thansettakij
thansettakij
สมาคมโรงแรมไทย แนะ EEC เร่งเปิดเส้นทางบินตรง ปลุกพัทยาบูม ดันฮับท่องเที่ยว-ไมซ์

สมาคมโรงแรมไทย แนะ EEC เร่งเปิดเส้นทางบินตรง ปลุกพัทยาบูม ดันฮับท่องเที่ยว-ไมซ์

07 ก.ย. 69 | 09:03 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ก.ย. 69 | 09:08 น.

สมาคมโรงแรมไทย แนะ EEC เร่งเปิดเส้นทางบินตรง (Direct Flight) จากต่างประเทศ พร้อมพัฒนารถไฟด่วนจอดน้อย เชื่อมอู่ตะเภา-พัทยา หวังยกระดับคุณภาพนักท่องเที่ยว ดึงเอกชนลงทุนโรงแรมหรูและธุรกิจไมซ์

KEY

POINTS

  • สมาคมโรงแรมไทยเสนอให้ EEC เร่งเปิดเส้นทางบินตรงมายังสนามบินอู่ตะเภา เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในพัทยาให้เติบโตเหมือนภูเก็ต และดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง
  • การมีเที่ยวบินตรงและโครงสร้างพื้นฐานที่ดี เช่น รถไฟความเร็วสูงแบบจอดน้อย จะสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นให้ภาคเอกชนลงทุนในโรงแรมและแหล่งท่องเที่ยวมากขึ้น
  • ผลักดันให้พื้นที่ EEC เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) โดยต้องพัฒนาศูนย์ประชุมและนิทรรศการขนาดใหญ่เพื่อรองรับงานระดับนานาชาติ

นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย กล่าวถึงข้อเสนอแนะต่อ ECC ภายในงานสัมมนา “EEC NEVER STOP THE NEXT CHAPTER : EEC ก้าวต่อไป”  ว่าการท่องเที่ยวถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เข้ามาก่อนการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมต่อ (Connectivity) ทั้งรถไฟความเร็วสูงและสนามบิน จะเป็นตัวดึงดูดและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนเข้ามาพัฒนาพื้นที่มากขึ้น

นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวว่า หากย้อนกลับไปในอดีต พัทยาเคยเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมมากกว่าภูเก็ต แต่หลังจากภูเก็ตมีสนามบินนานาชาติ ทำให้สามารถรองรับเที่ยวบินตรงจากต่างประเทศ ส่งผลให้การท่องเที่ยวเติบโตอย่างก้าวกระโดด และสร้างรายได้ให้กับประชาชนและชุมชนในพื้นที่ แม้ไม่ได้พึ่งพาอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เป็นหลัก

“ถ้ามีเที่ยวบินตรง (Direct Flight) ลงไปได้ การท่องเที่ยวจะบูมอีกแบบหนึ่ง และเมื่อมีคุณภาพของนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น เอกชนก็พร้อมลงทุนมากขึ้น ทั้งโรงแรมระดับหรูและสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เพราะคุณภาพนักท่องเที่ยวจะเป็นตัวผลักดันให้เกิดการลงทุนใหม่” 

สำหรับพื้นที่ EEC มองว่า อู่ตะเภาและพัทยามีศักยภาพสูง โดยเฉพาะหากสามารถเปิดเส้นทางบินตรงจากต่างประเทศได้มากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันนักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มมองหาจุดหมายปลายทางที่มีค่าใช้จ่ายเหมาะสมกว่าภูเก็ต ขณะที่พัทยายังคงมีจุดขายด้านทะเล หาดทราย และแสงแดด (Sea Sand Sun) รวมถึงมีทางเลือกด้านที่พักและอาหารที่มีราคาต่ำกว่าภูเก็ต จึงมีโอกาสดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติได้อีกมาก

 

ขณะเดียวกัน หากมีรถไฟความเร็วสูงเกิดขึ้น จะช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับตลาดนักท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยเฉพาะการเดินทางเข้าสู่พัทยาและพื้นที่ EEC ซึ่งปัจจุบันคนไทยสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ได้ค่อนข้างสะดวกอยู่แล้ว แต่หากมีระบบรางที่มีประสิทธิภาพจะช่วยเพิ่มความสะดวกและขยายฐานนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น

