thansettakij
thansettakij
รมช.คมนาคม สั่งทย. ดัน 7 นโยบาย Quick-win ขยายสนามบิน ช่วยสายการบิน ฝ่าวิกฤต

รมช.คมนาคม สั่งทย. ดัน 7 นโยบาย Quick-win ขยายสนามบิน ช่วยสายการบิน ฝ่าวิกฤต

07 พ.ค. 69 | 05:57 น.
อัปเดตล่าสุด :07 พ.ค. 69 | 07:01 น.

รมช.คมนาคม ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ ดัน 7 นโยบาย สั่ง ทย.เดินแผน Quick-win เสนอมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการและสายการบิน บรรเทาผลกระทบสถานการณ์ตะวันออกกลาง เดินหน้าขยายสนามบิน พร้อมเร่งศึกษาแนวทางพัฒนารายได้สนามบิน

วันนี้ (วันที่ 7 พฤษภาคม 2569) นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม (รชค.) เดินทางเข้าประชุมมอบนโยบายการดำเนินงานแก่กรมท่าอากาศยาน (ทย.) โดยมุ่งเน้นการพัฒนาระบบขนส่งให้ทันสมัย มีประสิทธิภาพ ครอบคลุม เชื่อมโยงระบบขนส่งทุกระบบของประเทศ เพื่อให้ประชาชนมีระบบคมนาคมที่ทันสมัย สะดวก ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อำนวยความสะดวก

สร้างโอกาสให้ประชาชนทุกระดับเข้าถึงบริการได้ทุกพื้นที่ สนับสนุนการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน ผ่านนโยบาย 7 ด้านสำคัญ เพื่อร่วมกัน “ยกระดับท่าอากาศยานให้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาระดับภูมิภาค (Airport for Regional  Development)” ดังนี้

ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์

ด้านที่ 1 ให้ ทย. เสนอมาตรการลดภาระต้นทุนของสายการบิน ผู้ประกอบการ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตการณ์ตะวันออกกลาง โดยมิให้กระทบต่อต้นทุน มาตรฐานการให้บริการ และมาตรฐานด้านความปลอดภัยของท่าอากาศยาน

ด้านที่ 2 ให้ ทย. สนับสนุนนโยบายรัฐบาลในด้านการกระตุ้นกระแสเงินสดในภาคอุตสาหกรรม โดยขอให้เร่งรัด
การเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2569 โดยให้ปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมการดำเนินการจัดทำและปรับปรุงแผนการขอรับจัดสรรงบประมาณประจำปี 2570 โดยคำนึงถึงความจำเป็น คุ้มค่าต่อการลงทุน และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติเป็นที่สำคัญ

ด้านที่ 3 ให้ ทย. เร่งรัดโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างให้สามารถเปิดให้บริการต่อสาธารณชนได้โดยเร็ว อาทิ โครงการก่อสร้างทางขับขนานท่าอากาศยานกระบี่ และสุราษฎร์ธานี โครงการก่อสร้างต่อเติมความยาวทางวิ่งท่าอากาศยานบุรีรัมย์ 

รมช.คมนาคม สั่งทย. ดัน 7 นโยบาย Quick-win ขยายสนามบิน ช่วยสายการบิน ฝ่าวิกฤต

รวมทั้งโครงการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ ท่าอากาศยานนราธิวาส และให้ดำเนินการศึกษาและเตรียมความพร้อมในการนำเทคโนโลยีตรวจจับ ติดตาม และหยุดยั้งอากาศยานไร้คนขับ (Drone) มาใช้ในท่าอากาศยาน 

 

 

พร้อมทั้งเร่งจัดหาเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อใช้ในการขับไล่กลุ่มนก ณ ท่าอากาศยานในสังกัด เพื่อยกระดับความปลอดภัย คุณภาพการให้บริการ กระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม ตามนโยบาย Quick-win

ด้านที่ 4 ให้ ทย. เร่งรัดการดำเนินงานสำหรับโครงการที่ได้รับอนุมัติหรือมีความพร้อม เพื่อให้สามารถเริ่มก่อสร้างได้โดยเร็ว ได้แก่ โครงการก่อสร้างต่อเติมความยาวทางวิ่ง ณ ท่าอากาศยานชุมพร และแพร่

รวมทั้งเร่งขับเคลื่อนโครงการลงทุนที่เป็นการขยายขีดความสามารถของท่าอากาศยานตามแผนแม่บทที่ได้จัดทำไว้ทั้งท่าอากาศยานนราธิวาส แพร่ ชุมพร บุรีรัมย์ ระนอง ตรัง

รวมถึงให้พิจารณาต่อเติมความยาวทางวิ่ง ท่าอากาศยานที่มีศักยภาพ เช่น ท่าอากาศยานชุมพร ระนอง ตรัง และนครศรีธรรมราช ให้สามารถรองรับอากาศยานขนาดใหญ่ขึ้น และรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ ที่คาดว่าจะเพิ่มมากขึ้น จากการผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ของรัฐบาล

รมช.คมนาคม สั่งทย. ดัน 7 นโยบาย Quick-win ขยายสนามบิน ช่วยสายการบิน ฝ่าวิกฤต

ด้านที่ 5 ให้ ทย. ยกระดับการบริหารจัดการภาครัฐที่ดีให้เร่งขยายผลการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ในรูปแบบอัตโนมัติ มานำร่องการใช้งานในท่าอากาศยาน ทั้งโครงการติดตั้งระบบพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล โครงการจ้างเอกชนให้บริการ
และบำรุงรักษาตรวจบัตรโดยสารขึ้นเครื่อง 

