thansettakij
thansettakij
AAV ยังโกยกำไรไตรมาส 1/2569 ท่ามกลางความขัดแย้งตะวันออกกลาง

AAV ยังโกยกำไรไตรมาส 1/2569 ท่ามกลางความขัดแย้งตะวันออกกลาง

15 พ.ค. 69 | 06:30 น.
อัปเดตล่าสุด :15 พ.ค. 69 | 06:49 น.

AAV ยังโกยกำไรไตรมาส 1/2569 ท่ามกลางความขัดแย้งตะวันออกกลาง โดยรายได้จากการขายและให้บริการเพิ่มขึ้น หนุนผู้โดยสารไทยแอร์เอเชีย พุ่ง 6.2 ล้านคน ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง

KEY

POINTS

  • AAV ยังโกยกำไรไตรมาส 1/2569 ท่ามกลางความขัดแย้งตะวันออกกลาง โดยยังมีรายได้จากการขายและให้บริการเพิ่มขึ้น
  • ไตรมาส 1 ผู้โดยสารไทยแอร์เอเชีย พุ่ง 6.2 ล้านคน ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้น

  • ไตรมาส 2 กระทบราคาน้ำม้นพุ่ง เร่งบริหารจัดการจะมีความท้าทาย

AAV ยังโกยกำไรไตรมาส 1/2569 ท่ามกลางความขัดแย้งตะวันออกกลาง

วันนี้ (วันที่ 15 พฤษภาคม 2569) บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) ผู้ถือหุ้นใหญ่ในสายการบินไทยแอร์เอเชีย (TAA) รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ประจำปี 2569 โดยมีรายได้จากการขายเเละให้บริการ อยู่ที่ 13,529.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หนุนจากการขนส่งผู้โดยสารที่ 6.2 ล้านคน เพิ่มขึ้น 11%

ตามทิศทางการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวในไตรมาสแรก ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ในขณะที่ราคาค่าโดยสารเฉลี่ยปรับตัวลดลง 6%

อย่างไรก็ตาม ด้วยการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ต้นทุนต่อหน่วย (“CASK”) ลดลง 2% อยู่ที่ 1.69 บาท  จากการบริหารจัดการต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและรอบซ่อมบำรุง รวมทั้งค่าธรรมเนียมสนามบินต่างประเทศที่ลดลงจากการเน้นเที่ยวบินในประเทศมากขึ้น โดยสายการบินยังรักษาอัตราการใช้งานเครื่องบินอย่างมีประสิทธิภาพเฉลี่ยที่ 12.5 ชั่วโมงต่อวันต่อลำ จากฝูงบินปฏิบัติการทั้งหมด 58 ลำในไตรมาสนี้

ทั้งนี้บริษัทรายงานกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ที่ 3,733.9 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไร EBITDA ร้อยละ 28 และมีกำไรจากการดำเนินงานหลักที่แข็งแกร่งที่ 1,651.7 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน (1,013.8) ล้านบาท จากการอ่อนค่าของเงินบาท ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 840.6 ล้านบาท

ผลประกอบการ AAV ไตรมาส 1/ 2569

ไตรมาส 1 ยังไม่กระทบต่อราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น

นายไพรัชล์ พรพัฒนนางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ AAV และ TAA กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 1 ได้สะท้อนความแข็งแกร่งของแบรนด์แอร์เอเชียได้เป็นอย่างดี บริษัทยังสามารถทำผลการดำเนินงานที่ดี โดยมีอัตราขนส่งผู้โดยสารรวมอยู่ที่ 88% โดยเฉพาะตลาดภายในประเทศที่มีอัตราขนส่งผู้โดยสารอยู่ที่ 89 % พร้อมครองส่วนแบ่งการภายในประเทศตลาดสูงที่สุดที่ 42%

 

"ในไตรมาส 1 เราจะยังไม่เห็นผลกระทบจากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นมากนัก เนื่องจากความขัดเเย้งเกิดขึ้นช่วงปลายไตรมาส และยังเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวต่อเนื่องมาจากปลายปี ราคาน้ำมันจะเริ่มสะท้อนให้เห็นในไตรมาส 2 ซึ่งการบริหารจัดการจะมีความท้าทายมากขึ้น เราจึงปรับรูปแบบการทำงาน เน้นการบริหารจัดการต้นทุนรวมถึงความเสี่ยงอย่างเข้มงวด เพื่อให้พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ ควบคู่ไปกับการรักษาอัตรากำไรและความแข็งแกร่งทางการเงิน” นายไพรัชล์กล่าว

ไตรมาส 2 อ่วม ต้นทุนน้ำมันอากาศยานที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 3 เท่า

สำหรับไตรมาส 2 บริษัทคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมการบินจะยังได้รับผลกระทบรุนแรงจากสถานการณ์โลกและต้นทุนน้ำมันอากาศยานที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 3 เท่าจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศ บริษัทจึงจำเป็นต้องปรับราคาค่าโดยสารขึ้น

ทั้งนี้เพื่อสะท้อนต้นทุนการดำเนินงานที่แท้จริงบางส่วน และรักษาสภาพคล่องทางการเงิน โดยได้ปรับลดปริมาณที่นั่งที่ให้บริการเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนลงร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องกับผลกระทบและการเดินทางที่ชะลอตัวตามฤดูกาล

 

อย่างไรก็ตาม AAV ได้รับประกาศผลการจัดอันดับ SET ESG Rating ประจำปี 2568  โดยได้ระดับ AAA ที่ 93 คะแนน ซึ่งสูงสุดในกลุ่มสายการบินของประเทศไทย พร้อมผลการประเมินด้าน ESG จาก FTSE Russell ที่โดดเด่น 3.9 จาก 5.0 ตอกย้ำความมุ่งมั่นเเละกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของบริษัท ที่เป็นรูปธรรมเเละวัดผลได้