
สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว หารือนายกฯปฏิรูปใหญ่ 3 ประเด็น ดันไทย Tourism Hub เอเชีย
สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฯ กางโรดแมปยื่นข้อเสนอ "นายกฯ" ปฏิรูปใหญ่ 3 ประเด็น ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทย ดันไทย Tourism Hub เอเชีย ปรับเปลี่ยนจากการเป็นเพียงจุดหมายปลายทางสู่การเป็น "เศรษฐกิจท่องเที่ยว"
KEY
POINTS
-
สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฯ หารือนายกฯยื่นข้อเสนอปฏิรูปใหญ่ 3 ประเด็น ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทย
-
ดันไทย Tourism Hub เอเชีย ปรับเปลี่ยนจากการเป็นเพียงจุดหมายปลายทางสู่การเป็น "เศรษฐกิจท่องเที่ยว"
-
ชงมาตรการเร่งด่วนจี้รัฐบาลเร่งฟื้นความเชื่อมั้่นนักท่องเที่ยว กระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง
วันนี้ (วันที่ 15 พฤษภาคม 2569) รัฐบาลโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เชิญผู้บริหารระดับสูงจากภาคธุรกิจ 10 กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญเข้าร่วมหารือ ที่ทำเนียบรัฐบาล
สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฯ เสนอนายกฯปฏิรูปใหญ่ 3 มิติ
นายชัย อรุณานนท์ชัย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ในส่วนของกลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยว สทท.ก็ได้เตรียมข้อเสนอต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทย สทท.อยากจะส่งสารถึงนายกอนุทิน ว่า “อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไม่ใช่เพียงเครื่องยนต์เศรษฐกิจ แต่คือความหวังของคนไทยหลายล้านคนทั้งประเทศ
วันนี้ประเทศไทยยังมีศักยภาพที่จะเป็นหนึ่งในมหาอำนาจด้านการท่องเที่ยวของโลก แต่การแข่งขันรุนแรงขึ้นทุกวัน ประเทศคู่แข่งเดินเร็วกว่าเราในเรื่องการลงทุน เทคโนโลยี และนโยบายเชิงรุก “สิ่งที่ภาคเอกชนต้องการมากที่สุด คือ ‘ความชัดเจน ความรวดเร็ว และความต่อเนื่อง’ ของนโยบายภาครัฐ”
หากรัฐบาลสามารถสร้างความเชื่อมั่น เปิดประเทศเชิงคุณภาพ และกล้าปฏิรูประบบที่เป็นอุปสรรค ประเทศไทยจะไม่เพียงฟื้นตัว แต่จะสามารถก้าวขึ้นเป็น Tourism Hub ของเอเชียได้อย่างแท้จริง”
โดยสทท.ได้จัดทำข้อเสนอเชิงกลยุทธ์ภายใต้แคมเปญ "The Listening Forum Voices to the PM: คุณพูด นายกฟัง" เพื่อนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรี โดยมีเป้าหมายหลักในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลก
ชงปฏิรูปท่องเที่ยวสู่การเป็น "เศรษฐกิจท่องเที่ยว"
สทท. ระบุว่าขณะนี้ประเทศไทยกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญ และจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนจากการเป็นเพียงจุดหมายปลายทางสู่การเป็น "เศรษฐกิจท่องเที่ยว" (Tourism Economy) อย่างยั่งยืน โดยข้อเสนอแบ่งออกเป็น 3 ส่วนสำคัญ ดังนี้
1. ภารกิจเร่งด่วน (Immediate Action)
- ฟื้นความเชื่อมั่นด้าน “ความปลอดภัยและภาพลักษณ์ประเทศไทย”
รัฐบาลควรเร่งดำเนินมาตรการ “Thailand Tourism Confidence Recovery” แบบบูรณาการทั้งประเทศ โดยเฉพาะในประเด็น: ความปลอดภัยนักท่องเที่ยว Scam / รถรับจ้าง / ราคาสินค้าไม่เป็นธรรม การสื่อสารภาวะวิกฤติแบบ Real-Time ระบบช่วยเหลือนักท่องเที่ยว 24 ชั่วโมงหลายภาษา ยกระดับ Tourist Police และ Smart Surveillance ในเมืองท่องเที่ยวหลัก
เป้าหมาย: ทำให้ประเทศไทยกลับมาเป็น “Safe & Friendly Destination” อันดับต้นของเอเชีย
- กระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพและเพิ่มรายได้ต่อหัว
เร่งออกมาตรการร่วมรัฐ–เอกชน เพื่อดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง (High Value Travelers) เช่น Digital Nomad, Wellness & Medical Tourism, Long Stay, Luxury & Incentive Travel, Family & Silver Age Market โดยเสนอ : ปรับปรุง Visa Facilitation สิทธิประโยชน์ภาษีด้านท่องเที่ยว สนับสนุนเที่ยวบินตรง Co-Marketing กับสายการบินและ OTA ระดับโลก