โครงการจ้างบริการระบบตรวจสอบและคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้าและประมวลผลรายการข้อมูล สำหรับฐานข้อมูลการเดินทางของผู้โดยสาร รวมทั้งดำเนินการตามมาตรการประหยัดพลังงานของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด

ด้านที่ 6 ให้ ทย. จัดทำแผนแม่บทในการพัฒนาท่าอากาศยาน ส่งเสริมการบินในภูมิภาคเชื่อมโยงเมืองหลักเมืองท่องเที่ยว ปรับปรุงอัตลักษณ์ของอาคารที่พักผู้โดยสาร ให้สอดคล้องกับพื้นที่ ให้ความสำคัญกับการเชื่อมต่อการเดินทางกับ การขนส่งภาคพื้น

รมช.คมนาคม สั่งทย. ดัน 7 นโยบาย Quick-win ขยายสนามบิน ช่วยสายการบิน ฝ่าวิกฤต

โดยให้บูรณาการยุทธศาสตร์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจัดระเบียบการจราจร เพิ่มความปลอดภัยบริเวณท่าอากาศยานให้เป็นระเบียบเรียบร้อย โดยเริ่มจากท่าอากาศยานที่มีผู้โดยสารใช้งานหนาแน่น เช่น ท่าอากาศยานกระบี่ อุดรธานี อุบลราชธานี ขอนแก่น สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และตรัง เป็นต้น

ด้านที่ 7 ให้ ทย. ศึกษาวิเคราะห์รูปแบบการดำเนินงานและบริหารจัดการท่าอากาศยานในสังกัดเพื่อให้เหมาะสมกับปริมาณผู้โดยสารและเที่ยวบิน พัฒนาพื้นที่เพื่อการใช้ประโยชน์สำหรับท่าอากาศยานหรือกิจกรรมต่อเนื่องให้ได้อย่างคุ้มค่า เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด 

รวมทั้งพิจารณาการเพิ่มบทบาทของเอกชนและประชาชนในการลงทุนและดำเนินกิจการท่าอากาศยาน โดยวิเคราะห์ข้อมูลจากการแบ่งกลุ่มท่าอากาศยานตามปริมาณผู้โดยสารที่ใช้บริการและโอกาสในการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ที่เหมาะสม อาทิเช่น ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) และคลังสินค้า เป็นต้น

เป้าหมายสำคัญในการยกระดับท่าอากาศยานให้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาระดับภูมิภาค (Airport for Regional Development) อันเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Partnership) ไม่อาจเกิดขึ้นได้จากการดำเนินงานของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง 

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมพร้อมสนับสนุนในระดับนโยบายเพื่อช่วยผลักดันวาระที่สำคัญ ทั้งการเสนอขอปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของกรมท่าอากาศยาน และสนับสนุนทรัพยากรที่จำเป็น ทั้งด้านงบประมาณหรือเทคโนโลยี โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ ประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ ความสะดวก และความปลอดภัยสูงสุดของพี่น้องประชาชน นายภัทรพงศ์ กล่าวทิ้งท้าย

ด้านนายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน กล่าวว่า ทย. พร้อมดำเนินการตามนโยบาย Quick-win ที่ รชค. ได้มอบหมายในทั้ง 7 ด้าน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพท่าอากาศยาน เชื่อมต่อการเดินทางกับระบบขนส่งภาคพื้นให้สะดวก และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนต่อไป

สำหรับมาตรการช่วยเหลือสายการบินที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตต่าง ๆ เช่น วิกฤตราคาน้ำมัน หรือกรณีที่สายการบินไม่สามารถทำการบินได้ตามปกติ ทย.จะลดค่าจอดเครื่องบินลง 50% สำหรับสายการบินที่ได้รับผลกระทบจนต้องจอดเครื่องบินทิ้งไว้ เนื่องจากปกติหากไปจอดที่สนามบินอื่นจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก แต่ที่สนามบินของ ทย. มีค่าธรรมเนียมที่ต่ำอยู่แล้ว และยังปรับลดลงให้อีกครึ่งหนึ่งเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย

สายการบินสามารถนำเครื่องบินมาจอดได้ที่สนามบินในสังกัด ทย. เกือบทุกแห่ง เนื่องจากมีพื้นที่หลุมจอดที่กว้างขวางและเพียงพอสำหรับรองรับฝูงบินที่ต้องหยุดบินชั่วคราว มาตรการลดค่าจอดนี้เบื้องต้นกำหนดไว้เป็นเวลา 6 เดือน และหากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย จะมีการพิจารณาขยายระยะเวลาออกไปอีกครั้ง โดยสายการบินที่สนใจสามารถเริ่มดำเนินการได้ทันที

นอกจากการลดค่าจอดแล้ว กรมท่าอากาศยานยังไม่มีการเก็บค่าสะพานเทียบเครื่องบิน และพยายามไม่เพิ่มภาระค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ต่อสายการบิน เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐมนตรีที่ต้องการช่วยเหลือผู้ประกอบการและประชาชน