
อ่วม! วิกฤตน้ำมัน 'ไทยแอร์เอเชีย' หยุดบิน 22 เส้นทางบิน ลดเที่ยวบิน 30 % พ.ค.–มิ.ย.นี้
ไทยแอร์เอเชีย ประกาศแจ้ง ยกเลิกเที่ยวบิน หยุดบินชั่วคราว เส้นทางบินในประเทศ และเส้นทางบินระหว่างประเทศ รวม 22 เส้นทางบิน ปรับลดเที่ยวบินลง 30 % ช่วงเดือนพ.ค.–มิ.ย. 2569 ท่ามกลางวิกฤตน้ำมันพุ่ง กระทบต้นทุนหนัก มีเส้นทางบินไหนบ้าง เช็คที่นี่
วันนี้ (วันที่ 28 เมษายน 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ท่ามกลางสถานการณ์ด้านพลังงานที่กำลังทวีความตึงเครียดเพิ่มขึ้นจากเหตุการณ์สงครามตะวันออกกลาง และ วิกฤตน้ำมันที่เกิดขึ้น
ล่าสุดสายการบิน ไทยแอร์เอเชีย (FD) ได้ปรับตารางบินในการให้บริการเส้นทางต่าง ๆ สำหรับช่วงตารางการบินฤดูร้อน 2026 นี้ โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนนี้ ซึ่งมีการยกเลิกเที่ยวบิน หยุดบิน บางเส้นทาง ทั้งเส้นทางบินภายในประเทศ และเส้นทางบินระหว่างประเทศ ในขณะที่สถานการณ์ด้านเชื้อเพลิงและสถานการณ์โลกยังคงไม่คลี่คลาย
โดยปรับลดเที่ยวบินลงประมาณ 30% หลังได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากต้นทุนน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น และปริมาณการเดินทางช่วงกลางปีที่ชะลอตัว
ทั้งนี้เส้นทางในประเทศจะยกเลิกบางเส้นทางจาก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั่วคราว ขณะที่ฐานการบิน ท่าอากาศยานดอนเมือง ยังคงให้บริการครบทุกเส้นทาง ส่วนเส้นทางระหว่างประเทศเน้นลดในตลาดอินเดียเป็นหลักจากต้นทุนที่สูงเเละไม่สามารถนำเสนอราคาค่าโดยสารที่คุ้มทุนได้ ในขณะที่ยังคงประคองการดำเนินงานในตลาดจีน เอเชียตะวันออก เเละอาเซียน
เส้นทางบินที่ ไทยแอร์เอเชีย ยกเลิกเที่ยวบิน และ หยุดบินชั่วคราว รวม 22 เส้นทางมีดังนี้
เส้นทางบินในประเทศ
- สุวรรณภูมิ–บุรีรัมย์ (1 พ.ค.–30 มิ.ย. 69)
- สุวรรณภูมิ–เชียงราย (1 พ.ค.–30 มิ.ย. 69)
- สุวรรณภูมิ–ขอนแก่น (1 พ.ค.–30 มิ.ย. 69)
- สุวรรณภูมิ–หาดใหญ่ (1 พ.ค.–30 มิ.ย. 69)
- สุวรรณภูมิ–กระบี่ (1 พ.ค.–30 มิ.ย. 69)
- สุวรรณภูมิ–สุราษฎร์ธานี (1 พ.ค.–30 มิ.ย. 69)ฝสุวรรณภูมิ–นครศรีธรรมราช (1 พ.ค.–30 มิ.ย. 69
- สุวรรณภูมิ–อุดรธานี (28 เม.ย.–30 มิ.ย. 69
- สุวรรณภูมิ–นราธิวาส (ตั้งแต่ 21 เม.ย. 69 เป็นต้นไป)
เส้นทางบินระหว่างประเทศ
- ดอนเมือง–กูวาฮาติ (29 เม.ย.–24 ต.ค. 69)
- ดอนเมือง–กาฐมาณฑุ (1 พ.ค.–31 ก.ค. 69)
- ดอนเมือง–บาหลี (1 พ.ค.–30 มิ.ย. 69)
- ดอนเมือง–ฮ่องกง (12 พ.ค.–30 มิ.ย. 69)
- ดอนเมือง–สิงคโปร์ (12 พ.ค.–30 มิ.ย. 69
- ดอนเมือง–ชัยปุระ (12 พ.ค.–24 ต.ค. 69)
- ดอนเมือง–อาห์เมดาบาด (28 พ.ค.–24 ต.ค. 69)
- ดอนเมือง–ไฮเดอราบัด (1 มิ.ย.–24 ต.ค. 69)
- ดอนเมือง–ลัคเนา (3 มิ.ย.–24 ต.ค. 69)
- ดอนเมือง–ซีอาน (ตั้งแต่ 11 พ.ค. 69 เป็นต้นไป)
- ภูเก็ต–เชนไน (ตั้งแต่ 13 เม.ย. 69 เป็นต้นไป)
