thansettakij
ย้อนรอย "ศูนย์สิริกิติ์" ภารกิจประวัติศาสตร์เพื่อ IMF-World Bank ครั้งแรกของไทย

ย้อนรอย "ศูนย์สิริกิติ์" ภารกิจประวัติศาสตร์เพื่อ IMF-World Bank ครั้งแรกของไทย

27 ม.ค. 2569 | 22:15 น.

จากที่ดินโรงงานยาสูบสู่แลนด์มาร์กระดับโลก เปิดตำนานการก่อสร้างแบบ "Fast Track" ที่แข่งกับเวลาเพียง 20 เดือน เพื่อรองรับผู้นำการเงินโลก 10,000 คน ในปี 2534 บันทึกหน้าสำคัญที่เปลี่ยนไทยสู่ไมซ์ (MICE) ฮับของอาเซียน

กระทรวงการคลังร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกรุงเทพมหานคร จัดพิธีประกาศความพร้อมอย่างเป็นทางการในการเป็นเจ้าภาพ การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ปี 2569 พร้อมเปิดตัวแลนด์มาร์กสัญลักษณ์การประชุม ณ ลานอเนกประสงค์ สวนเบญจกิติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาคมโลกก่อนดีเดย์งานใหญ่ตุลาคมนี้

การเลือกพื้นที่ ลานอเนกประสงค์ สวนเบญจกิติ ซึ่งตั้งอยู่ติดกับศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เป็นสถานที่ตั้งแลนด์มาร์ก มีนัยสำคัญในการเชื่อมโยงพื้นที่สีเขียวใจกลางเมืองเข้ากับศูนย์ประชุมระดับโลก โดยแลนด์มาร์กนี้จะทำหน้าที่เป็นจุดต้อนรับแรก (First Touchpoint) ที่สะท้อนเอกลักษณ์ไทยและวิสัยทัศน์ความยั่งยืนต่อหน้าผู้เข้าร่วมประชุมระดับสูงจากทั่วโลก

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพงานนี้ถึง 2 ครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งล้วนมีบริบทที่ส่งผลต่อการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

ย้อนรอย "ศูนย์สิริกิติ์" ภารกิจประวัติศาสตร์เพื่อ IMF-World Bank ครั้งแรกของไทย

ครั้งที่ 1: ปี 2534 (ค.ศ. 1991) – ยุค "เสือตัวที่ 5" แห่งเอเชีย

การประชุมครั้งแรกจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-17 ตุลาคม 2534 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ที่เพิ่งสร้างเสร็จหมาดๆ

  • บริบทเศรษฐกิจ: ในขณะนั้นไทยกำลังอยู่ในช่วง "เศรษฐกิจโชติช่วงชัชวาล" GDP เติบโตเลขสองหลักต่อเนื่องหลายปี จนทั่วโลกจับตามองว่าไทยจะเป็น "เสือตัวที่ 5 ของเอเชีย"
  • เป้าหมายการเป็นเจ้าภาพ: เพื่อประกาศศักดาว่าประเทศไทยพร้อมแล้วสำหรับการลงทุนจากต่างชาติ และเป็นการเปิดตัวศูนย์การประชุมแห่งชาติที่ทันสมัยที่สุดในภูมิภาค ณ ขณะนั้น
  • ผลลัพธ์: สร้างภาพลักษณ์ "Gateway to Asia" ให้กับกรุงเทพฯ อย่างเต็มตัว และเป็นการวางรากฐานอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) ของไทยให้แข็งแกร่งมาจนถึงปัจจุบัน

ครั้งที่ 2 เป็นการกลับมาเป็นเจ้าภาพอีกครั้งในรอบ 35 ปี ภายใต้แนวคิด “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” ซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในเดือนตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เหมือนเดิม  

ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ถือเป็นภารกิจชี้ชะตาชาติ หลังจากปี 2532 รัฐบาลไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ครั้งที่ 46 ซึ่งถือเป็นงานประชุมด้านการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทว่าในขณะนั้น ประเทศไทยยังไม่มีสถานที่ประชุมที่ใหญ่พอ จะรองรับผู้เข้าร่วมกว่า 10,000 คนได้

ย้อนรอย "ศูนย์สิริกิติ์" ภารกิจประวัติศาสตร์เพื่อ IMF-World Bank ครั้งแรกของไทย

รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ. ชาติชาย ชุณหะวัณ จึงมีมติเร่งด่วนให้ก่อสร้างศูนย์การประชุมระดับนานาชาติแห่งแรกของประเทศขึ้น โดยเลือกทำเลทองพื้นที่เดิมของโรงงานยาสูบ บริเวณริมคลองไผ่สิงโต

การก่อสร้างแบบ "Fast Track" 20 เดือนมหัศจรรย์

ความท้าทายที่สุดคือ "เวลา" เพราะไทยมีเวลาเพียงไม่ถึง 2 ปีในการเนรมิตศูนย์ประชุมขนาดใหญ่บนพื้นที่ 53,000 ตารางเมตร การก่อสร้างจึงเริ่มขึ้นในปี 2533 ด้วยงบประมาณราว 2,500 ล้านบาท ออกแบบโดยบริษัท ดีไซน์ 103 ชูเอกลักษณ์ความเป็นไทยผ่านรูปทรงหลังคาคล้ายเรือนไทยประยุกต์ และการใช้โครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่เพื่อให้มีพื้นที่ใช้สอยภายในแบบไร้เสา (Large Span)

เพื่อเป็นสิริมงคลยิ่ง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อว่า "ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์" เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ (60 พรรษา)

ปี 2534: วันประกาศศักดาการเงินไทย

ในเดือนตุลาคม 2534 ศูนย์ฯ สิริกิติ์ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเพื่อต้อนรับรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางจากทั่วโลก ภาพของผู้นำการเงินระดับโลกที่เดินอยู่ในโถงประดับด้วย "ลูกโลก" และงานประติมากรรมไทย ได้กลายเป็นภาพจำที่ส่งให้ไทยก้าวขึ้นสู่การเป็นศูนย์กลางการประชุมของภูมิภาคทันที

"ศูนย์ฯ สิริกิติ์ ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นแค่ตึก แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นประตูบานแรกที่บอกโลกว่า ไทยพร้อมแล้วสำหรับการลงทุนและธุรกิจระดับอินเตอร์" — ข้อสรุปจากนักวิเคราะห์เศรษฐกิจในยุคนั้น

ย้อนรอย "ศูนย์สิริกิติ์" ภารกิจประวัติศาสตร์เพื่อ IMF-World Bank ครั้งแรกของไทย

ปัจจุบัน ศูนย์ฯ สิริกิติ์ได้ผ่านการปรับโฉมครั้งใหญ่ (Renovate) จนกลายเป็นศูนย์ประชุมใต้ดินและบนดินที่ใหญ่กว่าเดิมถึง 5 เท่า (รวมพื้นที่ 300,000 ตารางเมตร) เพื่อกลับมาทำหน้าที่เดิมอีกครั้งในปี 2569 กับการเป็นเจ้าภาพ IMF-World Bank เป็นครั้งที่ 2