thansettakij
thansettakij
ด่วน! ทอท.ปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออก เป็น 1,120 บาท มีผล 20 มิ.ย.นี้

ด่วน! ทอท.ปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออก เป็น 1,120 บาท มีผล 20 มิ.ย.นี้

20 ก.พ. 2569 | 09:53 น.
อัปเดตล่าสุด :20 ก.พ. 2569 | 11:08 น.

ทอท.ประกาศปรับอัตราค่าบริการผู้โดยสารขาออก ระหว่างประเทศใหม่ เป็น 1,120 บาท สำหรับการใช้บริการใน 6 สนามบิน มีผลตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย. 2569 คาดดันรายได้เพิ่ม 1.3 หมื่นล้าน ดึงเงินมาลงทุนขยายสนามบิน โดยเฉพาะ “South Terminal” สนามบินสุวรรณภูมิ เฟส 3 มูลค่ากว่า 2 แสนล้าน ลดใช้เงินกู้

KEY

POINTS

  • ทอท.ปรับอัตราค่าบริการผู้โดยสารขาออก ระหว่างประเทศ (ค่า PSC)ใหม่ เป็น 1,120 บาท มีผลตั้งแต่ 20 มิ.ย.นี้
  • การปรับขึ้นค่า บริการผู้โดยสารขาออก หรือ ค่า PSC ทอท.คาดดันรายได้เพิ่ม 1.3 หมื่นล้าน
  • ทอท.จะนำมาใช่ลงทุนขยายสนามบิน อาทิ  “South Terminal” สนามบินสุวรรณภูมิ เฟส 3 เฟส มูลค่ากว่า 2 แสนล้าน ลดใช้เงินกู้

วันนี้ (วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569)  บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) หรือ ทอท. ประกาศปรับอัตราค่าบริการผู้โดยสารขาออก (ค่า PSC) ระหว่างประเทศใหม่ เป็น 1,120 บาท มีผลตั้งแต่ วันที่ 20 มิถุนายน 2569 ณ ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ AOT ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่  ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานหาดใหญ่ ทั้งนี้ อัตราค่าบริการผู้โดยสารภายในประเทศยังคงเดิมที่ 130 บาทต่อคน

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. (AOT) เปิดเผยว่า การปรับอัตราค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศในครั้งนี้ เป็นไปตามอนุมัติคณะกรรมการการบินพลเรือน เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569

ตามหลักเกณฑ์สากลขององค์การการบิน พลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization: ICAO) ตามเอกสาร Doc 9082 
ซึ่งกำหนดหลักการสำคัญ ได้แก่ ความไม่เลือกปฏิบัติ ความสอดคล้องกับต้นทุน ความโปร่งใส และการรับฟังความคิดเห็นผู้ใช้บริการ ตลอดจนเป็นไปตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2479 และที่แก้ไขเพิ่มเติม 

ทั้งตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) ครั้งที่ 3/2568 เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 2568 มีมติเห็นชอบในหลักการให้ ทอท. ปรับขึ้นอัตราค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ (Passenger Service Charge : PSC) จากอัตราเดิม 730 บาทต่อคน เป็น 1,120 บาทต่อคน เพิ่มขึ้น 390 บาท

โดย AOT ได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย และนำส่งข้อมูลต้นทุนให้หน่วยงานกำกับดูแลตรวจสอบครบถ้วนก่อนการอนุมัติ

ทั้งนี้ AOT ขอยืนยันว่า ค่าบริการ PSC ไม่ใช่ภาษี และไม่ใช่รายได้เพื่อแสวงหากำไร แต่เป็นรายได้ที่นำไปใช้เฉพาะในกิจการที่เกี่ยวข้องกับสนามบินเท่านั้น และยังต้องได้รับ
ความเห็นชอบจากรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสะท้อนถึงความโปร่งใสและการกำกับดูแลอย่างรอบคอบ 

ทั้งนี้ จากผลการศึกษายังระบุว่า การปรับขึ้นค่า PSC จะไม่มีผลต่อการตัดสินใจเดินทางของผู้โดยสารเมื่อเทียบกับราคาตั๋วเครื่องบินหรือค่าใช้จ่ายอื่น

โดยคาดการณ์ว่า หากมีการปรับค่า PSC นั้น จะช่วยเพิ่มรายได้ในปีงบประมาณ 2570 ให้กับ ทอท. ประมาณ 13,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งจะช่วยให้สามารถนำรายได้ดังกล่าว ไปลงทุนโครงการต่างๆ ในอนาคต

ทอท.ขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออก (ค่า psc) มีผล 20 มิ.ย.นี้

โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารฝั่งใต้ (South Terminal) มูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า การปรับ PSC ไม่ได้มุ่งหวังผลกำไรสูงสุด แต่เป็นการสร้างความสมเหตุสมผลของต้นทุน ลดการพึ่งพาเงินกู้ และภาระดอกเบี้ยในระยะยาวได้

จากการเปรียบเทียบในระดับสากล พบว่า สนามบินกว่า 90% ทั่วโลกมีการจัดเก็บ PSC ทั้งจากผู้โดยสารขาออก และผู้โดยสารเปลี่ยนลำ (Transit/Transfer)

ขณะที่ ประเทศไทยเป็นหนึ่งในกลุ่มเพียง 5% ที่เก็บเฉพาะขาออกเท่านั้น ซึ่งทำให้เสียโอกาสด้านรายได้ ทั้งนี้ ในฐานะที่ประเทศไทยมีเป้าหมายเป็นศูนย์กลางการบิน (ฮับ) นั้น

ทอท. มีแผนจะเสนอแก้ไขกฎกระทรวง เพื่อรองรับการจัดเก็บ PSC สำหรับผู้โดยสารเปลี่ยนลำ เพื่อวางรากฐานรายได้ที่มั่นคงในอนาคต

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศ ที่ยังจัดเก็บค่า PSC เฉพาะผู้โดยสารขาออก ขณะที่สนามบินชั้นนำของโลก อาทิ ชางงี ฮีทโธรว์ มีการจัดเก็บจากผู้โดยสารหลายประเภท ทั้งขาออก และผู้โดยสารเปลี่ยนลำ ซึ่งการเปรียบเทียบเฉพาะอัตรา PSC ขาออกจึงไม่สะท้อนรายได้ที่แท้จริง

 

ปวีณา จริยฐิติพงศ์

โดยผลการศึกษาระดับสากลยืนยันว่า ค่า PSC ไม่มีผลต่อการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นสัดส่วนเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับราคาบัตรโดยสารรวม นางสาวปวีณา กล่าว

ขณะที่สายการบินมีความเห็นสอดคล้องกับแนวทางการปรับอัตราฯ พร้อมเสนอให้ AOT พัฒนาคุณภาพการให้บริการควบคู่กัน ซึ่ง AOT ได้นำข้อเสนอแนะดังกล่าวมาปรับปรุงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

นางสาวปวีณา กล่าวในตอนท้ายว่า การปรับอัตราค่าบริการในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อรองรับต้นทุน การดำเนินงานและการลงทุนระยะยาว เพื่อยกระดับความปลอดภัย มาตรฐานการให้บริการ และ ขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

ตลอดจนผลักดันท่าอากาศยานไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคและเป็นสนามบินที่มีมาตรฐานสากลระดับโลกอย่างยั่งยืน