- ภูเก็ต–โกชิ (ตั้งแต่ 17 เม.ย. 69 เป็นต้นไป)
- ฮ่องกง–โอกินาวา (ตั้งแต่ 7 พ.ค. 69 เป็นต้นไป)
ปัจจุบันต้นทุนน้ำมันเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่า ทำให้ต้องปรับโครงสร้างราคาและแผนบินให้สอดคล้องกับต้นทุนจริง ส่งผลให้ปริมาณผู้โดยสารชะลอลง สายการบินจึงเลือก “ลดความถี่-พักเส้นทางชั่วคราว” ในช่วงโลว์ซีซัน
พร้อมคงที่นั่งให้เพียงพอในเส้นทางหลัก และพร้อมกลับมาเพิ่มเที่ยวบินทันทีหากต้นทุนและดีมานด์ฟื้นตัว
นายไพรัชล์ พรพัฒนนางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า สายการบินพยายามปรับตัวเเละบริหารจัดการต้นทุนอย่างเต็มความสามารถมาโดยตลอด หลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานที่ปรับตัวสูงขึ้น เราจำเป็นต้องปรับราคาค่าโดยสารขึ้นให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เเท้จริง
ส่งผลต่อเนื่องทำให้ปริมาณการเดินทางเเละอัตราขนส่งผู้โดยสารลดน้อยลง รวมทั้งเมื่อเข้าสู่ช่วงกลางปีซึ่งปกติจะเป็นช่วงการเดินทางชะลอตัวอยู่เเล้ว สายการบินจึงจำเป็นต้องปรับลดความถี่บินเเละยกเลิกบินชั่วคราวในหลายเส้นทาง โดยยังพยายามรักษาปริมาณที่นั่งให้เพียงพอต่อความต้องการเดินทางในเเต่ละช่วง
“ต้นทุนน้ำมันถือเป็นต้นทุนหลักของสายการบิน ซึ่งที่ผ่านมาราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานได้ปรับสูงขึ้นกว่า 3 เท่า เราจึงจำเป็นต้องปรับแผนการดำเนินงานให้รัดกุม โดยลดความถี่บินเเละยกเลิกบินชั่วคราวในหลายเส้นทางที่ไม่คุ้มทุน"
สำหรับเส้นทางในประเทศเราปรับลดตารางบินที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ คงไว้เฉพาะเส้นทางบินตรงสุวรรณภูมิ-เชียงใหม่ เเละสุวรรณภูมิ-ภูเก็ต ในเดือนพฤษภาคมเเละมิถุนายน ส่วนท่าอากาศยานดอนเมือง เรายังคงให้บริการครบทุกเส้นทาง ด้วยความถี่บินที่สอดคล้องกับความต้องการ” นายไพรัชล์กล่าว
อย่างไรก็ตามสายการบินได้ปรับกลยุทธ์การตลาดให้ยืดหยุ่นขึ้นและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากสถานการณ์ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงเเละปริมาณการเดินทางมีเเนวโน้มสูงขึ้น สายการบินก็พร้อมปรับเเผนเพิ่มเที่ยวบินกลับมาได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน
สำหรับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเฉพาะส่วนของน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน (Jet A-1) ปรับตัวสูงขึ้น 2 – 3 เท่าเทียบกับช่วงก่อนเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
จากเดิมอยู่ที่ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล พุ่งสูงขึ้นไปกว่า 240 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นผลทำให้ต้นทุนต่อเที่ยวบินเพิ่มขึ้นจากเดิมน้ำมันคิดเป็นสัดส่วนต้นทุนราว 30% ต่อเที่ยวบิน