เป้าหมาย: เพิ่มรายได้ต่อหัว มากกว่าการแข่งขันเชิงปริมาณ
- เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานท่องเที่ยวและเชื่อมโยงเมืองรอง
รัฐบาลควรเร่ง: ขยายสนามบินและระบบขนส่ง พัฒนา Smart Tourism Infrastructure เชื่อม Secondary Cities กับ Hub หลัก ลงทุน Digital Infrastructure สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ยกระดับมาตรฐานสิ่งอำนวยความสะดวกในแหล่งท่องเที่ยว
เป้าหมาย: กระจายรายได้ ลดความแออัด และเพิ่มวันพักเฉลี่ยของนักท่องเที่ยว
2. รากฐานยุทธศาสตร์ (Strategic Foundation) ภายใน 4 ปี รัฐบาลควรวางรากฐาน 5 ด้านสำคัญ
- เปลี่ยนประเทศไทยจาก “Tourism Destination” สู่ “Tourism Economy”
ยกระดับการท่องเที่ยวให้เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลักเชื่อม: Soft Power, Creative Economy, Wellness, Sports, Entertainment, Food Economy, MICE, Green Economy
- สร้าง National Tourism Data Platform
รวบรวมข้อมูล นักท่องเที่ยว พฤติกรรมการใช้จ่าย Mobility Data ข้อมูลการเดินทาง Airline Intelligenceข้อมูลเชิงลึกของสายการบิน Demand Forecast การคาดการณ์ให้ตรงตามความต้องการ เพื่อใช้วางนโยบายแบบ Data-Driven และแข่งขันกับประเทศคู่แข่งได้แบบ Real-Time
- พัฒนาแรงงานท่องเที่ยวแห่งอนาคต
เร่ง Upskill / Reskill ด้าน : ภาษา, AI & Digital Tourism, Hospitality Technology, Sustainability Premium Serviceม รวมถึงการสร้าง “Tourism Academy” ระดับประเทศ
- ผลักดัน Thailand Sustainable Tourism Model
สร้างมาตรฐาน Green Tourism ระดับประเทศ: Carbon Neutral ,Tourism Sustainable Destination, Green Hotel, Community-Based Tourism เพื่อให้ไทยแข่งขันได้ในตลาดยุโรปและนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงในอนาคต
- ปฏิรูประบบบริหารจัดการท่องเที่ยวแบบ Single Command
เสนอจัดตั้ง “War Room ด้านการท่องเที่ยวแห่งชาติ” ศูนย์กลางเชื่อมต่อประสานงาน : กระทรวงท่องเที่ยวฯ, กระทรวงคมนาคมม, กระทรวงมหาดไทย ตำรวจท่องเที่ยว, สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, สายการบิน, ตัวแทนจังหวัดท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดการตัดสินใจรวดเร็วในภาวะวิกฤติ
3. สิ่งที่ต้องยุติ (Policy Exit)
- ยุติระบบราชการที่ล่าช้าและการอนุมัติหลายขั้นตอน
อาทิ การอนุญาตจัดกิจกรรม การถ่ายทำภาพยนตร์ Event & Festival Licensing การขอใช้พื้นที่ราชการ ซึ่งประเทศไทยเสียโอกาสการแข่งขันกับหลายประเทศในเอเชียจากขั้นตอนที่ซับซ้อน
- ยุตินโยบาย “แข่งขันด้านราคาถูก”
ประเทศไทยไม่ควรแข่งขันด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ต้องมุ่ง: คุณภาพ รายได้ ความยั่งยืน และ Value Creation
- ปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนท่องเที่ยว
ปรับปรุงข้อจำกัดการลงทุนบางประเภท ,กฎหมายสถานบันเทิงและเวลาการให้บริการ ,กฎระเบียบเมืองท่องเที่ยวที่ไม่สอดคล้องกับเศรษฐกิจกลางคืน (Night Economy)
สสท.เผยดัชนีความเชื่อมั่น อยู่ในระดับมั่นใจ
สทท.ยังได้นำเสนอในส่วนของดัชนีความเชื่อมั่น (CEO Confidence Index) ระดับความเชื่อมั่น อยู่ในระดับ High (มั่นใจ)
ประเด็นหลักที่ส่งผลต่อความมั่นใจ
ปัจจัยหลักที่เป็นบวก
- รัฐบาลให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวในฐานะเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลัก
- การผลักดัน Soft Power และ Event Economy
- แนวโน้มการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่
- ความร่วมมือภาครัฐ–เอกชนที่เพิ่มขึ้น
ปัจจัยที่ยังมีความกังวล
- ความล่าช้าเชิงนโยบายและการอนุมัติโครงการ
- ความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์
- การแข่งขันรุนแรงจากญี่ปุ่น เวียดนาม ซาอุดีอาระเบีย และจีน
- ปัญหาคุณภาพแรงงานและต้นทุนผู้ประกอบการ
- ภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยและความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว







