thansettakij
thansettakij
หอการค้า ชู 3 วาระพลิกเศรษฐกิจ ดัน AI-MSME-ลงทุนสีเขียว รับเวที IMF-ธนาคารโลก

หอการค้า เสนอ 3 วาระพลิกเศรษฐกิจ ดัน AI-MSME-ลงทุนสีเขียว รับเวที IMF-ธนาคารโลก

16 ต.ค. 69 | 06:53 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ต.ค. 69 | 07:48 น.

ดร.พจน์ ประธานหอการค้าไทย ชี้ไทยเป็นเจ้าภาพประชุม IMF-ธนาคารโลกปี 2026 สร้างโอกาสดึงดูดเงินลงทุนทั่วโลก พร้อมเสนอ 3 แนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย หวังต่อยอดรายได้

KEY

POINTS

  • เสนอให้เปลี่ยนรูปแบบเศรษฐกิจจากการเป็นผู้รับจ้างผลิต (OEM) ไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มโดยใช้ AI นวัตกรรม และความยั่งยืน (ESG/BCG)
  • เร่งยกระดับผู้ประกอบการ MSME ให้เข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล AI และแหล่งเงินทุนสีเขียว พร้อมพัฒนาทักษะแรงงานให้ทันสมัย
  • ผลักดันการลงทุนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว นวัตกรรมการแพทย์ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ประจำปี 2026 โดยการประชุมครั้งนี้ถือเป็นงานสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยได้รับความสนใจจากแวดวงการเงินและการลงทุนทั่วโลก 

สำหรับทิศทางการขับเคลื่อนของภาคเอกชนไทยในระยะต่อไป ซึ่งเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ รายได้ และการเติบโตที่ประชาชนไทยสามารถสัมผัสได้อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการขับเคลื่อน 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่

1. การก้าวข้ามการแข่งขันด้วยต้นทุนสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยปรับเปลี่ยนจากการเป็นผู้รับจ้างผลิต (OEM) ไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วย AI นวัตกรรมเกษตรและอาหาร รวมถึงการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม (ESG/BCG) เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันของภาคธุรกิจไทย

2. การเร่งยกระดับผู้ประกอบการ MSME และทักษะแรงงาน โดยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กสามารถเข้าถึงเครื่องมือดิจิทัล เทคโนโลยี AI และแหล่งเงินทุนสีเขียว ควบคู่กับการพัฒนาทักษะแรงงานผ่านแนวทางการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อเพิ่มศักยภาพในการปรับตัวและแข่งขันภายใต้บริบทเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

 3. การสานต่อความร่วมมือด้านการลงทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (PPP) เพื่อเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว นวัตกรรมทางการแพทย์ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

“ตลอด 4 วันที่ผ่านมา เราได้พิสูจน์แล้วว่า ประเทศไทยมีศักยภาพ วิสัยทัศน์ และความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับนานาชาติที่มีมาตรฐาน ภาพลักษณ์ความเป็นไทยแบบสากลที่เรานำเสนอจากการประชุมครั้งนี้ จะเปลี่ยนเป็นความเชื่อมั่น เม็ดเงินลงทุน และการสร้างงานคุณภาพสูงให้กับคนไทยในอนาคต” ดร.พจน์ กล่าวทิ้งท้าย