่ ให้กับผ้าไหมแพรวา ผ้าไหมขิด ผ้าไหมยกดอก ผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าไหมบาติก และผ้าไหมแต้ม
ด้วยการสร้างภาพลักษณ์ให้ผลิตภัณฑ์มีความหรูหราและคุณภาพสูง (Premium & High Quality) มีลวดลายที่ประณีตสวยงาม สร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างอัตลักษณ์ การจดจำผ้าไหมไทยให้เป็นที่รู้จักระดับสากล พร้อมยกระดับการผลิตจากชุมชนหรือ Local สู่ภาคอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ในปี 2566 กระทรวงอุตสาหกรรมมีเป้าหมายพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้จำนวน 24 ผลิตภัณฑ์ โดยมุ่งเน้นการออกแบบและผลิตผ้าไหมไทยร่วมสมัยแบบใหม่ ผสมผสานการใช้ทุนวัฒนธรรมและแนวโน้มของตลาด ให้เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ วัยทำงาน และขยายตลาดต่างประเทศไปสู่ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และอิตาลี
ผ้าไหมแต่ละกลุ่มวิสาหกิจชุมชนภาคอีสาน
สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นกลุ่มพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ สาขาสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม และผ้าไหมพื้นเมือง ได้แก่
- จังหวัดขอนแก่น : กลุ่มผ้าไหมมัดหมี่ย้อมสีธรรมชาติบ้านหนองหญ้าปล้อง (ผ้าไหมอีรี่มัดหมี่) วิสาหกิจชุมชนผ้าไหมมัดหมี่บ้านหัวฝาย (ผ้าไหมแต้ม)
- จังหวัดนครราชสีมา : กลุ่มหัตถกรรมผ้าไหมบ้านดู่ (ผ้าไหมมัดหมี่)
- จังหวัดหนองบัวลำภู : กลุ่มทอผ้าแม่เอื้อมคำ by เมเม่ (ผ้าไหมขิด)
- จังหวัดกาฬสินธุ์ : กลุ่มสตรีสหกรณ์บ้านโพนแพรวา (ผ้าไหมแพรวา)
- จังหวัดสุรินทร์ : กลุ่มสตรีทอผ้าไหมลายยกดอกบ้านดู่นาหนองไผ่ และกลุ่มจันทร์หอม (ผ้าไหมยกดอก)












