
ศูนย์สิริกิติ์ฯ ปฏิวัติการรักษา “มะเร็งเต้านม” ในไทย ตรวจยีนเฉพาะบุคคล
ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม พลิกโฉมการรักษามะเร็งเต้านมด้วย OPTIMA Trial ตรวจลึก 50 ยีน วิเคราะห์ความเสี่ยงรายคน ช่วยผู้ป่วยเลี่ยงเคมีบำบัดและผลข้างเคียงรุนแรง ยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยมาตรฐานสากล
KEY
POINTS
- ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถฯ นำนวัตกรรม ‘OPTIMA Trial’ มาใช้ในการรักษามะเร็งเต้านม โดยเป็นการตรวจยีนจากชิ้นเนื้อของผู้ป่วยเพื่อวางแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคล
- การตรวจวิเคราะห์ยีนช่วยให้แพทย์สามารถประเมินความเสี่ยงการกลับมาเป็นซ้ำของโรค ทำให้ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงต่ำสามารถหลีกเลี่ยงการให้เคมีบำบัด (คีโม) ที่ไม่จำเป็นได้
- เทคโนโลยีดังกล่าวสามารถวิเคราะห์ "ลายพิมพ์ยีนพิเศษ" ได้ถึง 50 ยีน ซึ่งช่วยเพิ่มความแม่นยำในการรักษาและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย
“มะเร็งเต้านม” ยังคงเป็นโรคมะเร็งอันดับ 1 ในผู้หญิงไทย ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมามีผู้ป่วยจำนวนมากที่เข้ารับการรักษาแบบมาตรฐาน ประกอบด้วย 4 แนวทาง ได้แก่ 1.การผ่าตัดนำก้อนมะเร็งออก 2.การฉายแสง ฆ่าเซลล์มะเร็งเฉพาะจุด 3.การให้เคมีบำบัด (คีโม) เพื่อรักษาไปทั่วร่างกาย และ 4.การให้ยาต้านฮอร์โมนวันละเม็ด บล็อกไม่ให้ฮอร์โมนมากระตุ้นมะเร็ง สำหรับกลุ่มที่มะเร็งไวต่อฮอร์โมน
แนวทางดังกล่าวทำให้ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญกับผลข้างเคียงรุนแรง โดยเฉพาะการใช้เคมีบำบัด ที่ผมร่วง คลื่นไส้อาเจียน มีภาวะอ่อนเพลียเรื้อรัง และเกิดความเสียหายของเส้นประสาท ซึ่งผู้ป่วยบางรายอาจไม่มีความจำเป็นต้องรับเคมีบำบัดเลย ดังนั้น จึงไม่ใช่ผู้ป่วยทุกคนที่ควรได้รับคีโม
นายแพทย์กฤษณ์ จาฏามระ ผู้ก่อตั้งศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ปัจจุบันการรักษามะเร็งกำลังเปลี่ยนไป มุ่งสู่การรักษาเฉพาะบุคคลมากขึ้น โดยมี ‘OPTIMA Trial’ ที่เข้ามาพลิกแนวทางรักษา ลดคีโมที่ไม่จำเป็น ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยได้ ซึ่งเป็นผลการศึกษาจากงานวิจัยที่ถูกนำเสนอในการประชุมวิชาการ American Society of Clinical Oncology (ASCO) 2026 เมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา
โดยผู้ป่วยมะเร็งเต้านมบางกลุ่ม สามารถหลีกเลี่ยงการรับเคมีบำบัดได้อย่างปลอดภัย หากผ่านการตรวจวิเคราะห์ทางพันธุกรรมและอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงต่ำ ซึ่งประเทศไทยมีส่วนร่วมในงานวิจัยครั้งนี้ผ่าน ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม (Queen Sirikit Centre for Breast Cancer : QSCBC) สถาบันทางการแพทย์ด้านมะเร็งเต้านมเชิงลึก
“เราสามารถประเมินโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำของโรค และคาดการณ์การตอบสนองต่อการรักษา วิเคราะห์ก่อนเข้าสู่กระบวนการตรวจ เพื่อเพิ่มความแม่นยำ โดยนำชิ้นเนื้อจากก้อนมะเร็งของผู้ป่วยที่ได้จากห้องผ่าตัดมาสกัดเพื่อวิเคราะห์หา “ลายพิมพ์ยีนพิเศษ” (Signature) ของมะเร็งก้อนนั้น ๆ”
