
โชว์เคส 12 สิงหา ฮาล์ฟ มาราธอน ครั้งแรก รักษ์โลกทุกก้าว แบบ Carbon Neutral Event
โชว์เคส 12 สิงหา ฮาล์ฟ มาราธอน กรุงเทพ 2026 RUN FOR MOM 2026“งานวิ่งเพื่อแม่” สู่ “งานวิ่งที่ใส่ใจโลก”กว่า 8,000 คน ร่วมรักษ์โลกในทุกก้าว ในรูปแบบ Carbon Neutral Event
KEY
POINTS
- ถอดรหัส งานวิ่ง "12 สิงหา ฮาล์ฟ มาราธอน" ยกระดับการจัดงานเป็น Carbon Neutral Event ครั้งแรก โดยมุ่งเน้นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกมิติ
- ส่งเสริมการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น เปลี่ยนแก้วพลาสติกเป็นกระดาษ และใช้กระถางต้นมะลิจากขุยมะพร้าวแทนพลาสติก
- มีการจัดการขยะอย่างเป็นระบบครบวงจร ตั้งแต่การคัดแยกขยะโดยนักวิ่ง ไปจนถึงการนำขยะไปแปรรูปเป็นปุ๋ย เชื้อเพลิงทดแทน (RDF) และนำไปรีไซเคิล
- ใช้เทคโนโลยีติดตามการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแบบเรียลไทม์ พร้อมชดเชยคาร์บอนกว่า 325 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน
วันนี้(วันที่ 30 สิงหาคม 2569) แม้จะจบไปแล้วสำหรับ งาน "12 สิงหา ฮาล์ฟ มาราธอน กรุงเทพ 2026” โดยบริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ งานวิ่งเพื่อแม่ที่จัดต่อเนื่อง มายาวนานกว่า 31 ปี ซึ่งปีนี้ได้ยกระดับการจัดงานด้วยการนำแนวทางด้านความยั่งยืนมาใช้ในรูปแบบ Carbon Neutral Event เป็นครั้งแรก
โดยมีนักวิ่งชาวไทย และต่างชาติกว่า 8,000 คน มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การลดใช้ทรัพยากร การเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การลดการใช้วัสดุแบบใช้ครั้งเดียว
การคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ไปจนถึงการจัดการขยะหลังจบงาน รวมถึงการเก็บข้อมูล และคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อวางแนวทางลด และชดเชยการปล่อยก๊าซ เรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม
ทุกก้าวของนักวิ่ง มีส่วนร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม
ภายในงาน นักวิ่งได้มีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อมได้ตั้งแต่เรื่องใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง การพกขวดน้ำมาเอง การลดการใช้วัสดุแบบใช้ครั้งเดียว และการลดการใช้พลาสติก โดยมีการปรับเปลี่ยนถุง และแก้วพลาสติกเป็นวัสดุกระดาษที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ยังมีการนำแนวทางด้านความยั่งยืนมาใช้กับการจัดเตรียมอาหารสำหรับนักวิ่ง โดยเชฟให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการวัตถุดิบ และการเตรียมอาหารอย่างเหมาะสม รวมถึงลดการใช้พลังงานในกระบวนการประกอบอาหาร เพื่อช่วยลดการใช้พลังงาน และการ ปล่อยก๊าซเรือนกระจก
อีกหนึ่งสัญลักษณ์สำคัญของ Run for Mom คือ ต้นมะลิสด ที่มอบให้แก่นักวิ่ง ซึ่งในปีนี้ มีการเปลี่ยนกระถางจากพลาสติกเป็น กระถางจากขุยมะพร้าว ภายใต้แนวคิด “ปลูกความรัก ปลูกความยั่งยืน” สะท้อนการนำแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมมาเชื่อมโยงกับสัญลักษณ์ของงานได้อย่างเป็นรูปธรรม
จัดการขยะตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง
การดูแลสิ่งแวดล้อมของ Run for Mom 2026 ไม่ได้สิ้นสุดลงเมื่อการแข่งขันจบ แต่ยังครอบคลุมไปถึงกระบวนการจัดการขยะหลังงาน โดยขยะจากการจัดงานจะถูกคัดแยกออกเป็น 3 ประเภทหลัก เพื่อเข้าสู่กระบวนการจัดการที่เหมาะสม
1.ขยะเศษอาหาร หลังผ่านการคัดแยก จะเข้าสู่กระบวนการอบด้วยเครื่องกำจัดเศษอาหาร แบบระบบอบแห้ง เพื่อฆ่าเชื้อ และลดปัญหากลิ่น ก่อนแปรรูปเป็นอินทรีย์สาร จากนั้นจะมีการคัดแยกวัสดุที่ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ออก ก่อนนำส่วนที่เหลือไปใช้ประโยชน์ในการผสมเป็นปุ๋ยอินทรีย์ และกระบวนการผลิตอาหารสัตว์ตามแนวทางการจัดการที่เหมาะสม
2. ขยะรีไซเคิล อาทิ แก้ว กระดาษ และกระป๋องต่าง ๆ จะผ่านการคัดแยก และรวบรวม ก่อนส่งต่อให้บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ รีไซเคิล จำกัด (TBR) เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล และหมุนเวียนกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่
3. ขยะทั่วไป เช่น แก้วน้ำกระดาษ กล่องกระดาษใส่อาหาร และถุงพลาสติกที่เปื้อนเศษอาหาร หลังผ่านการคัดแยก จะถูกส่งต่อให้บริษัท เอส ซี ไอ อีโค่ เซอร์วิสเซส จำกัด (SCIeco) เพื่อแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงทดแทน RDF (Refuse Derived Fuel) ช่วยลดการนำขยะไปสู่บ่อฝังกลบ
กระบวนการดังกล่าวสะท้อนแนวทางการจัดการขยะอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นทางที่นักวิ่ง มีส่วนร่วม ไปจนถึงปลายทางที่ขยะแต่ละประเภทถูกนำเข้าสู่กระบวนการจัดการที่เหมาะสม โดยมีเป้าหมายระยะยาวในการลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปฝังกลบ หรือ Zero Waste to Landfill
วัดผลกระทบด้านคาร์บอนด้วยข้อมูลจริง
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงานในปีนี้ คือการนำ Real-Time Carbon Footprint Tracking Dashboard มาใช้ภายในงาน เพื่อวัดและแสดงผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่าง ๆ โดยนำข้อมูลจริงจากการจัดงานมาประมวลผล
ทั้งการใช้พลังงาน การบริโภคอาหาร บรรจุภัณฑ์ และการเดินทางของผู้เข้าร่วมงาน
การแสดงข้อมูลแบบเรียลไทม์ช่วยให้นักวิ่งและผู้เข้าร่วมงานสามารถเห็นภาพผลกระทบ ด้านสิ่งแวดล้อมจากกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจนและโปร่งใส
ขณะเดียวกัน ข้อมูลดังกล่าว ยังเป็นส่วนสำคัญในการวางแนวทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการชดเชยคาร์บอน (Carbon Offset) เพื่อให้การจัดงานเป็น Carbon Neutral Event อย่างเป็นรูปธรรมทุกก้าวมีความหมาย เมื่อความรักษ์โลกวัดผลได้
สำหรับการจัดงานในปีนี้ มีการชดเชยการปล่อยคาร์บอนกว่า 325 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้กว่า 32,000 ต้น ขณะที่ขยะจากการจัดงานกว่า 1,490 กิโลกรัม ได้รับความร่วมมือจากนักวิ่งในการคัดแยกเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการจัดการ และใช้ประโยชน์ต่อไป
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า การจัดงานอย่างยั่งยืนไม่ได้เกิดจากการดำเนินงานของผู้จัดเพียงฝ่ายเดียว แต่เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ตั้งแต่ผู้จัดงาน ผู้สนับสนุน ไปจนถึงนักวิ่งที่ร่วมกันเปลี่ยนพฤติกรรมเล็ก ๆ ให้เกิดผลในภาพรวม
ภายในงานยังมี บูธ Carbon Neutral Event ที่เปิดพื้นที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการดูแลสิ่งแวดล้อม ผ่านกิจกรรมที่เข้าใจง่ายและสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง
ตั้งแต่การคัดแยกขยะ การลดการใช้ทรัพยากร ไปจนถึงการมีส่วนร่วมในการชดเชยคาร์บอน เพื่อให้เรื่องของความยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงแนวคิด แต่กลายเป็นประสบการณ์ที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้
เพราะทุกก้าวของนักวิ่งไม่ได้มีความหมายเพียงแค่การไปถึงเส้นชัย แต่ยังสามารถเป็นอีกหนึ่ง ก้าวเล็ก ๆ ที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และร่วมสร้างโลกที่ยั่งยืน ขึ้นได้เช่นกัน และในปีหน้า “12 สิงหา ฮาล์ฟ มาราธอน กรุงเทพฯ 2570” ครั้งที่ 32 หรือ Run For Mom 2027 ก็จะเน้น Carbon Neutral Event ให้เข้มข้นขึ้น






