thansettakij
thansettakij
ปิดฉากท่องเที่ยวปี 2568  บิ๊กโรงแรม-สายการบินยังโกยกำไร  ปีนี้ลุยขยายธุรกิจต่อ

ปิดฉากท่องเที่ยวปี 2568 บิ๊กโรงแรม-สายการบินยังโกยกำไร ปีนี้ลุยขยายธุรกิจต่อ

05 มี.ค. 2569 | 03:00 น.
อัปเดตล่าสุด :05 มี.ค. 2569 | 05:31 น.

การท่องเที่ยวในปี 2568 ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 32.9 ล้านคน ลดลง 7.23% แต่ในแง่การดำเนินธุรกิจของบิ๊กธุรกิจท่องเที่ยว ในตลาดหลักทรัพย์ฯ 3 สายการบินของไทย กำไรรวม 3.6 หมื่นล้าน เปิด 5 โรงแรมทำกำไรสูงสุด ทั้งยังมองการขยายธุรกิจต่อเนื่องในปี 2569

ธุรกิจการบินของไทยโกยกำไร 3.6 หมื่นล้าน

ธุรกิจการบินในปี 2568 สายการบินมีกำไรรวมกัน 3.6 หมื่นล้านบาท โดย บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ทำรายได้สูงสุด หากเทียบกับสายการบินอื่น โดยพลิกจากขาดทุนถึง 2.69 หมื่นล้านบาท กลับมาทำกำไร 3.09 หมื่นล้านบาท และสามารถจ่ายปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นได้เป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี หลังจากการบินไทยได้ออกจากแผนฟื้นฟูกิจการ และสามารถนำหุ้น THAI กลับไปซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ได้

ในปีที่ผ่านมาการบินไทย มีจำนวนผู้โดยสารที่ทำการขนส่งรวมทั้งสิ้น 16.46 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2.0% มีรายได้จากการดำเนินงาน 1.9 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% เนื่องจากการบินไทยเน้นการขายเน็ตเวิร์ค ไม่ได้พึงพาแต่ผู้โดยสารที่เดินทางเข้าไทยเพียงช่องทางเดียว และในปีนี้ การบินไทยวางเป้าขับเคลื่อนรายได้อยู่ที่ 2 แสนล้านบาท จากกำลังผลิตที่เพิ่มขึ้นราว 5 %

โดยในปีนี้การบินไทยจะรับมอบเครื่องบิน แอร์บัส A321neo 14 ลำ โบอิ้ง B787-9 ใหม่จากโรงงาน 4 ลำ และเช่าโบอิ้ง B787-8 เพิ่มอีก10 ลำ ทำให้การบินไทยมีเครื่องบินรวม 102 ลำ เพิ่มจากปีก่อน ที่มีอยู่ 80 ลำ เพื่อนำมาใช้ขยายความถี่ในเส้นทางบินที่ทำกำไร โดยเฉพาะเส้นทางบินจีน และอินเดีย และการกลับมาเปิดจุดบินใหม่ อย่าง อัมสเตอร์ดัม และโอ๊คแลนด์ และเน้นการควบคุมต้นทุนและบริหารค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง

ตามมาด้วย บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ “บางกอกแอร์เวย์ส” แม้ในปีที่ผ่านมา สายการบินมีรายได้ 2.6 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.1% จากปีก่อน และมีกำไร 3,580 ล้านบาท แม้จะลดลง 5.7% แต่ก็ถือว่ายังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง และรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ ท่ามกลางปัจจัยท้าทายจาก

การชลอตัวของนักท่องเที่ยว ส่งผลให้มีผู้โดยสารอยู่ที่ 4.2 ล้านคน ลดลง 2.5% แต่บางกอกแอร์เวย์ส ได้แรงสนับสนุนจากธุรกิจที่เกี่ยวกับกับสนามบิน และธุรกิจสนามบิน ที่มีการเติบโตของรายได้อยู่ในระดับ 2 หลัก โดยเฉพาะสนามบินสมุย มีผู้โดยสารใช้บริการ 3 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ช่วยเสริมฐานรายได้ที่หลากหลายให้แก่บางกอกแอร์เวย์ส

ส่วนแผนของสายการบินในปี 2569 นี้ อยู่ระหว่างทยอยรับมอบเครื่องบิน ATR 72-600 จำนวน 10-12 ลำที่เตรียมทยอยรับมอบระหว่างปี 2569–2571 เพื่อเสริมศักยภาพเส้นทางระยะใกล้ พร้อมชำระเงินลงทุนเพิ่มในบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด หรือ UTA 2,100 ล้านบาท ทำให้ถือหุ้นในสัดส่วน 40 % เพื่อลงทุนในโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก

ในด้านของ บริษัท แอร์เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ สายการบิน “ไทยแอร์เอเชีย” ปีที่ผ่านมาขนส่งผู้โดยสารรวม 21.0 ล้านคน เพิ่มขึ้น 1 % มีกำไรสุทธิ 2,336 ล้านบาท ลดลง 33% เนื่องจากมีรายได้ 45,691 ล้านบาท ลดลง 8 % จากการชลอตัวของนักท่องเที่ยวจีน แต่อย่างไรก็ตามสายการบินก็ยังสามารถทำกำไรได้ จากการบริหารจัดการต้นทุนน้ำมันที่ลดลง 10% และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน จากการแข็งค่าของเงินบาท