 

นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย

 

นายเทียนประสิทธิ์ ยังมองว่า การพัฒนา EEC ให้เต็มศักยภาพจะสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจใหม่ ทั้งจากกลุ่มนักลงทุน แรงงาน และประชากรที่เข้ามาอยู่อาศัยเพิ่มขึ้น ซึ่งจะสร้างความต้องการด้านสันทนาการ การท่องเที่ยว การรับรองญาติหรือพันธมิตรทางธุรกิจ รวมถึงธุรกิจบริการโดยรอบ ส่งผลให้ภาคการท่องเที่ยวได้รับประโยชน์ตามไปด้วย

 

EEC เติมระบบนิเวศไมซ์ได้อีก

ด้านอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวว่า พื้นที่ EEC ยังมีโอกาสเติบโตได้อีก โดยเฉพาะการพัฒนาสถานที่จัดงานสำหรับนิทรรศการขนาดใหญ่ เนื่องจากพื้นที่มีฐานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อยู่แล้ว และสามารถต่อยอดการจัดประชุม การแสดงสินค้า และกิจกรรมทางธุรกิจในระดับนานาชาติได้

ปัจจุบันตลาดการประชุมและการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล (Meeting และ Incentive) สามารถรองรับได้ในระดับหนึ่ง แต่หากต้องการยกระดับ EEC สู่การเป็นจุดหมายปลายทางไมซ์ระดับโลก จำเป็นต้องมีพื้นที่จัดนิทรรศการขนาดใหญ่เข้ามาเสริม เพื่อให้เกิดระบบนิเวศที่ครบวงจรมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การลงทุนจำเป็นต้องสอดคล้องกับจังหวะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูง เพราะหากโครงการสำคัญไม่สามารถเดินหน้าได้ตามกรอบเวลาที่วางไว้ อาจทำให้ความเชื่อมั่นและจังหวะการลงทุนของภาคเอกชนชะลอตัวลง

 

รถไฟไม่ต้องเร็วสุด แต่ต้องเป็นรถไฟด่วนจอดน้อย

สำหรับรถไฟเชื่อมพื้นที่ EEC นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวว่า ในมุมมองของภาคการท่องเที่ยว ไม่จำเป็นต้องมุ่งเน้นเฉพาะเรื่องความเร็วสูงสุด แต่สิ่งสำคัญคือการออกแบบระบบให้เหมาะกับการเดินทางของนักท่องเที่ยว โดยต้องสะดวก รวดเร็ว และมีจุดจอดน้อย “ความเร็วก็เรื่องหนึ่ง แต่จุดจอดน้อยก็สำคัญ ต้องออกแบบเพื่อเป็นรถไฟสำหรับนักท่องเที่ยว ให้สะดวกและไปได้ไม่ช้า” 

 

นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย

 

ทั้งนี้ หากมีการพัฒนาระบบรางคู่ ควรแยกการให้บริการรถไฟโดยสารทั่วไปออกจากรถไฟด่วน โดยรถไฟที่มุ่งรองรับนักท่องเที่ยวควรมีจุดจอดจำกัด เช่น เส้นทางไปพัทยาอาจมีจุดจอดไม่เกิน 2 แห่ง เพื่อให้การเดินทางมีประสิทธิภาพและสามารถกระตุ้นการท่องเที่ยวได้จริง

นายเทียนประสิทธิ์ ยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่นว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวไม่ได้กระจุกตัวอยู่เฉพาะโตเกียวหรือโอซาก้า แต่สามารถเดินทางไปยังเมืองต่างๆ ได้ทั่วประเทศ เนื่องจากมีระบบรถไฟที่มีประสิทธิภาพและตรงเวลา ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การเชื่อมต่อที่ดี (Connectivity) สามารถเป็นเครื่องมือสำคัญในการกระจายการท่องเที่ยวและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับเมือง