thansettakij
thansettakij
ถอดกลยุทธ ทำไม ไมเนอร์ โฮเทลส์  ปักหมุดขยายโรงแรมใน 'หัวหิน' 3 แบรนด์ 3 แห่ง

ถอดกลยุทธ ทำไม ไมเนอร์ โฮเทลส์ ปักหมุดขยายโรงแรมใน 'หัวหิน' 3 แบรนด์ 3 แห่ง

19 เม.ย. 69 | 02:34 น.
อัปเดตล่าสุด :19 เม.ย. 69 | 02:57 น.

ถอดกลยุทธ ทำไม ไมเนอร์ โฮเทลส์ ปักหมุดขยายโรงแรมในหัวหิน รวมกว่า 3 แบรนด์ 3 โรงแรม รวมห้องพักกว่า 519 ห้อง หลังล่าสุดเพิ่งจะนำแบรนด์ “NH Hotels & Resorts” เข้าไปเปิดตลาด

หัวหิน” มีจุดแข็งในฐานะเมืองพักผ่อนใกล้กรุงเทพฯที่เหมาะสำหรับการเดินทางระยะสั้นและทริปสุดสัปดาห์ ขณะเดียวกันยังเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวยุโรปที่นิยมเดินทางมาพักระยะยาวในช่วงฤดูหนาว

สอดรับกับข้อมูลจากสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งระบุว่าในช่วงเดือนมกราคม-กันยายน 2568 มีจำนวนนักท่องเที่ยวกว่า 8.55 ล้านคน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 39,020 ล้านบาท และมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 72.97%

ส่งผลให้จังหวัดติดอันดับ 5 ของประเทศด้านจำนวนผู้เยี่ยมเยือนสะท้อนถึงศักยภาพของหัวหินในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทยและโอกาสในการเติบโตของธุรกิจโรงแรมที่สามารถรองรับดีมานด์จากนักเดินทางทั้งกลุ่ม Leisure และ Long-stay จากตลาดต่างประเทศ

นี่เองจึงทำให้มองโอกาสในการขยายธุรกิจโรงแรมในหัวหินเพิ่มขึ้น ปัจจุบัน “ไมเนอร์ โฮเทลส์” มีโรงแรมในหัวหิน รวมกว่า 3 แห่ง รวมห้องพักกว่า 519 ห้อง

ไมเนอร์ โฮเทลส์

ล่าสุดเพิ่งจะนำแบรนด์ “NH Hotels & Resorts” ซึ่งเป็นแบรนด์ในกลุ่ม Select ของเครือไมเนอร์ โฮเทลส์ เข้ามาปักหมุดในหัวหิน ซึ่งเป็นขยายการรับบริหาร จากเดิมที่ไมเนอร์ โฮเทลส์ เป็นเจ้าของโรงแรมในหัวหินอยู่แล้ว 2 แห่ง คือ อนันตรา หัวหิน รีสอร์ท และ อวานีพลัส หัวหิน

โรงแรม “เอ็นเอช หัวหิน” จัดเป็นโรงแรมเอ็นเอชแห่งที่ 4 ในประเทศไทย ที่เข้ามาเจาะตลาดโรงแรมระดับอัพสเกล รับดีมานด์นักท่องเที่ยว และผู้เข้าพักระยะยาว หลังจากไมเนอร์เข้าซื้อกิจการ NH Hotel Group ในปี 2561 ซึ่งเป็น “การเข้าซื้อกิจการเชิงกลยุทธ์” ที่ทำให้ ไมเนอร์ กลายเป็นองค์กรระดับโลก ปัจจุบันมีโรงแรม NH มากกว่า 200 แห่ง ใน 26 ประเทศ รวมจำนวนห้องพักมากกว่า 31,000 ห้อง

โรงแรมในเครือไมเนอร์ ที่หัวหิน

การขยายแบรนด์เอ็นเอช ในหัวหิน ทำให้ไมเนอร์ โฮเทลส์ มีแบรนด์โรงแรมครบ 3 เซกเมนต์ในตลาด โดย “อนันตรา หัวหิน รีสอร์ท” เป็นโรงแรมในระดับกลุ่ม “Luxury” (ระดับหรูหรา) ส่วน “อวานี พลัส หัวหิน รีสอร์ท” จะเป็นโรงแรมในกลุ่ม Premium (ระดับพรีเมียม) ขณะที่ “เอ็นเอช หัวหิน” จะเป็นแบรนด์ในกลุ่ม Select Upscale (ระดับอัปสเกลที่เน้นความคุ้มค่า)ซึ่งห้องพักเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 2,500 บาท++ต่อคืน

