สทท.ผนึก BDI-ดีป้า นำร่อง 9 จังหวัด ติดอาวุธ AI ยกระดับแข่งขันธุรกิจท่องเที่ยว

25 ธ.ค. 2568 | 05:37 น.
อัปเดตล่าสุด :26 ธ.ค. 2568 | 06:49 น.

สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ร่วมกับสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ดีป้า) ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนข้อมูล และการเข้าถึงเครื่องมือเทคโนโลยีของผู้ประกอบการระดับกลางและเล็ก (SMEs) นำร่อง 9 จังหวัด

KEY

POINTS

  • สทท. ร่วมมือกับ BDI และดีป้า เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจท่องเที่ยวไทย โดยใช้เทคโนโลยี AI และข้อมูลขนาดใหญ่
  • นำร่องจัดกิจกรรมโรดโชว์ใน 9 จังหวัดท่องเที่ยว เพื่ออบรมผู้ประกอบการให้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการวิเคราะห์และวางกลยุทธ์การตลาดที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่
  • BDI สนับสนุนข้อมูลผ่านแพลตฟอร์ม Travel Link ส่วนดีป้าให้การสนับสนุนผ่านโครงการให้ทุนและคูปองเพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้

นางสาววิชุพรรณ ภูเก้าล้วน ศรีสัญญา รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า ปัจจุบันแม้จะเข้าสู่ช่วง High Season เดือนธันวาคม และมีการฟื้นตัวหลังผลกระทบจากโควิด-19 แต่การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวยังคงกระจุกตัวอยู่ในเมืองหลัก และยังไม่สามารถกระจายไปถึงจังหวัดเมืองรองได้อย่างทั่วถึง

ปัญหาสำคัญที่เร่งด่วนที่สุดคือการขาดแคลนข้อมูล (Data) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการตัดสินใจทางธุรกิจและเป็นแกนหลักในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ

สทท. จึงร่วมมือกับ BDI และ ดีป้า ในการอบรมและถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้แก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและภาคธุรกิจอื่น ๆ เพื่อวางทิศทางการท่องเที่ยวในแต่ละพื้นที่ โดยใช้ข้อมูลจาก BDI และ ดีป้า มาช่วยในการวิเคราะห์และกำหนดกลยุทธ์ท้องถิ่นเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน มุ่งพัฒนาไปสู่ segmented market ที่เหมาะสมกับพื้นที่นั้น ๆ แทนการใช้กลยุทธ์แบบ one size fits all ที่ไม่สามารถตอบโจทย์การตลาดของแต่ละพื้นที่ได้อย่างแท้จริง

โดยตั้งเป้าหมายขยายโครงการไปยัง 22 จังหวัดท่องเที่ยวหลักทั่วประเทศ โดยในระยะแรกจะมีการจัดกิจกรรมโรดโชว์ใน 9 พื้นที่นำร่อง ได้แก่ เชียงราย อุดรธานี ขอนแก่น บุรีรัมย์ ระยอง พระนครศรีอยุธยา กระบี่ หัวหิน หาดใหญ่ ซึ่งจะเริ่มระหว่างเดือนมกราคมถึงสิงหาคมปี 2569 คาดว่าจะดึงดูดผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า 1,000 คน มุ่งเน้นเสริมสร้างทักษะการใช้ Dashboard, Travel Link, AI และ Data ให้กับผู้ประกอบการ

ศ.ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) เปิดเผยว่า BDI จะบูรณาการข้อมูลภาครัฐเพื่อให้ภาคเอกชนสามารถนำไปใช้ในการตัดสินใจทางธุรกิจผ่านระบบ D2 (Data Integration Intelligence) โดยมีแพลตฟอร์มสำคัญในด้านการท่องเที่ยวคือ Travel Link (travellink.go.th) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงข้อมูลจากหลากหลายแหล่งเพื่อให้สามารถนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Travel Link เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย โดยเชื่อมโยงข้อมูลที่สำคัญต่าง ๆ เช่น ข้อมูลวีซ่าจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.), ข้อมูลการเดินทางภายในประเทศจาก Mobility Data และข้อมูลการเคลื่อนย้ายของนักท่องเที่ยว

