thansettakij
thansettakij
เปิดไทม์ไลน์ใหม่ AOT ทุ่ม 3.6 แสนล้าน เดินหน้าขยายสนามบิน รับผู้โดยสาร 180 ล้านคน

เปิดไทม์ไลน์ใหม่ AOT ทุ่ม 3.6 แสนล้าน เดินหน้าขยายสนามบิน รับผู้โดยสาร 180 ล้านคน

16 พ.ค. 69 | 04:22 น.
อัปเดตล่าสุด :16 พ.ค. 69 | 05:11 น.

เปิดไทม์ไลน์ใหม่ AOT ทุ่ม 3.6 แสนล้านบาท เดินหน้าปรับปรุงแผนขยายสนามบิน รองรับการขยายตัวของผู้โดยสาร 180 ล้านคนต่อปี ภายในปี 2577

KEY

POINTS

  • เปิดไทม์ไลน์ใหม่ AOT ทุ่ม  3.6 แสนล้านบาท ขยายสนามบิน รองรับการขยายตัวของผู้โดยสาร 180 ล้านคนต่อปี ภายในปี 2577
  • กางแผนลงทุน 10 ปี ขยายสนามบินสุวรรณภูมิด้านทิศใต้
  • ปรับแผนลงทุนขยายสนามบินดอนเมืองเพิ่มเป็น 6.9 หมื่นล้านบาท

วันนี้ (วันที่ 16 พฤษภาคม 2569) ล่าสุดบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) AOT หรือ ทอท. ได้เดินหน้าปรับปรุงแผนขยายสนามบินทั้ง 6 แห่ง มูลค่าการลงทุนรวมกว่า 364,980 ล้านบาท

“ฐานเศรษฐกิจ” จะนำเสนอไทม์ไลน์ใหม่ ของแผนแม่บทการพัฒนาสนามบิน เพื่อรองรับการขยายตัวของผู้โดยสาร 180 ล้านคนต่อปี ภายในปี 2577 และยกระดับการบริการสู่ระดับโลกขยายสุวรรณภูมิรับ 120 ล้านคนใน 10 ปี

เปิดไทม์ไลน์ใหม่ AOT ทุ่ม 3.6 แสนล้านขยายสนามบิน

เปิดไทม์ไลน์ใหม่ AOT ทุ่ม 3.6 แสนล้านบาทขยายสนามบิน

โรดแม็ปการพัฒนาสนามบินของทอท.โครงการไฮไลท์ คือ การพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อขยายการรองรับผู้โดยสารเพิ่มเป็น 120 ล้านคนต่อปี โดยจะมี 2 โครงการ

ได้แก่ งานก่อสร้างส่วนขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) งบประมาณก่อสร้าง 13,520 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 %) เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้บริการผู้โดยสารทั้งพื้นที่ Check in พื้นที่ตรวจหนังสือเดินทาง และพื้นที่สำหรับกิจกรรมอื่นๆ สำหรับผู้โดยสารที่มายังสนามบิน

ส่วนขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก สนามบินสุวรรณภูมิ

โดยเตรียมจะนำเรื่องเสนอครม.อนุมัติ คาดว่าจะเริ่มดำเนินกระบวนการก่อสร้างได้ในปี 2569 - 2573 เมื่อแล้วเสร็จจะทำให้สนามบินสุวรรณภูมิสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 70 ล้านคนต่อปี

ชงครม.ไฟเขียวแผนแม่บทพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิ ด้านทิศใต้

รวมถึงงานพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้านทิศใต้ (South Terminal) ประมาณการวงเงินลงทุน 245,369 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและสำรองราคา) ซึ่งบอร์ดทอท. มีมติเห็นชอบร่างแผนแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ฉบับปี 2568) เรียบร้อยไปแล้ว

ปัจจุบันแผนแม่บทดังกล่าว อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT และเตรียมเสนอเข้าครม. เพื่อขยายการรองรับผู้โดยสารเพิ่มเป็น120 ล้านคนต่อปี และรองรับปริมาณเที่ยวบินได้ 120 เที่ยวบินต่อชั่วโมง

โดยจะมีการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลักด้านทิศใต้ (South Terminal) ขนาดพื้นที่ 7.5 แสนตรม. และระบบขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่อาคารผู้โดยสาร รองรับประชาชนที่มาใช้บริการ สามารถเดินทางมาขึ้นเครื่องบินได้จากถนนบางนาตราดและมอเตอร์เวย์ และเพื่อให้การพัฒนาสอดคล้องกับการเพิ่มพื้นที่ให้บริการผู้โดยสาร

โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้านทิศใต้

รวมถึงจะมีการก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 4 ทางด้านทิศตะวันออกของสนามบิน มีความยาวประมาณ 4 กิโลเมตร เพื่อเป็นการเตรียมรองรับการขยายตัวของปริมาณจราจรทางอากาศในอนาคต

นอกจากนี้ในแผนแม่บทฉบับใหม่นี้ก็จะมีการจัดสรรพื้นที่ในการเพิ่มกิจกรรมใหม่ในสนามบิน ได้แก่ ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) การขยายพื้นที่คลังสินค้าเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีอยู่ทางทิศเหนือ เพื่อรองรับเป้าหมายการเป็นศูนย์กลางการขนถ่ายสินค้าทางอากาศ โครงการ General Aviation (GA) สำหรับเครื่องบินส่วนตัวและบริการการบินทั่วไป เพื่อให้สนามบินมีความครบวงจรทัดเทียมสนามบินชั้นนำของโลก

เปิดไทม์ไลน์ใหม่ AOT ทุ่ม 3.6 แสนล้าน เดินหน้าขยายสนามบิน รับผู้โดยสาร 180 ล้านคน

การลงทุนในโครงการนี้ ใช้เวลา 10 ปี แผนดำเนินการปี 2570-2578 แบ่งการก่อสร้างออกเป็น 4 เฟส โดยเฟสแรกจะเป็นการออกแบบ และการปรับปรุงคุณภาพดิน (Ground Improvement) เป็นเวลา 2 ปี (2570-2572) เนื่องจากเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ ต้องรอให้ดินเซ็ตตัว

เบื้องต้นใช้งบประมาณราว 20,000 ล้านบาท จากนั้นก็จะทยอยก่อสร้างอาคารผู้โดยสารตั้งแต่แต่ปี 2572 โดยจะทยอยก่อสร้างเป็นเฟสๆตามดีมานต์ของผู้โดยสารในอนาคต

ปรับแผนลงทุนขยายสนามบินดอนเมืองเพิ่มเป็น 6.9 หมื่นล้าน

ส่วนโครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 วงเงินลงทุนประมาณงานก่อสร้าง 69,285 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและสำรองราคา) โดยบอร์ดทอท.เห็นชอบการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของรายการ และขยายกรอบวงเงินลงทุนไปแล้ว

สนามบินดอนเมือง

ขณะนี้ออกแบบรายละเอียดโครงการแล้วเสร็จ เตรียมจะเสนอครม.เพื่อขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของงานบางส่วน เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงจากที่โครงการนี้เคยได้รับอนุมัติจากครม.เดิมตั้งแต่เดือนพ.ย. 2565 วงเงิน 3.6 หมื่นล้านบาท

โครงการขยายสนามบินดอนเมืองในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการซ่อมแซมหรือปรับปรุงเล็กน้อย แต่เป็นการยกเครื่องโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ โดยมีการปรับปรุงจากแผนเดิมที่มี 21 โครงการย่อย ให้กลายเป็นโครงการที่สอดรับกับบริบทปัจจุบันมากขึ้น

หากครม.เห็นชอบ ก็จะประกวดราคาตามขั้นตอนต่อไป โดยวางเป้าหมายเริ่มก่อสร้างปี 2571-2577 เพื่อคืนสภาพขีดความสามารถของสนามบินดอนเมือง ให้สามารถรองรับผู้โดยสารเพิ่มได้อีก 15 ล้านคน รวมเป็น 45 ล้านคนต่อปี และสามารถบริหารจัดการให้รองรับผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 50 ล้านคนต่อปี และรองรับปริมาณเที่ยวบินได้ 55 เที่ยวบิน/ชั่วโมง เพิ่มจากปัจจุบันรองรับผู้โดยสารได้ 30 ล้านคนต่อปี

โดยจะก่อสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศหลังใหม่ (หลังที่ 3) 2.08 แสนตร.ม. จากการออกแบบจริงในปัจจุบัน พบว่าอาคาร Terminal 3 มีขนาดใหญ่กว่าแนวคิดเดิมถึง 25% ซึ่งการขยายพื้นที่นี้ส่งผลให้มูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้น

อาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 สนามบินดอนเมือง

ทั้งยังจะปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร 1 ให้อยู่ในสภาพใหม่เพื่อรองรับผู้โดยสารภายในประเทศ ร่วมกับอาคารผู้โดยสาร 2 ก่อสร้างอาคารผู้โดยสารสำหรับรองรับเที่ยวบิน Private Jet ปรับปรุงอาคารคลังสินค้า 1 และ 2 ให้สามารถรองรับสินค้าได้ 500,000 ตันต่อปี ปรับปรุงระบบจราจรและระบบสาธารณูปโภคอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