นายโอมาร์ โรเมโร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ไมเนอร์ โฮเทลส์ เผยว่า ไมเนอร์ฯ วางกลยุทธการขยายแบรนด์ที่ชัดเจน ภายใต้โมเดล “Asset-light” ผ่านการทำสัญญาบริหารจัดการโรงแรม (Management Agreements) และการขายแฟรนไชส์ (Franchise Agreements)

โดยเฉพาะการผลักดันแบรนด์ NH Hotels ซึ่งเป็นแบรนด์ระดับ “Select Upscale” ที่มุ่งเน้นการมอบประสบการณ์การเข้าพักที่มีคุณภาพ สะดวกสบาย และคุ้มค่าให้กับนักเดินทาง ซึ่งมีต้นกำเนิดจากยุโรปให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ด้วยการขยายการรับบริหาร และแฟรนไชส์ เพื่อขยายแบรนด์เอ็นเอช ในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงประเทศไทย

โอมาร์ โรเมโร

สำหรับในประเทศไทย มีโรงแรม NH เปิดให้บริการแล้ว 4 แห่งในภูเก็ต คือ NH Boat Lagoon ในกรุงเทพฯมี 2 แห่ง คือ NH Sukhumvit และ NH Boulevard และในหัวหิน ที่เพิ่งรีแบรนด์ เป็น NH Hua Hin

การเปิดโรงแรมเอ็นเอช ในหัวหินนอกจากจะสะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของหัวหินในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และยังเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโอของไมเนอร์ โฮเทลส์

ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ในตลาดหัวหิน ควบคู่กับรีสอร์ทระดับลักชัวรี อย่างอนันตรา หัวหิน รีสอร์ท และระดับพรีเมียม อย่าง อวานี พลัส หัวหิน รีสอร์ท เพิ่มความหลากหลายของข้อเสนอด้านที่พักเพื่อตอบโจทย์ความต้องการในทุกระดับราคาได้อย่างลงตัว นายโอมาร์ กล่าวทิ้งท้าย

ขณะเดียวกันอนันตรา หัวหิน ซึ่งเป็นโรงแรมแรกของแบรนด์อนันตรา ในเครือไมเนอร์ โฮเทลส์ ที่ก่อตั้งแบรนด์มาตั้งแต่ปี 2544 หลังเปิดให้บริการมานานกว่า 25 ปีแล้ว ก็ได้ทุ่มงบกว่า 400 ล้านบาท ปรับโฉมโรงแรมครั้งใหญ่ บนพื้นที่ 36 ไร่ เพื่อยกระดับโรงแรมให้ทันสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางยุคใหม่ โดยยังคงเอกลักษณ์สถาปัตยกรรมสไตล์ “หมู่บ้านไทยริมทะเล” ซึ่งเป็นเสน่ห์ดั้งเดิมของรีสอร์ทไว้

ถอดกลยุทธ ทำไม ไมเนอร์ โฮเทลส์  ปักหมุดขยายโรงแรมใน 'หัวหิน' 3 แบรนด์ 3 แห่ง

ทั้งยังสอดรับกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระดับลักชัวรีกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ที่นักเดินทางมองหาประสบการณ์ที่ออกแบบเฉพาะตัวมากขึ้น จากเดิมที่เน้นเพียงจุดหมายปลายทาง สู่การเลือกสถานที่พักที่สามารถสะท้อนตัวตน ไลฟ์สไตล์ และความหมายของการเดินทางได้อย่างแท้จริง

แนวโน้มดังกล่าวทำให้รีสอร์ทระดับลักชัวรีทั่วโลกปรับตัวจากการนำเสนอที่พัก ไปสู่การสร้างประสบการณ์การเดินทางที่ครบมิติ อนันตรา หัวหิน ได้เปลี่ยนโฉมจากความเป็นไทยแบบดั้งเดิม (Classical Thai) มาเป็น ไทยร่วมสมัย (Modern Thai) ที่มีความสดใสและเข้าถึงง่ายมากขึ้น ซึ่งดึงดูดกลุ่มลูกค้าคนไทยรุ่นใหม่ได้ 

การรีโนเวทในครั้งนี้นอกเหนือจากการปรับปรุงห้องพักทุกห้อง ทางรีสอร์ทยังได้เปิดตัวห้องพักรูปแบบใหม่ ได้แก่ Pool Access Room, Two-Bedroom Family Suites และ Two-Bedroom Family Pool Suite โดยออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งกลุ่มคู่รัก ครอบครัว และลูกค้าห้องสวีทจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น การใช้บริการในคลับแอคเซส ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

ถอดกลยุทธ ทำไม ไมเนอร์ โฮเทลส์  ปักหมุดขยายโรงแรมใน 'หัวหิน' 3 แบรนด์ 3 แห่ง

นายเจมส์ ซัตคลิฟฟ์ ผู้จัดการทั่วไป อนันตรา หัวหิน รีสอร์ท ในเครือไมเนอร์ โฮเทลส์  กล่าวว่า การพัฒนาในครั้งนี้ยังสะท้อนถึงการลงทุนเชิงกลยุทธ์เพื่อเสริมศักยภาพของแบรนด์อนันตราในระยะยาว ควบคู่กับการยกระดับประสบการณ์การเข้าพักให้ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ และตอกย้ำบทบาทของหัวหินในฐานะจุดหมายปลายทางการพักผ่อนชั้นนำของประเทศไทยบนเวทีการท่องเที่ยวระดับสากล

เจมส์ ซัตคลิฟฟ์

ทั้งนี้หลังการรีโนเวท ปัจจุบันอนันตรา หัวหิน ได้ปรับลดจำนวนห้องพักจาก 196 ห้อง เหลือ 171 ห้อง เพื่อสร้างห้องพักใหม่ ที่เป็นห้องสวีทแบบ 2 ห้องนอน (Two-Bedroom Suites) ซึ่งได้จากการทุบห้องพักเดิม 3 ห้องรวมกันให้เป็นห้องเดียวที่กว้างขวางขึ้น

ทั้งนี้เพื่อตอบโจทย์กลุ่มครอบครัวและกลุ่มเพื่อน ได้รับการตอบรับที่ดี เนื่องจากห้องสวีท 2 ห้องนอนสำหรับโรงแรมระดับลักชัวรีในหัวหินหาได้ยาก นอกจากนี้ยังเพิ่มร้านอาหารใหม่ Sea.Fire.Salt เป็นร้านอาหารสไตล์กริลล์ริมหาด พร้อมรูฟท็อปบาร์ เป็นคอนเซปต์ซิกเนเจอร์ของแบรนด์อนันตรา

อนันตรา หัวหิน

“หลังการรีโนเวทโรงแรม ยังทำให้สามารถขายราคาห้องพักเพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับก่อนรีโนเวท โดยมีราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR) ประมาณ 7,000 บาท ซึ่งจัดอยู่ในระดับเดียวกับโรงแรมหรูชั้นนำ 5 อันดับแรกในหัวหินโดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรก (Q1) ปีนี้อนันตรา หัวหินขยับราคาห้องพักสูงขึ้นเกือบ 50% (หรือประมาณ 47%) เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา” นายเจมส์ กล่าวทิ้งท้าย

ขณะที่ในส่วนของโรงแรม “อวานี พลัส หัวหิน” ซึ่งเป็นโรงแรมแห่งที่ 2 ของไมเนอร์ นอกจากให้บริการห้องพัก ห้องสวีท และพูลวิลล่า รวม 196 ห้อง ภายในโรงแรมมีจุดขาย คือ “อวานี เวลล์” AvaniWell ศูนย์ดูแลสุขภาพที่ผสานศาสตร์การบำบัดแบบไทยดั้งเดิมเข้ากับเทคนิคการรักษาสมัยใหม่

อวานีพลัส หัวหิน

พร้อมนำเสนอโปรแกรมดูแลแบบเฉพาะบุคคลควบคู่ไปกับกิจกรรมกลุ่ม สำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพทุกระดับอย่างครอบคลุม ตั้งแต่ ดริปวิตามิน ทรีตเมนต์ผ่อนคลาย กายภาพบำบัด และการยืดเหยียดกล้ามเนื้อสำหรับนักกีฬา ตลอดจนศาสตร์การบำบัดแบบไทยและอายุรเวช เพื่อสร้างประสบการณ์การดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

“อวานี เวลล์” ไม่เพียงแต่ให้บริการลูกค้าในโรงแรมอวานี พลัส หัวหิน ที่ต้องการใช้บริการดูแลสุขภาพเท่านั้น แต่ยังให้บริการลูกค้านอกโรงแรมด้วย ประกอบกับการมีศูนย์สุขภาพที่นี่

ทำให้โรงแรมอนันตรา หัวหิน และ เอ็นเอช หัวหิน สามารถพัฒนาแพ็คเกจ เพื่อเชื่อมโยงประสบการณ์ด้าน Wellness Travel และรองรับกลุ่มพำนักระยะยาวได้ด้วย อาทิ นักท่องเที่ยวที่ชอบสปา โรงแรมก็สามารถเสนอขายการไปใช้บริการ สปา ที่อนันตรา หัวหิน ได้ หรืออยากดริปวิตามิน ก็ไปใช้บริการที่ อวานี เวลล์ ได้

ทั้งหมดล้วนเป็นทิศทางการขยายธุรกิจโรงแรมของไมเนอร์ ในหัวหินที่เกิดขึ้น