thansettakij
thansettakij
‘พิพัฒน์’สั่ง AOT ลุย 3 แผน Quick-Win ทอท.ทุ่ม 7.2 หมื่นล้าน ขยาย 3 สนามบิน 5 ปีนี้

‘พิพัฒน์’สั่ง AOT ลุย 3 แผน Quick-Win ทอท.ทุ่ม 7.2 หมื่นล้าน ขยาย 3 สนามบิน 5 ปีนี้

05 พ.ค. 69 | 10:29 น.
อัปเดตล่าสุด :05 พ.ค. 69 | 10:45 น.

รมว.พิพัฒน์ มอบนโยบาย AOT เดินหน้า Quick-Win ใน 3 มาตรการยกระดับระบบคมนาคมทางอากาศ ชงขยายสนามบินสุวรรณภูมิ-ดอนเมือง เข้าครม. ด้านทอท.เตรียมทุ่ม 7.2 หมื่นล้าน ขยาย 3 สนามบินในช่วง 5 ปีนี้

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การแถลงนโยบายของรัฐบาล ที่มุ่งแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศ พร้อมการวางรากฐานของประเทศให้เกิดความสามารถในการแข่งขันระดับสากลอย่างยั่งยืน และได้กำชับให้กระทรวงคมนาคมเร่งพัฒนาและบูรณาการเชื่อมโยงระบบขนส่งให้ครอบคลุมทั้งประเทศ เพื่อให้ประชาชนมีระบบคมนาคมที่ทันสมัย สะดวก ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้เร่งโครงการสำคัญ 3 โครงการแบบ Quick-Win ให้เกิดผลลัพธ์ที่รวดเร็วและต่อเนื่อง ดังนี้

1.เร่งรัดโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามแผน และสามารถเปิดใบริการได้โดยเร็ว ได้แก่โครงการจัดหาเทคโนโลยีตรวจจับและยับยั้งอากาศยานไร้คนขับ (Drone) โครงการป้องกันอันตรายจากนก (Bird Strike)

2. เร่งรัดประกวดราคาสำหรับโครงการที่ได้รับอนุมัติหรือมีความพร้อม ได้แก่ โครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้ประกอบการรายที่ 2) โครงการให้บริการคลังสินค้า (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้ประกอบการรายที่ 2)

‘พิพัฒน์’สั่ง AOT ลุย 3 แผน Quick-Win ทอท.ทุ่ม 7.2 หมื่นล้าน ขยาย 3 สนามบิน 5 ปีนี้

3. เร่งนำเสนอโครงการต่อคณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการ ได้แก่ โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แผนแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ฉบับปี 2568) โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 โครงการพัฒนาท่าอากาศยานเชียงใหม่ ระยะที่ 1 โครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต ระยะที่ 2 โครงการศึกษาความเป็นไปได้และความคุ้มค่า (Preliminary Feasibility Study) ของท่าอากาศยานอันดามัน และล้านนา

นายพิพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้มอบนโยบายสำคัญแก่ AOT ในฐานะเป็นผู้บริหารท่าอากาศยานหลัก 6 แห่งของประเทศ และเป็นประตูสู่ประเทศไทย โดยแบ่งออกเป็น 3 ด้านสำคัญ ได้แก่

1. เร่งพัฒนาระบบคมนาคมทางอากาศเพื่อยกระดับคุณภาพการบริการและรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน

2. เร่งลงทุนขยายขีดความสามารถท่าอากาศยานและนำเทคโนโลยีอัตโนมัติมาใช้เพื่อยกระดับบริการผู้โดยสาร

3. ศึกษาพัฒนาท่าอากาศยานอันดามัน รวมถึงศึกษาท่าอากาศยานล้านนา เพื่อรองรับและแบ่งเบาการจราจรของท่าอากาศยานหลัก

ปวีณา จริยฐิติพงศ์

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT กล่าวว่า AOT ขานรับนโยบาย และพร้อมสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก โดยจะผลักดันให้ท่าอากาศยานของไทยเป็นศูนย์กลางการบินระดับโลก ปลอดภัยภายใต้มาตรฐานสากล การบริการเป็นเลิศ ทันสมัยและยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันมีความพร้อมเร่งขยายขีดความสามารถของท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งตามแผนแม่บทให้มีศักยภาพรองรับผู้โดยสารได้กว่า 180 ล้านคนต่อปีภายในปี 2577

 

โดยเฉพาะท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะเร่งก่อสร้างส่วนต่อขยายด้านทิศตะวันออก (East Expansion) และก่อสร้างอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้ ขณะเดียวกันจะเร่งขับเคลื่อนโครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้นการให้บริการผู้โดยสารภาคพื้น

รวมถึงกิจการอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง และโครงการให้บริการคลังสินค้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของผู้ประกอบการรายที่ 2 และรายที่ 3 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการให้รวดเร็วยิ่งขึ้น คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ภายในปี 2570

ทั้งนี้ในช่วง 5 ปีข้างหน้านี้ ทอท.จะใช้งบลงทุนราว 7.2 หมื่นล้านบาท ในการลงทุนขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก สนามบินสุวรรณภูมิ 1.2 หมื่นล้านบาท โครงการปรับปรุงสภาพดินในโครงการอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้สนามบินสุวรรณภูมิ 2 หมื่นล้านบาท โครงการขยายสนามบินดอนเมือง เฟส 3 วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท โครงการขยายสนามบินภูเก็ตเฟส 1 วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท

ทอท.จะเร่งลงทุนจะดูเรื่องของประสิทธิภาพ คุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน เพื่อให้ท่าอากาศยานสามารถรองรับเที่ยวบินและผู้โดยสารได้มากขึ้น ตลอดจนมุ่งเน้นยกระดับประสบการณ์ผู้โดยสารด้วยคุณภาพการบริการที่เป็นเลิศพร้อมการนำเทคโนโลยีในระดับสากลมาใช้ทุกขั้นตอนของการให้บริการในสนามบินอย่างเต็มรูปแบบ การสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ซึ่งจะสร้างความประทับใจให้ชาวต่างชาติเดินทางกลับมาท่องเที่ยว นอกจากนี้ จะเร่งศึกษาโครงการลงทุนเพื่อก่อสร้างท่าอากาศยานอันดามัน และท่าอากาศยานล้านนา เพื่อแบ่งเบาการจราจรทางอากาศของท่าอากาศยานภูเก็ตและท่าอากาศยานเชียงใหม่

สำหรับมาตรการด้านความปลอดภัย AOT มุ่งยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และรองรับความเสี่ยงรูปแบบใหม่ โดยะจะเร่งประสานความร่วมมือกับสภาความมั่นคงแห่งชาติในการจัดหาระบบต่อต้านอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (Anti-Drone) ที่มาพร้อมเทคโนโลยีตรวจจับ และตอบโต้ สามารถวิเคราะห์และประเมินภัยคุกคามด้วย AI ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั้งระยะใกล้และไกลตลอดจนเร่งจัดหาเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อจัดการอันตรายที่เกิดจากสัตว์

โดยจะนำเทคโนโลยีมาใช้แจ้งเตือน เฝ้าระวังขับไล่ ซึ่งจะมีการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์และพัฒนาแนวทางการบริหารจัดการนกและสัตว์อันตราย ซึ่งการดำเนินงานด้านการรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ AOT ได้รับการตรวจสอบและกำกับดูแลจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย

ทั้งยังได้รับการตรวจสอบด้านมาตรฐานความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization: ICAO) ซึ่งเป็นการยืนยันว่าการดำเนินงานของ AOT เป็นไปตามมาตรฐานสากล