
พัฒนา" แปลงใหญ่" เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร
“เฉลิมชัย” กางยุทธศาสตร์ 5 ปี พัฒนา" แปลงใหญ่" เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เชื่อมโยง Young Smart Farmer เพื่อให้เกิดทายาทภาคการเกษตร
วันที่ 31 มกราคม 2566 ดร.เฉลิมชัยศรีอ่อนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อนุญาตให้คณะกรรมการเครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ระดับประเทศและคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่ระดับประเทศเข้าพบเพื่อรับมอบนโยบายภาคการเกษตรณห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยในส่วนของคณะกรรมการเครือข่ายศพก. มีแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานในปี 2566
1. การพัฒนาศักยภาพของศพก. และศูนย์เครือข่าย
2. การพัฒนาเกษตรกร
3. สนับสนุนการให้บริการของศพก.และเครือข่ายโดยจะมีการจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) และการประกวดศพก. ดีเด่น
4. การบริหารจัดการเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานโดยให้มีการประชุมคณะทำงานและคณะกรรมการเครือข่ายศพก. การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานศพก. และการประชุมคณะกรรมการเครื่อข่ายศพก. และแปลงใหญ่ทุกระดับ (ประเทศเขตจังหวัดและอำเภอ)
อีกทั้งยังต้องพัฒนาประธานศพก. เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ผู้ประกอบการด้านเกษตรและส่งเสริมการพัฒนาแปลงต้นแบบศพก. ด้านเศรษฐกิจพอเพียงและ 5) ติดตามและรายงานผลนอกจากนี้ยังมีแนวทางในการจัดตั้งกองทุนศพก. และจัดตั้งศพก. เป็นสถานอบรมอาชีพแก่เกษตรกรด้วย
สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนแปลงใหญ่ของคณะกรรมการเครื่อข่ายแปลงใหญ่ระดับประเทศปี 2566 - 2569 ได้แก่1) การพัฒนาแปลงใหญ่ให้มีความมั่นคงยั่งยืน 2) ต้องมีตลาดกลางหรือตลาดซื้อขายล่วงหน้าสำหรับจำหน่ายสินค้าแปลงใหญ่ 3) แปลงใหญ่ต้องผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐานปลอดภัยและตรงตามความต้องการของตลาด
4) พัฒนาแปลงใหญ่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร 5) ต้องมีการวางแผนการผลิตและมีข้อมูลการผลิตในแต่ละปี 6) มีการทำงานแบบบูรณาการกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐภาคภาคเอกชนและเกษตรกร 7) มีการเชื่อมโยงศพก. และแปลงใหญ่กับ Young Smart Farmer (YSF) เพื่อให้เกิดทายาทภาคการเกษตรและ 8) ต่อยอดยกระดับแปลงใหญ่
"คณะกรรมการทั้ง 2 กลุ่มที่เสียสละเวลามาร่วมพูดคุยและมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนศพก. และแปลงใหญ่ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยข้อเสนอทุกข้อจะขอรับไว้เพราะเป็นแนวทางที่ตั้งใจให้เกิดขึ้นอยู่แล้วอย่างไรก็ตามการดำเนินงานในยุคนี้จะต้องปรับเปลี่ยนการทำงานเพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร"
ดร.เฉลิมชัยกล่าวในตอนท้าย มุ่งเน้นการพัฒนาคนและสร้างพื้นฐานให้เกษตรกรมีความเข้มแข็งโดยจะต้องมีการบริหารจัดการที่ดีส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมรวมถึงการผลิตสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาดจะนำไปสู่การลดต้นทุนการเพิ่มผลผลิตและการควบคุมคุณภาพให้ได้มาตรฐานระดับสากลซึ่งหากจะทำให้ประเทศเข้มแข็งได้ต้องทำให้คนส่วนใหญ่ในประเทศเข้มแข็งก่อนซึ่งก็คือเกษตรกรจึงขอให้ความมั่นใจว่าเกษตรกรจะต้องมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่าเดิมอย่างแน่นอน












