
ดุสิตธานี ดันวิทยาลัยดุสิตธานี เปิดหลักสูตรใหม่ Future Food รับเมกะเทรนด์
กลุ่มดุสิตธานี เดินหน้าผลิตบุคลากรรองรับอุตสาหกรรมอาหาร หนุนวิทยาลัยดุสิตธานี เปิดหลักสูตรใหม่ผลักดัน Future Food ผนึกภาครัฐ-เอกชนผสานศาสตร์ศิลปะอาหารและวิทยาศาสตร์อาหาร ตอบโจทย์เมกะเทรนด์
KEY
POINTS
- ดุสิตธานี ดันวิทยาลัยดุสิตธานีเปิดหลักสูตรใหม่ “เทคโนโลยีอาหารและการประกอบอาหารสร้างสรรค์” รับเมกะเทรนด์อาหารแห่งอนาคต (Future Food)
- หลักสูตรนี้เป็นการปฏิรูปครั้งใหญ่ในรอบ 15 ปี โดยผสมผสานความรู้ด้านศิลปะการทำอาหาร วิทยาศาสตร์ และการเป็นผู้ประกอบการ
- มุ่งผลิตบุคลากรเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรม Food Tech โดยร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนชั้นนำในการพัฒนาหลักสูตร
วันนี้(วันที่ 24 มิถุนายน 2569) กลุ่มดุสิตธานี เดินหน้าผลิตบุคลากรในอุตสาหกรรมอาหาร ตอบโจทย์ความมั่นคงทางอาหาร หนุนวิทยาลัยดุสิตธานีเปิดหลักสตูรใหม่ “เทคโนโลยีอาหารและการประกอบอาหารสร้างสรรค์ (Food Technology and Creative Culinary Arts)”
โดยเป็นการปฏิรูปหลักสูตรด้านอาหารครั้งแรกในรอบ 15 ปี หวังสร้างกลุ่มอาหารแห่งอนาคต (Future Food) ด้วยการผสานศาสตร์ด้านศิลปะอาหาร วิทยาศาสตร์อาหาร และการก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหาร พร้อมร่วมมือภาครัฐและผู้ประกอบการภาคเอกชนรายใหญ่ร่วมสร้างบัณฑิตที่สามารถนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ มาประยุกต์ผ่านกระบวนการทำอาหาร พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เมกะเทรนด์ หวังยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
กลุ่มดุสิตธานี หนุนวิทยาลัยดุสิตธานี เปิดหลักสูตรใหม่ ดัน Future Food ตอบโจทย์เมกะเทรนด์
นายชนินทธ์ โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของกลุ่มดุสิตธานีในการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ คือ การสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะการผลิตบุคลากรในอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อแก้ปัญหาความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์ระดับโลก
ขณะเดียวกัน ยังเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ สอดรับกับนโยบาย “ครัวไทยสู่ครัวโลก” เนื่องจากประเทศไทยมีข้อได้เปรียบในฐานะแหล่งผลิตวัตถุดิบและอาหาร แต่ที่ผ่านมาอาจจะยังขาดการยกระดับไปสู่ตลาดโลกและกลุ่มอาหารแห่งอนาคต (Future Food)
ดังนั้น กลุ่มดุสิตธานีจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่วิทยาลัยดุสิตธานี สถาบันการศึกษาชั้นนำในเครือดุสิตธานี เตรียมที่จะเปิดหลักสูตรใหม่ “เทคโนโลยีอาหารและการประกอบอาหารสร้างสรรค์ (Food Technology and Creative Culinary Arts)” เพื่อรองรับช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเร่งเครื่องสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง และยกระดับมาตรฐาน “ครัวไทยสู่ครัวโลก” โดยมั่นใจว่า หลักสูตรดังกล่าวจะสามารถตอบโจทย์การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมอาหาร และการศึกษาของประเทศได้อย่างยั่งยืน
เปิดรับสมัครปี 2570 ผลิตบุคลากร Food Science และ Food Technology ขาดแคลน
ดร.อรรถเวทย์ พฤกษ์สถาพร อธิการบดีวิทยาลัยดุสิตธานี กล่าวว่า หลักสูตรดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสัญญาณความต้องการกำลังคนด้าน Food Tech ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลจาก TDRI และ NXPO คาดการณ์ว่า ระหว่างปี 2568–2572 อุตสาหกรรมอาหารแปรรูปและอาหารแห่งอนาคตของไทยจะต้องการแรงงานมากกว่า 47,000 คน