นอกจากการพัฒนาตามโครงการสนามบินดอนเมือง ระยะที่ 3 แล้ว ยังมีโครงการที่ดำเนินการเพื่อยกระดับการให้บริการพัฒนาพื้นที่เชื่อมต่อกับระบบขนส่งธารณะด้านอื่น โดยดำเนินการในลักษณะให้เอกชนร่วมลงทุนก่อสร้างอาคาร Junction Building เป็นพื้นที่ศูนย์กลางที่เชื่อมต่อกับระบบรถไฟสายสีแดงโดยตรง ซึ่งจะตั้งอยู่ระหว่างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 (Terminal 2) และอาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 (Terminal 3) ที่จะสร้างขึ้นใหม่ 

อาคาร Junction Building สนามบินดอนเมือง

อาคารนี้จะเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญจากระบบรถไฟฟ้า และภายในจะประกอบด้วย Bus Center เพื่อแก้ไขปัญหาความแออัดของรถบัสในสนามบิน 

รวมถึงมีพื้นที่เชิงพาณิชย์และห้างสรรพสินค้าที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสนามบินชั้นนำในต่างประเทศ พร้อมพื้นที่สันทนาการพื้นที่พาณิชย์อื่นๆ ยกระดับการให้บริการของสนามบินดอนเมือง

การแก้ไขปัญหาที่จอดรถยนต์ไม่เพียงพอ โดยมีแผนก่อสร้างอาคารจอดรถยนต์เพิ่มเติม เพื่อให้ในอนาคตสนามบินดอนเมือง จะมีที่จอดรถยนต์สำหรับผู้โดยสารได้มากถึง 7,500 คัน 

ทั้งยังจะแก้ปัญหาการจราจรในสนามบิน โดยแผนพัฒนาใหม่จึงรวมถึงการปรับปรุงโครงสร้างถนน โดยจะทำเป็น Road Loop ที่แยกเส้นทางระหว่างผู้โดยสารขาเข้า-ขาออก และแยก Flow ของผู้โดยสารระหว่างอาคารภายในประเทศและระหว่างประเทศออกจากกันอย่างชัดเจน ซึ่งจะช่วยลดความแออัดของรถยนต์ที่วนอยู่ในระบบได้เป็นอย่างดี

ทอท.กางแผนพัฒนาสนามบินภูมิภาค

สำหรับความคืบหน้าโครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต ระยะที่ 2, ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ระยะที่ 1, ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย ระยะที่ 1 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการออกแบบ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2569 และจะสามารถขออนุมัติโครงการได้ภายในปี 2570

ในส่วนของท่าอากาศยานหาดใหญ่ ปัจจุบันอยู่ระหว่างทบทวนแผนแม่บท คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2570

โดยตามแผนพัฒนาสนามบินภูเก็ต ระยะที่ 2 ใช้งบลงทุนราว 1 หมื่นล้านบาท จะขยายอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ และระบบสาธารณูปโภค เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับ ผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 5.5 ล้านคนต่อปี ทำให้สามารถรองรับปริมาณผู้โดยสารได้รวมไม่น้อยกว่า 18 ล้านคนต่อปี

สนามบินภูเก็ต

ส่วนการพัฒนาสนามบินเชียงใหม่ ระยะที่ 1 ใช้งบลงทุนราว 16,000 ล้านบาท ดำเนินการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ และปรับปรุงอาคารผู้โดยสารเดิม และก่อสร้างระบบถนน ระบบสาธารณูปโภคอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร จาก 8 ล้านคนต่อปี ให้สามารถรองรับปริมาณผู้โดยสารได้รวมไม่น้อยกว่า 20 ล้านคนต่อปี

โครงการพัฒนาสนามบินแม่ฟ้าหลวงเชียงราย ระยะที่ 1ใช้งบลงทุนราว 7,000 ล้านบาท ดำเนินการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ และปรับปรุงอาคารผู้โดยสารเดิม พร้อมก่อสร้างอาคารจอดรถยนต์ ก่อสร้างระบบถนน ระบบสาธารณูปโภคอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร จาก 3 ล้านคนต่อปี ให้สามารถรองรับปริมาณผู้โดยสารได้รวมไม่น้อยกว่า 6 ล้านคนต่อปี

ส่วนโครงการพัฒนาสนามบินหาดใหญ่ ระยะที่ 1 ใช้งบลงทุนราว 4,487 ล้านบาท อยู่ระหว่างทบทวนแผนแม่บท

สำหรับแผนการก่อสร้างสนามบินใหม่ 2 แห่ง คือ ท่าอากาศยานอันดามัน ที่พังงา และท่าอากาศยานล้านนา อยู่ระหว่างการศึกษาความคุ้มค่าในการลงทุน เมื่อผ่านการพิจารณาด้านความคุ้มค่าแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเตรียมนำเสนอครม.เพื่อขออนุมัติโครงการในลำดับถัดไป

ทั้งหมดล้วนเป็นโรดแม็ปการขยายสนามบินของทอท.ตามไทม์ไลน์ใหม่ที่จะเกิดขึ้น