thansettakij
thansettakij
กลุ่มดุสิตธานี พลิกผลขาดทุนโกยกำไร รายได้พุ่ง 113.8% จาก ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค

กลุ่มดุสิตธานี พลิกผลขาดทุนโกยกำไร รายได้พุ่ง 113.8% จาก ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค

17 ส.ค. 69 | 13:39 น.
อัปเดตล่าสุด :17 ส.ค. 69 | 14:30 น.

กลุ่มดุสิตธานี เผยรายได้ไตรมาส 2 ปี 69 เติบโต 113.8% พร้อมพลิกผลขาดทุนเป็นกำไร ขณะที่ EBITDA เพิ่มขึ้น 550.4% สะท้อนความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินธุรกิจ ชี้ปัจจัยหลักมาจากธุรกิจโรงแรม และการรับรู้รายได้จากโครงการห้องชุด ‘เดอะ เรสซิเดนเซส แอท ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค’

KEY

POINTS

  • กลุ่มดุสิตธานีประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 พลิกจากขาดทุนมามีกำไรสุทธิ 97 ล้านบาท โดยมีรายได้รวมพุ่งขึ้น 113.8%
  • ส่วนครึ่งแรกของปี 2569 พลิกฟื้นจากขาดทุน มาโกยกำไร 347 ล้านบาท
  • ปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้เติบโตอย่างก้าวกระโดดมาจากการรับรู้รายได้ของโครงการ "เดอะ เรสซิเดนเซส แอท ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค"
  • การเติบโตของธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ เป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยหนุนผลประกอบการ
  • ความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนจากกำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี (EBITDA) ที่เพิ่มขึ้น 550.4%

วันนี้(วันที่ 17 สิงหาคม 2569)  กลุ่มดุสิตธานีเผยผลประกอบการไตรมาส 2 และงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 พลิกจากขาดทุนกลับมามีกำไรสุทธิ 97 ล้านบาท และ 347 ล้านบาทตามลำดับ เผยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการบริหารพอร์ตธุรกิจอย่างสมดุล รวมถึงรายได้ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญทั้งจากโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ และการรับรู้รายได้จากการส่งมอบห้องชุดของโครงการ “เดอะ เรสซิเดนเซส แอท ดุสิตเซ็นทรัลพาร์ค” 

ขณะที่การเพิ่มขึ้นของ EBITDA สะท้อนความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินธุรกิจ ย้ำยังคงติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด พร้อมปรับกลยุทธ์การดำเนินงานสร้างความยืดหยุ่น เน้นบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ 

 

บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT เปิดเผยผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 2 และงวด 6 เดือน ปี 2569 โดยในไตรมาสที่ 2 (เมษายนถึงมิถุนายน) ปีนี้ บริษัทฯ มีรายได้รวม 3,633 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 113.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไรสุทธิ 97 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 291 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2568  และมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) 761 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 550.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับผลประกอบการ 6 เดือน (มกราคมถึงมิถุนายน) ปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 6,903 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 347 ล้านบาท เมื่อเทียบกับผลขาดทุนสุทธิ 243 ล้านบาท ใน 6 เดือนของปี 2568 และ EBITDA อยู่ที่ 1,621 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 156.1% 

นายชนินทธ์ โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 และช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569  เติบโตอย่างต่อเนื่อง  สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นของธุรกิจ 

ชนินทธ์ โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน)

ท่ามกลางความท้าทายจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลก ที่ส่งผลให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเผชิญแรงกดดันจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชะลอตัวในช่วงครึ่งปีแรก 

แต่กลุ่มดุสิตธานียังสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้จากการบริหารพอร์ตธุรกิจอย่างสมดุล การกระจายฐานลูกค้า และการเติบโตของธุรกิจโรงแรมและธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

สำหรับการเติบโตของรายได้ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ มีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการรับรู้รายได้จากการส่งมอบห้องชุดโครงการที่พักอาศัยระดับอัลตราลักชัวรี่ “เดอะ เรสซิเดนเซส แอท ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค” 

