
เปิดไทม์ไลน์ใหม่ AOT ทุ่ม 3.6 แสนล้าน เดินหน้าขยายสนามบิน รับผู้โดยสาร 180 ล้านคน
เปิดไทม์ไลน์ใหม่ AOT ทุ่ม 3.6 แสนล้านบาท เดินหน้าปรับปรุงแผนขยายสนามบิน รองรับการขยายตัวของผู้โดยสาร 180 ล้านคนต่อปี ภายในปี 2577
KEY
POINTS
- เปิดไทม์ไลน์ใหม่ AOT ทุ่ม 3.6 แสนล้านบาท ขยายสนามบิน รองรับการขยายตัวของผู้โดยสาร 180 ล้านคนต่อปี ภายในปี 2577
- กางแผนลงทุน 10 ปี ขยายสนามบินสุวรรณภูมิด้านทิศใต้
- ปรับแผนลงทุนขยายสนามบินดอนเมืองเพิ่มเป็น 6.9 หมื่นล้านบาท
วันนี้ (วันที่ 16 พฤษภาคม 2569) ล่าสุดบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) AOT หรือ ทอท. ได้เดินหน้าปรับปรุงแผนขยายสนามบินทั้ง 6 แห่ง มูลค่าการลงทุนรวมกว่า 364,980 ล้านบาท
“ฐานเศรษฐกิจ” จะนำเสนอไทม์ไลน์ใหม่ ของแผนแม่บทการพัฒนาสนามบิน เพื่อรองรับการขยายตัวของผู้โดยสาร 180 ล้านคนต่อปี ภายในปี 2577 และยกระดับการบริการสู่ระดับโลกขยายสุวรรณภูมิรับ 120 ล้านคนใน 10 ปี
เปิดไทม์ไลน์ใหม่ AOT ทุ่ม 3.6 แสนล้านบาทขยายสนามบิน
โรดแม็ปการพัฒนาสนามบินของทอท.โครงการไฮไลท์ คือ การพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อขยายการรองรับผู้โดยสารเพิ่มเป็น 120 ล้านคนต่อปี โดยจะมี 2 โครงการ
ได้แก่ งานก่อสร้างส่วนขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) งบประมาณก่อสร้าง 13,520 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 %) เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้บริการผู้โดยสารทั้งพื้นที่ Check in พื้นที่ตรวจหนังสือเดินทาง และพื้นที่สำหรับกิจกรรมอื่นๆ สำหรับผู้โดยสารที่มายังสนามบิน
โดยเตรียมจะนำเรื่องเสนอครม.อนุมัติ คาดว่าจะเริ่มดำเนินกระบวนการก่อสร้างได้ในปี 2569 - 2573 เมื่อแล้วเสร็จจะทำให้สนามบินสุวรรณภูมิสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 70 ล้านคนต่อปี
ชงครม.ไฟเขียวแผนแม่บทพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิ ด้านทิศใต้
รวมถึงงานพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้านทิศใต้ (South Terminal) ประมาณการวงเงินลงทุน 245,369 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและสำรองราคา) ซึ่งบอร์ดทอท. มีมติเห็นชอบร่างแผนแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ฉบับปี 2568) เรียบร้อยไปแล้ว
ปัจจุบันแผนแม่บทดังกล่าว อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT และเตรียมเสนอเข้าครม. เพื่อขยายการรองรับผู้โดยสารเพิ่มเป็น120 ล้านคนต่อปี และรองรับปริมาณเที่ยวบินได้ 120 เที่ยวบินต่อชั่วโมง
โดยจะมีการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลักด้านทิศใต้ (South Terminal) ขนาดพื้นที่ 7.5 แสนตรม. และระบบขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่อาคารผู้โดยสาร รองรับประชาชนที่มาใช้บริการ สามารถเดินทางมาขึ้นเครื่องบินได้จากถนนบางนาตราดและมอเตอร์เวย์ และเพื่อให้การพัฒนาสอดคล้องกับการเพิ่มพื้นที่ให้บริการผู้โดยสาร
รวมถึงจะมีการก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 4 ทางด้านทิศตะวันออกของสนามบิน มีความยาวประมาณ 4 กิโลเมตร เพื่อเป็นการเตรียมรองรับการขยายตัวของปริมาณจราจรทางอากาศในอนาคต
นอกจากนี้ในแผนแม่บทฉบับใหม่นี้ก็จะมีการจัดสรรพื้นที่ในการเพิ่มกิจกรรมใหม่ในสนามบิน ได้แก่ ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) การขยายพื้นที่คลังสินค้าเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีอยู่ทางทิศเหนือ เพื่อรองรับเป้าหมายการเป็นศูนย์กลางการขนถ่ายสินค้าทางอากาศ โครงการ General Aviation (GA) สำหรับเครื่องบินส่วนตัวและบริการการบินทั่วไป เพื่อให้สนามบินมีความครบวงจรทัดเทียมสนามบินชั้นนำของโลก
การลงทุนในโครงการนี้ ใช้เวลา 10 ปี แผนดำเนินการปี 2570-2578 แบ่งการก่อสร้างออกเป็น 4 เฟส โดยเฟสแรกจะเป็นการออกแบบ และการปรับปรุงคุณภาพดิน (Ground Improvement) เป็นเวลา 2 ปี (2570-2572) เนื่องจากเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ ต้องรอให้ดินเซ็ตตัว
เบื้องต้นใช้งบประมาณราว 20,000 ล้านบาท จากนั้นก็จะทยอยก่อสร้างอาคารผู้โดยสารตั้งแต่แต่ปี 2572 โดยจะทยอยก่อสร้างเป็นเฟสๆตามดีมานต์ของผู้โดยสารในอนาคต
ปรับแผนลงทุนขยายสนามบินดอนเมืองเพิ่มเป็น 6.9 หมื่นล้าน
ส่วนโครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 วงเงินลงทุนประมาณงานก่อสร้าง 69,285 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและสำรองราคา) โดยบอร์ดทอท.เห็นชอบการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของรายการ และขยายกรอบวงเงินลงทุนไปแล้ว
ขณะนี้ออกแบบรายละเอียดโครงการแล้วเสร็จ เตรียมจะเสนอครม.เพื่อขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของงานบางส่วน เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงจากที่โครงการนี้เคยได้รับอนุมัติจากครม.เดิมตั้งแต่เดือนพ.ย. 2565 วงเงิน 3.6 หมื่นล้านบาท
โครงการขยายสนามบินดอนเมืองในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการซ่อมแซมหรือปรับปรุงเล็กน้อย แต่เป็นการยกเครื่องโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ โดยมีการปรับปรุงจากแผนเดิมที่มี 21 โครงการย่อย ให้กลายเป็นโครงการที่สอดรับกับบริบทปัจจุบันมากขึ้น
หากครม.เห็นชอบ ก็จะประกวดราคาตามขั้นตอนต่อไป โดยวางเป้าหมายเริ่มก่อสร้างปี 2571-2577 เพื่อคืนสภาพขีดความสามารถของสนามบินดอนเมือง ให้สามารถรองรับผู้โดยสารเพิ่มได้อีก 15 ล้านคน รวมเป็น 45 ล้านคนต่อปี และสามารถบริหารจัดการให้รองรับผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 50 ล้านคนต่อปี และรองรับปริมาณเที่ยวบินได้ 55 เที่ยวบิน/ชั่วโมง เพิ่มจากปัจจุบันรองรับผู้โดยสารได้ 30 ล้านคนต่อปี
โดยจะก่อสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศหลังใหม่ (หลังที่ 3) 2.08 แสนตร.ม. จากการออกแบบจริงในปัจจุบัน พบว่าอาคาร Terminal 3 มีขนาดใหญ่กว่าแนวคิดเดิมถึง 25% ซึ่งการขยายพื้นที่นี้ส่งผลให้มูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้น
ทั้งยังจะปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร 1 ให้อยู่ในสภาพใหม่เพื่อรองรับผู้โดยสารภายในประเทศ ร่วมกับอาคารผู้โดยสาร 2 ก่อสร้างอาคารผู้โดยสารสำหรับรองรับเที่ยวบิน Private Jet ปรับปรุงอาคารคลังสินค้า 1 และ 2 ให้สามารถรองรับสินค้าได้ 500,000 ตันต่อปี ปรับปรุงระบบจราจรและระบบสาธารณูปโภคอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
นอกจากการพัฒนาตามโครงการสนามบินดอนเมือง ระยะที่ 3 แล้ว ยังมีโครงการที่ดำเนินการเพื่อยกระดับการให้บริการพัฒนาพื้นที่เชื่อมต่อกับระบบขนส่งธารณะด้านอื่น โดยดำเนินการในลักษณะให้เอกชนร่วมลงทุนก่อสร้างอาคาร Junction Building เป็นพื้นที่ศูนย์กลางที่เชื่อมต่อกับระบบรถไฟสายสีแดงโดยตรง ซึ่งจะตั้งอยู่ระหว่างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 (Terminal 2) และอาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 (Terminal 3) ที่จะสร้างขึ้นใหม่
อาคารนี้จะเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญจากระบบรถไฟฟ้า และภายในจะประกอบด้วย Bus Center เพื่อแก้ไขปัญหาความแออัดของรถบัสในสนามบิน
รวมถึงมีพื้นที่เชิงพาณิชย์และห้างสรรพสินค้าที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสนามบินชั้นนำในต่างประเทศ พร้อมพื้นที่สันทนาการพื้นที่พาณิชย์อื่นๆ ยกระดับการให้บริการของสนามบินดอนเมือง
การแก้ไขปัญหาที่จอดรถยนต์ไม่เพียงพอ โดยมีแผนก่อสร้างอาคารจอดรถยนต์เพิ่มเติม เพื่อให้ในอนาคตสนามบินดอนเมือง จะมีที่จอดรถยนต์สำหรับผู้โดยสารได้มากถึง 7,500 คัน
ทั้งยังจะแก้ปัญหาการจราจรในสนามบิน โดยแผนพัฒนาใหม่จึงรวมถึงการปรับปรุงโครงสร้างถนน โดยจะทำเป็น Road Loop ที่แยกเส้นทางระหว่างผู้โดยสารขาเข้า-ขาออก และแยก Flow ของผู้โดยสารระหว่างอาคารภายในประเทศและระหว่างประเทศออกจากกันอย่างชัดเจน ซึ่งจะช่วยลดความแออัดของรถยนต์ที่วนอยู่ในระบบได้เป็นอย่างดี
ทอท.กางแผนพัฒนาสนามบินภูมิภาค
สำหรับความคืบหน้าโครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต ระยะที่ 2, ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ระยะที่ 1, ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย ระยะที่ 1 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการออกแบบ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2569 และจะสามารถขออนุมัติโครงการได้ภายในปี 2570
ในส่วนของท่าอากาศยานหาดใหญ่ ปัจจุบันอยู่ระหว่างทบทวนแผนแม่บท คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2570
โดยตามแผนพัฒนาสนามบินภูเก็ต ระยะที่ 2 ใช้งบลงทุนราว 1 หมื่นล้านบาท จะขยายอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ และระบบสาธารณูปโภค เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับ ผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 5.5 ล้านคนต่อปี ทำให้สามารถรองรับปริมาณผู้โดยสารได้รวมไม่น้อยกว่า 18 ล้านคนต่อปี
ส่วนการพัฒนาสนามบินเชียงใหม่ ระยะที่ 1 ใช้งบลงทุนราว 16,000 ล้านบาท ดำเนินการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ และปรับปรุงอาคารผู้โดยสารเดิม และก่อสร้างระบบถนน ระบบสาธารณูปโภคอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร จาก 8 ล้านคนต่อปี ให้สามารถรองรับปริมาณผู้โดยสารได้รวมไม่น้อยกว่า 20 ล้านคนต่อปี
โครงการพัฒนาสนามบินแม่ฟ้าหลวงเชียงราย ระยะที่ 1ใช้งบลงทุนราว 7,000 ล้านบาท ดำเนินการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ และปรับปรุงอาคารผู้โดยสารเดิม พร้อมก่อสร้างอาคารจอดรถยนต์ ก่อสร้างระบบถนน ระบบสาธารณูปโภคอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร จาก 3 ล้านคนต่อปี ให้สามารถรองรับปริมาณผู้โดยสารได้รวมไม่น้อยกว่า 6 ล้านคนต่อปี
ส่วนโครงการพัฒนาสนามบินหาดใหญ่ ระยะที่ 1 ใช้งบลงทุนราว 4,487 ล้านบาท อยู่ระหว่างทบทวนแผนแม่บท
สำหรับแผนการก่อสร้างสนามบินใหม่ 2 แห่ง คือ ท่าอากาศยานอันดามัน ที่พังงา และท่าอากาศยานล้านนา อยู่ระหว่างการศึกษาความคุ้มค่าในการลงทุน เมื่อผ่านการพิจารณาด้านความคุ้มค่าแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเตรียมนำเสนอครม.เพื่อขออนุมัติโครงการในลำดับถัดไป
ทั้งหมดล้วนเป็นโรดแม็ปการขยายสนามบินของทอท.ตามไทม์ไลน์ใหม่ที่จะเกิดขึ้น