โดยข้อมูลจาก ตม. จะถูกอัปเดตทุก 24 ชั่วโมง ครอบคลุมทุกชาติและทุกด่าน (น้ำ อากาศ) ภาคเอกชนสามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้ฟรีในรูปแบบ Dashboard เพื่อใช้ในการวางแผนกิจกรรมและการพัฒนากลยุทธ์การตลาดได้อย่างแม่นยำ อาทิ การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายเชิงลึก เช่น การวิเคราะห์เส้นทางการเดินทางของนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่บินลงสนามบินสุวรรณภูมิ เดินทางต่อไปเชียงใหม่ และไปยังลำพูน เพื่อนำมาวางแผนกิจกรรมที่เหมาะสมในจังหวัดลำพูน

หรือจะเป็นการจัดการธุรกิจ เช่น ห้างสรรพสินค้าในภูเก็ตสามารถใช้ข้อมูลจาก Travel Link เพื่อตรวจสอบประชากรนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางที่เข้ามา เพื่อแนะนำให้ร้านค้าปรับไซส์เสื้อผ้าให้เหมาะสม รวมถึงการวิเคราะห์ความมั่นคง/สาธารณสุข เช่น การตรวจสอบนักท่องเที่ยวที่เข้ามาด้วยวีซ่าท่องเที่ยวแต่กลับทำงาน หรือการตรวจสอบการแพร่ระบาดของโรคติดต่อในพื้นที่ เป็นต้น

สทท.ผนึก BDI-ดีป้า นำร่อง 9 จังหวัด ติดอาวุธ AI ยกระดับแข่งขันธุรกิจท่องเที่ยว

ด้าน ดร.ปรีสาร รักวาทิน รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าวว่า การร่วมมือในครั้งนี้ช่วยเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในระดับสากล ผ่านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI โดยมีโครงการ AI Transformation เพื่อเตรียมความพร้อมด้านกำลังคนดิจิทัล และ Digital & AI Solutions ที่จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต

โดยดีป้า จะให้การสนับสนุนผ่าน 2 โครงการหลัก ได้แก่ 1. d-transform เน้นการยกระดับธุรกิจให้สามารถดำเนินการได้ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัยและตอบโจทย์ตลาด และ 2. d-voucher สนับสนุนผู้ประกอบการเริ่มต้นใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างง่ายดาย ผ่านการแจกคูปองเพื่อทดลองใช้เทคโนโลยีที่ได้รับการคัดเลือกจากดีป้าโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในช่วงแรกอีกทั้งให้การสนับสนุนเทคโนโลยีสำคัญ เช่น Social Listening สำหรับโรงแรมและสปา, ซอฟต์แวร์วัดการใช้พลังงาน สำหรับโรงแรมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Eco-Friendly), ระบบ POS และ Data Analytics สำหรับร้านอาหาร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ

นอกจากนี้ได้จัดสรรทุน Digital Transformation สำหรับผู้ประกอบการขนาดกลาง สูงสุด 200,000 บาท และแพ็กเกจทดลองใช้ฟรี 6 เดือน สำหรับผู้ประกอบการขนาดเล็ก นอกจากนี้ ผู้ประกอบการที่ลงทุนในเทคโนโลยีที่เข้าร่วมในบัญชีบริการดิจิทัลยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้

อย่างไรก็ตาม ดร.ปรีสารได้ย้ำเตือนว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยยังคงอยู่ในระดับ 2.0 เมื่อเทียบกับประเทศรอบข้างที่พัฒนาแบบ Exponential curve และเน้นย้ำว่า หากผู้ประกอบการไม่ปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและการตลาดดิจิทัล หากไม่ปรับตัว ก็เหมือนกับการรอวันตาย ซึ่งจะส่งผลให้โอกาสเติบโตทางธุรกิจน้อยลง

หน้า 10 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,160 วันที่ 25 - 27 ธันวาคม  พ.ศ. 2568