ควบคู่กับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะโรงแรมที่บริษัทฯ ลงทุนเอง ซึ่งมีรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) เพิ่มขึ้น 21.5% จากทั้งอัตราการเข้าพักและราคาห้องพักเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยมีโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโต

ขณะที่รายได้ในช่วง 6 เดือนแรกเติบโตได้อย่างน่าพอใจ แม้ว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางตั้งแต่ปลายไตรมาสแรก จะส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของโรงแรมในมัลดีฟส์ และโรงแรมภายใต้สัญญารับจ้างบริหารในภูมิภาคตะวันออกกลาง 

ทำให้รายได้ในส่วนนี้ปรับตัวลดลง แต่ผลการดำเนินงานของพอร์ตโรงแรมในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงแข็งแกร่งเพียงพอที่จะชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ในระดับหนึ่ง 

สะท้อนถึงประสิทธิภาพของการกระจายพอร์ตธุรกิจและความสามารถในการบริหารรายได้ของบริษัทฯ ได้เป็นอย่างดี ประกอบการกับบริหารต้นทุนคงที่และค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงมีความไม่แน่นอนและอาจส่งผลต่อแนวโน้มการดำเนินงานของโรงแรมภายใต้สัญญารับจ้างบริหารในบางพื้นที่  บริษัทฯ จึงยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปรับกลยุทธ์การดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง 

โดยให้ความสำคัญกับตลาดต่างประเทศระยะใกล้และตลาดภายในประเทศ ซึ่งคาดว่าจะช่วยบรรเทาผลกระทบต่อธุรกิจโรงแรมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกโดยรวมได้ในระดับหนึ่ง  ขณะเดียวกัน กลุ่มดุสิตธานียังคงดำเนินมาตรการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ 

เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรท่ามกลางสภาวะแวดล้อมที่ท้าทาย โดยกำหนดกลยุทธ์ระยะยาวในการกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจไปสู่ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจอาหาร ซึ่งมั่นใจว่า จะช่วยเสริมความสามารถในการรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจและเพิ่มความยืดหยุ่นของผลการดำเนินงานในอนาคต

ทั้งนี้ ในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทขยายธุรกิจรับจ้างบริหารโรงแรมสู่ตลาดใหม่ในประเทศซาอุดีอาระเบีย ส่งผลให้กลุ่มดุสิตธานีมีโรงแรมและวิลล่าภายใต้การบริหารจัดการรวม 290 แห่ง ใน 19 ประเทศ ขณะที่ Bonjour Bakery มีสาขารวม 118 แห่ง หลังเปิดเพิ่มสุทธิ 7 สาขา 

ด้านโครงการ เดอะ เรสซิเดนเซส แอท ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ซึ่งประกอบด้วยอาคารที่พักอาศัย “ดุสิต เรสซิเดนเซส” และ “ดุสิต พาร์คไซด์” มีความคืบหน้าการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดขายแล้วประมาณ 97% ของพื้นที่ขาย และทยอยส่งมอบห้องพักอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ บริษัทประสบความสำเร็จในการออกหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2569 มูลค่า 1,500 ล้านบาท โดยได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดี สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อบริษัทและศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ โดยบริษัทนำเงินที่ได้รับไปใช้ในการชำระคืนหุ้นกู้ที่ครบกำหนด
 
สำหรับแนวโน้มธุรกิจปี 2569 บริษัทฯ ยังคงประมาณการอัตราการเติบโตของรายได้รวม (ไม่รวมรายได้จากการส่งมอบ โครงการ เดอะ เรสซิเดนเซส แอท ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค) ไว้ที่ระดับ 5-8%  และอัตรา EBITDA ที่ 18-20% ของรายได้รวม 

โดยยังคงประมาณการรายได้และอัตรา EBITDA ในส่วนของธุรกิจโรงแรม อาหาร และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไว้เท่าเดิม แต่ปรับลดเป้าหมายการเติบโตของรายได้ธุรกิจการศึกษาลงมาอยู่ที่ 5-7% และอัตรา EBITDA อยู่ที่ประมาณ 8-10% จากการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังขยายตัวในระดับต่ำ ส่งผลให้ความต้องการด้านการศึกษาชะลอตัวลง