สำหรับ OPTIMA Trial คือนวัตกรรมของศูนย์สิริกิติ์ฯ สามารถตรวจยีนได้ 50 ยีน ให้ความละเอียดมากกว่าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ผลการตรวจจะแบ่งผู้ป่วยออกเป็นกลุ่มคะแนนความเสี่ยงต่ำ (Low score), ความเสี่ยงปานกลาง (Intermediate score) และความเสี่ยงสูง (High score)
นายแพทย์กฤษณ์ กล่าวว่า ในทางการแพทยผ์ยังไม่ข้อบ่งชี้ที่สามารถป้องกันมะเร็งเต้านมได้ 100% เพราะยังไม่มีต้นเหตุที่บอกได้แน่ชัด ซึ่งมีปัจจัยด้านไลฟ์สไตล์ การออกกำลังกาย กินอาหารสุขภาพดีต่อร่างกาย แต่ไม่ใช่ปัจจัยหลักที่จะป้องกันมะเร็งเต้านมได้โดยตรง
สถิติที่น่าสนใจคืออุบัติการณ์ที่ยังไม่สรุปได้ในทางวิทยาศาสตร์ได้ คือ มะเร็งเต้านมในกลุ่มคนยากไร้ในสลัมมีอัตราต่ำกว่ากลุ่มคนฐานะดี แต่กลุ่มคนจนที่เป็นมะเร็งมักจะมีความรุนแรงของโรคมากกว่าเพราะมักจะตรวจพบได้ช้า ขณะที่พันธุกรรม (Genetics) ก็มีส่วนเกี่ยวข้องประมาณ 10%
“การรับประทานอาหารที่ไม่ดี เช่น อาหารแปรรูป หรือหมูปิ้ง และการเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่ย่ำแย่หรือฝุ่น PM 2.5 ยังส่งผลต่ออุบัติการณ์ของโรคต่ำอยู่ ซึ่งขัดแย้งกับข้อสรุปของการเกิดมะเร็ง เช่น มะเร็งเต้านมเกิดจาก “หลายแฟกเตอร์” (Multi-factor) ทั้งพันธุกรรม สิ่งแวดล้อม และอาหาร แต่ยังไม่มีใครรู้จริงว่าอะไรคือปัจจัยหลักที่ทำให้คนแต่ละกลุ่มมีความเสี่ยงต่างกันคืออะไร”
ทั้งนี้ ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม ดำเนินงานภายใต้แนวคิด “All activities under one roof” ใช้การรักษาแบบสหสาขาวิชาชีพ (Multidisciplinary Team) โดยนำข้อมูลทางคลินิก ข้อมูลชีววิทยา และข้อมูลระดับโมเลกุลของผู้ป่วยแต่ละรายมาวิเคราะห์ร่วมกัน ด้วยเครื่องมือวินิจฉัยระดับสูง เช่น MRI เฉพาะเต้านม, 3D Mammogram และ CT Mammogram ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยได้รับแนวทางการรักษาที่เหมาะสมและแม่นยำที่สุดด้วยมาตรฐานเทียบเท่าระดับสากล
ยังมีห้องปฏิบัติการตรวจจีโนมภายในประเทศ ที่จะให้ผู้ป่วยไทยเข้าถึงเทคโนโลยีเดียวกับที่ใช้ในงานวิจัย ดำเนินงานโดยไม่มุ่งแสวงหากำไร และควบคุมราคาไม่ให้โรงพยาบาลเอกชนนำผลตรวจไปบวกกำไรเกินสมควร
นอกจากนี้ ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม ยังเป็น Breast Center แห่งแรกของประเทศไทย ที่ให้บริการรักษามะเร็งเต้านมแบบครบวงจรในที่เดียว และเป็นผู้นำการผ่าตัดแบบเก็บรักษาเต้านมแทนการตัดเต้านมทั้งหมด
“ในอนาคตเรายังมีแผนพัฒนา Cellular Immunotherapy หรือภูมิคุ้มกันบำบัดระดับเซลล์ ซึ่งเป็นการนำเซลล์ภูมิคุ้มกันมา “สอน” ให้รู้จักโปรตีนของมะเร็งผ่านการวิเคราะห์ยีนนับหมื่น ๆ ตัว เพื่อสร้างเป็นวัคซีนรักษามะเร็งเฉพาะบุคคลอีกด้วย โดยกำลังพัฒนากระบวนการรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดระดับเซลล์ (Cellular Immunotherapy) ซึ่งถือเป็นก้าวต่อไปใน 1-2 ปีข้างหน้า”
อย่างไรก็ตาม ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม พร้อมเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมรักษารุ่นใหม่ เพื่อยกระดับการรักษามะเร็งแบบเฉพาะบุคคล เพิ่มประสิทธิภาพการรักษาและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยในอนาคต







