

วันนี้ (วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569) บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT ได้แจ้งข้อมูลสำคัญต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงวาระการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น โดยระบุว่า ผู้ถือหุ้นได้แจ้งความประสงค์ในการถอนวาระที่ 4 ถึงวาระที่ 6 ออกจากการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นที่กำลังจะเกิดขึ้น
สาระสำคัญของการถอนวาระ เดิมทีวาระการประชุมที่ 4 ถึง 6 ดังกล่าว ถูกเสนอโดยกลุ่มผู้ถือหุ้นที่ใช้สิทธิตาม มาตรา 100 แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจผู้ถือหุ้นในการรวมตัวกันเพื่อเสนอวาระหรือเรียกประชุมวิสามัญเมื่อเห็นว่ามีประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา อย่างไรก็ตาม ล่าสุดทางผู้ถือหุ้นกลุ่มดังกล่าวได้ตัดสินใจถอนวาระเหล่านี้ออกจากการพิจารณาแล้ว
ทั้งนี้วาระสำคัญที่ถูกเพิกถอนไป คือวาระที่ 4 ได้แก่
1. การเลือกตั้งกรรมการแทนที่พ้นตำแหน่งตามวาระ (วาระที่ 4.1)
เป็นการพิจารณาเลือกตั้งกรรมการ 4 ท่าน แทนตำแหน่งที่ว่างลงจากการประชุมสามัญครั้งก่อน ซึ่งผู้ถือหุ้นใหญ่ (บริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด) ได้เสนอชื่อบุคคลดังนี้
เนื่องจาก ดร. ปานปรีย์ พหิทธานุกร ได้แจ้งขอถอนตัวจากการได้รับการเสนอชื่อตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน 2568
2. การเพิ่มจำนวนกรรมการและแต่งตั้งกรรมการใหม่ (วาระที่ 4.2)
วาระนี้เสนอให้เพิ่มจำนวนกรรมการจาก 12 คน เป็น 18 คน โดยมีการเสนอชื่อบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งใหม่ 5 ท่าน (หลังจากนายเสข วรรณเมธี ขอถอนตัว) ได้แก่
3. การเปลี่ยนแปลงอำนาจกรรมการ (วาระที่ 4.3)
มีการเสนอขอเปลี่ยนตัวกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท จากเดิมที่มีชื่อของนายชนินทธ์ โทณวณิก และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ เปลี่ยนเป็นนางสินี เธียรประสิทธิ์ ลงนามร่วมกับ ดร. กฤษดา กวีญาณ หรือนายศุภศักดิ์ จิรเสวีนุประพันธ์ (2 ใน 3 คน)
สาระสำคัญของการถอนวาระ เดิมทีวาระการประชุมที่ 4 ถึง 6 ดังกล่าว ถูกเสนอโดยกลุ่มผู้ถือหุ้นที่ใช้สิทธิตาม มาตรา 100 แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจผู้ถือหุ้นในการรวมตัวกันเพื่อเสนอวาระหรือเรียกประชุมวิสามัญ
เมื่อเห็นว่ามีประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา อย่างไรก็ตาม ล่าสุดทางผู้ถือหุ้นกลุ่มดังกล่าวได้ตัดสินใจถอนวาระเหล่านี้ออกจากการพิจารณาแล้ว
การกำกับดูแลและความโปร่งใส การเผยแพร่ข้อมูลนี้ดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งทำหน้าที่เป็นช่องทางกลางในการสื่อสารระหว่างบริษัทจดทะเบียนและผู้ลงทุน
ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวยังมีความเกี่ยวข้องกับโครงสร้างการกำกับดูแลในตลาดทุนไทย ซึ่งมีหน่วยงานหลักอย่าง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.), กระทรวงพาณิชย์ และ กระทรวงการคลัง ร่วมดูแลให้การดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับ
นอกจากนี้ การดำเนินงานของตลาดทุนไทยยังสอดคล้องกับมาตรฐานขององค์กรระหว่างประเทศ เช่น OECD (Organisation for Economic Co-operation and Development) และ IOSCO (International Organization of Securities Commissions) เพื่อยกระดับธรรมาภิบาลและการคุ้มครองสิทธิของผู้ถือหุ้นให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
อย่างไรก็ตามในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นดุสิตธานี วันนี้ การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมที่เลื่อนมาจากวันที่ 26 กันยายน 2568 และวันที่ 4 ธันวาคม 2568 เนื่องจากวาระการประชุมเดิมยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ และการตกลงเพิกถอนวาระสำคัญดังกล่าว
เนื่องจากปัจจุบัน 3 ทายาทท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ทั้ง 3 คน ได้แก่ นายชนินทธ์ โทณวณิก นางสินี เธียรประสิทธิ์ และนางสุนงค์ สาลีรัฐวิภาค ในฐานะถือผู้หุ้นใหญ่ บริษัท ชนัตถ์และลูก ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหม่บมจ.ดุสิตธานี ได้ยุติข้อขัดแย้งระหว่างกันได้แล้ว
ประกอบกับก่อนหน้านี้ "ชนินทธ์ โทณวณิก" กุมอำนาจควบคุม "ชนัตถ์และลูก" ถือหุ้นใหญ่ 52.12 หลังรับโอนมรดกหุ้น ขณะที่น้องสาว สินี เธียรประสิทธิ์ ขายหุ้นเกลี้ยงพอร์ต ให้ ‘สุนงค์ สาลีรัฐวิภาค’ เข้าซื้อหุ้นเพิ่มใน "ชนัตถ์และลูก"
โดยนายชนินทธ์ โทณวณิก รักษาการประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มของบริษัทดุสิตธานี ได้รับโอนมรดกหุ้น ในบริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด จำนวน 379,500 หุ้น หรือคิดเป็น 5.05 % จากกองมรดกของ ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย
การรับโอนครั้งนี้ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของนายชนินทธ์ ในบริษัท ชนัตถ์และลูก เพิ่มขึ้นเป็น 52.12% ซึ่งเกินกว่ากึ่งหนึ่งของสิทธิออกเสียงทั้งหมด