ขณะที่ตลาดแรงงานกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนบุคลากรอย่างชัดเจน จากการที่มีตำแหน่งงานด้าน Food Science และ Food Technology เปิดรับกว่า 5,000 ตำแหน่งต่อปี แต่จำนวนบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษายังไม่เพียงพอต่อความต้องการ
“เราเชื่อว่า หลักสูตรเทคโนโลยีอาหารและการประกอบอาหารสร้างสรรค์ (Food Technology and Creative Culinary Arts) ซึ่งคาดว่า จะเริ่มเปิดรับสมัครในช่วงภาคการศึกษาปี 2570 จะตอบโจทย์อนาคตและความต้องการที่หลากหลายของผู้เรียน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหารที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่การใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น
เราไม่ได้มองเพียงการผลิตบัณฑิตเข้าสู่ตลาดงาน แต่ต้องการสร้างกำลังคนที่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทย เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจในระยะยาว อธิการบดีวิทยาลัยดุสิตธานี กล่าว
หลักสูตรเทคโนโลยีอาหารและการประกอบอาหารสร้างสรรค์ (Food Technology and Creative Culinary Arts) ของวิทยาลัยดุสิตธานี นอกจากจะตอบโจทย์ความมั่นคงทางอาหาร และการผลักดันสู่อาหารแห่งอนาคต (Future Food) แล้ว ยังโดดเด่นด้วยการผสานศาสตร์อย่างลงตัว เพื่อแก้ปัญหาช่องว่างในอุตสาหกรรมอาหารระหว่างเชฟกับนักวิทยาศาสตร์อาหาร
หลักสูตรนี้จะมุ่งผลิตบัณฑิตที่มีทักษะผสมผสาน ทั้งศิลปะการทำอาหาร และวิทยาศาสตร์ ที่จะช่วยให้การพัฒนาและคิดค้นนวัตกรรมอาหารราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเป็นบุคลากรที่ภาคเอกชนมีความต้องการสูง
หลักสูตรดังกล่าวค่าเรียนจะอยู่ที่ 450,000 บาท ตลอดระยะเวลา 4 ปี ทั้งยังได้รับการออกแบบด้วยโครงสร้างที่สมดุล ตั้งแต่เปิดกว้างให้ผู้เรียนทุกสายที่มีความสนใจเข้าเรียนได้ ไม่จำกัดเฉพาะผู้ที่มีพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์เท่านั้น
ขณะที่การจัดสัดส่วนการเรียนไม่หนักเกินไป โดยสัดส่วนหลักสูตรจะจัดวางระหว่างอาหาร 40% วิทยาศาสตร์ 40-50% และธุรกิจ 10-20% โดยบูรณาการทั้งศิลปะอาหาร วิทยาศาสตร์อาหาร และผู้ประกอบการเข้าด้วยกัน
เพื่อสร้างผู้ประกอบการและสถาปนิกอาหารในคนๆ เดียว ทำให้บัณฑิตมีทางเลือกประกอบอาชีพที่กว้างขวาง สามารถเป็นเจ้าของกิจการ เชฟ นักคิดค้นสูตรอาหาร (R&D) บุคลากรในโรงงานอุตสาหกรรม หรือเป็นผู้ประกอบการ SME ยุคใหม่ที่สามารถแปรรูปผลิตภัณฑ์และสร้าง Storytelling เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อธิการบดีวิทยาลัยดุสิตธานี กล่าวด้วยว่า หลักสูตรเทคโนโลยีอาหารและการประกอบอาหารสร้างสรรค์ ถือเป็นการปฏิรูปหลักสูตรครั้งใหญ่ในรอบ 15 ปีของวิทยาลัยดุสิตธานี ที่ผนึกความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญด้านการทำอาหาร และยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมส่งออกระดับโลก เช่น บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด และอีกหลายบริษัทฯ ในการส่งผู้เชี่ยวชาญมาร่วมวิพากษ์และออกแบบหลักสูตรรายวิชา
รวมถึงได้รับความร่วมมือจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ในการส่งผู้เชี่ยวชาญมาร่วมออกแบบหลักสูตร และให้ความรู้ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายสำคัญในการมุ่งผลิตบัณฑิตที่สามารถนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ มาประยุกต์ผ่านกระบวนการทำอาหาร เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เทรนด์อาหารแห่งอนาคต (Future Food) ได้อย่างแท้จริง