ปี 2569 ไทยแอร์เอเชียเชื่อมั่นว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะเริ่มกลับมาฟื้นตัว โดยตั้งเป้ารายได้จากการขายและบริการเติบโต 7-9 % และขนส่งผู้โดยสารที่ 23.5 ล้านคน ภายใต้กลยุทธ์การขยายฝูงบินเพิ่มอีก 5 ลำในช่วงครึ่งปีหลัง

เปิด 5 อันดับโรงแรมทุบสถิติกำไรสูงสุด

สำหรับธุรกิจโรงแรม ในปีที่ผ่านมา โรงแรมที่มีกำไรสูงสุด 5 อันดับแรก อันดับ 1 คือ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT ซึ่งมีกำไรอยู่ที่ 9 พันล้านบาท เพิ่มจากปี 2567 ซึ่งอยู่ที่ 7.7 พันล้านบาท ซึ่งเป็นนิวไฮ และมีรายได้อยู่ที่ 1.65 แสนล้านบาท จากการเติบโตของธุรกิจโรงแรม ธุรกิจอาหาร รวมถึงการขยายการพัฒนาโครงการที่พักอาศัยภายใต้แบรนด์โรงแรม (Branded Residences)

ผลประกอบการธุรกิจโรงแรม สายการบิน ในตลท. ปี 2568

ขณะที่ในปีนี้ ไมเนอร์ จะใช้งบลงทุนราว 1.5 หมื่นล้านบาท สำหรับธุรกิจโรงแรมเป็นส่วนใหญ่ ทั้งการปรับปรุงโรงแรม และขยายแบรนด์ธุรกิจอาหาร ภายใต้กลยุทธ Asset-light (การรับบริหาร) และมีแผนจะจัดตั้งกองรีทโรงแรม โดยดึง 14 โรงแรมในไทยและต่างประเทศ รวม 14 โรงแรม มูลค่าสินทรัพย์รวม (Gross Asset Value) ประมาณ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ( 31,200 ล้านบาท ณ 31.2 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ) เข้าตลาดหุ้นสิงคโปร์ ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ด้วย

อันดับ 2 คือ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ซึ่งปีที่ผ่านมา ได้สร้างสถิตินิวไฮ ด้วยรายได้รวม 2.3 หมื่นล้านบาท และกำไร 6.3 พันล้านบาท เติบโต 9.2 % จากการเปิดให้บริการโรงแรมและร้านอาหารที่เพิ่มขึ้น และมีการเติบโตของรายได้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ในปีนี้มีสัญญาณการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนสะท้อนผ่านรายได้จากยอดจองห้องพักล่วงหน้าในปี 2569ที่เพิ่มขึ้น 15 % จากปีก่อน โดยเฉพาะเชียงใหม่ สมุย กระบี่ หัวหิน

ทั้งในปีนี้ยังจะเปิดตัวโรงแรมแฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท โรงแรมภายใต้แบรนด์แฟร์มอนท์แห่งแรกของไทย ในเดือนมิ.ย.นี้ เตรียมเปิดตัวโครงการลานนาทีค กาแล เฟส 1 จังหวัดเชียงใหม่ และอาคารเฮอริเทจร่วมสมัย ภายใต้โครงการเวิ้งนครเกษม เยาวราช

อันดับ 3 บริษัท ลากูน่า รีสอร์ท แอนด์ โฮเท็ล จำกัด (มหาชน) หรือ “ลากูน่า รีสอร์ท” ในปีที่ผ่านมา มีกำไร 2.02 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 60.32% จากปีก่อน ซึ่งแม้รายได้รวมจากธุรกิจโรงแรม ที่ลดลง แต่มีการขยายตัวของรายได้จากการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่สามารถทยอยส่งมอบให้ลูกค้าได้มากขึ้น

อันดับ 4 บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ   “CENTELโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา มีกำไรเฉียด 2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากปีก่อน มีรายได้ 2.53 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพในธุรกิจอาหาร และผลประกอบการที่แข็งแกร่งของโรงแรมในมัลดีฟส์ ญี่ปุ่น และต่างจังหวัดของไทย

สำหรับปี 2569 ตั้งเป้ารายได้รวมธุรกิจโรงแรมเติบโต 14-15% และธุรกิจอาหารเติบโต 12-14% และเตรียมงบประมาณการลงทุนรวม 7.2 - 7.5 พันล้านบาท ในการพัฒนาธุรกิจโรงแรมราคาประหยัด (Budget Hotel)ร่วมกับ OR การเปิดโรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ โอซาก้า ซึ่งเป็นโรงแรมแห่งที่ 2 ในโอซาก้า ในเดือนเม.ย.นี้ และปรับปรุงใหญ่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ท หัวหิน และกระบี่ เพื่อยกระดับการให้บริการ

อันดับ 5 “ดิเอราวัณ กรุ๊ป” ในปีที่ผ่านมามีกำไร 838 ล้านบาท ลดลง 8% เนื่องจากมีรายได้รวมอยู่ที่ 7.93 พันล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อน โดยทั้งในกลุ่มโรงแรมระดับ 5 ดาว กลุ่มโรงแรมระดับกลาง และโรงแรมราคาประหยัด มีอัตราการเข้าพักและค่าห้องพักเฉลี่ยที่ลดลง จากนักท่องเที่ยวจีนที่ชลอตัว

ทั้งหมดล้วนเป็นภาพรวมผลการดำเนินในปี 2568 และแผนขยายธุรกิจ ปี 2569 ของบิ๊กธุรกิจท่องเที่ยวในตลาดหุ้นที่เกิดขึ้น