
AOT ลุยขยายเครือข่าย จับมือ เวียดนาม แอร์ไลน์ส - flydubai เปิดเส้นทางใหม่เข้าไทย
AOT เดินหน้าขยายเครือข่ายการบิน จับมือ Vietnam Airlines รวมถึง flydubai เปิดเส้นทางใหม่บินไทย ดันไทยสู่ศูนย์กลางการบินภูมิภาค หนุนดึงนักท่องเที่ยวเวียดนาม- ตะวันออกกลางเที่ยวไทย
KEY
POINTS
-
ทอท. (AOT) เดินหน้าขยายเครือข่ายการบิน ผนึก 2 สายการบินพันธมิตร เปิดเส้นทางบินใหม่เข้าไทย
-
จับมือ เวียดนาม แอร์ไลน์ส เปิดเส้นทางบินใหม่ โฮจิมินห์ซิตี้ – ภูเก็ต 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์
-
สายการบิน flydubai เปิดเส้นทางบินใหม่จากดูไบ – กรุงเทพฯ เพิ่มความถี่เป็น 2 เที่ยวบินต่อวันในเดือนก.ย.นี้
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การขยายเครือข่ายการบินระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่องผ่านความร่วมมือกับสายการบินจากตลาดศักยภาพ เพื่อเพิ่มความเชื่อมโยงทางอากาศ (Air Connectivity) สร้างโอกาสด้านการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุน
พร้อมยกระดับบทบาทของประเทศไทยในฐานะ Gateway สู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค ซึ่งจากบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง AOT และ Vietnam Airlines (เวียดนาม แอร์ไลน์ส) นำไปสู่ความสำเร็จในการเปิดให้บริการเส้นทางบินใหม่ โฮจิมินห์ซิตี้ (SGN) – ภูเก็ต (HKT) อย่างเป็นทางการ โดยได้จัดพิธีต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ VN621 ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้เส้นทางบินดังกล่าวให้บริการจำนวน 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เพิ่มศักยภาพรองรับผู้โดยสารกว่า 39,520 ที่นั่งต่อปี รองรับความต้องการเดินทางจากเวียดนาม ซึ่งในช่วงเดือนมกราคม–มิถุนายน 2569 มีนักท่องเที่ยวเวียดนามเดินทางมายังประเทศไทยแล้วกว่า 300,000 คน
นอกจากนี้ จากความมุ่งมั่นของ AOT ในการสนับสนุนให้สายการบินเปิดเส้นทางบินใหม่จากการเจรจาทางธุรกิจระหว่าง AOT และสายการบินในงาน Routes World 2025 ส่งผลให้สายการบิน flydubai เปิดเส้นทาง ดูไบ–กรุงเทพฯ โดยเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 วันละ 1 เที่ยวบิน และมีกำหนดเพิ่มเป็นวันละ 2 เที่ยวบิน ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2569
ส่งผลให้มีเที่ยวบินระหว่างดูไบและประเทศไทยรวมสูงสุด 28 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ซึ่งการเปิดเส้นทางบินดังกล่าวจะเป็นการส่งเสริมให้ตลาดตะวันออกกลางเติบโตยิ่งขึ้น ในช่วงเดือนมกราคม–มิถุนายน 2569 มีนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคดังกล่าวเดินทางมายังประเทศไทยแล้วกว่า 180,000 คน
การเปิดเส้นทางบินใหม่ทั้งสองเส้นทางสะท้อนถึงความสำเร็จของยุทธศาสตร์การพัฒนาเครือข่ายการบินของ AOT ที่มุ่งสร้างความร่วมมือกับสายการบินชั้นนำจากตลาดศักยภาพทั่วโลก เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง ขยายโอกาสทางเศรษฐกิจ และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ผ่านการเชื่อมโยงทางอากาศที่ครอบคลุมและเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นและศูนย์กลางการบินภูมิภาคอย่างยั่งยืน







