thansettakij
thansettakij
การบินไทย ติดหล่ม ศูนย์ซ่อมอู่ตะเภา สะดุด UTA ยื่นข้อเสนอให้ย้ายพื้นที่ตั้งโครงการ

การบินไทย ติดหล่ม ศูนย์ซ่อมอู่ตะเภา สะดุด UTA ยื่นข้อเสนอให้ย้ายพื้นที่ตั้งโครงการ

26 ก.พ. 2569 | 09:44 น.
อัปเดตล่าสุด :26 ก.พ. 2569 | 09:55 น.

การบินไทย ติดหล่มศูนย์ซ่อม MRO อู่ตะเภา สะดุด UTA ยื่นข้อเสนอให้ย้ายพื้นที่ตั้งโครงการ ไปอยู่กลางรันเวย์ เพื่อนำพื้นที่ไปพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ เตรียมหารือ UTA ยืนยันไม่ย้าย เหตุกระทบการทำงานสะดุด

วันนี้ (วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569) นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) อู่ตะเภา โดยยอมรับว่าปัจจุบันกำลังเผชิญกับข้อสะดุดเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องการจัดสรรพื้นที่ตั้งโครงการ เนื่องจากทางบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) ผู้บริหารสนามบินสนามบินอู่ตะเภา ได้ยื่นข้อเสนอให้การบินไทยพิจารณาปรับเปลี่ยนพื้นที่ตั้งโครงการ MRO จากจุดเดิมที่เคยตกลงไว้กับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

ทั้งนี้เหตุผลที่ UTA มีความต้องการที่จะนำพื้นที่ดังกล่าวไปพัฒนาเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ (Commercial Area) แทน ซึ่งการบินไทย จะประชุมร่วมกับ UTA ในวันพรุ่งนี้ โดยยืนยันว่าจะไม่ย้ายพื้นที่ได้  เนื่องจากการบินไทย ได้มีการออกแบบเสร็จสิ้นแล้ว รวมถึงได้ศึกษาและการออกแบบทางวิศวกรรม (Engineering Conceptual Design) ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้วโดยอ้างอิงตามพื้นที่เดิม หากต้องย้ายที่ตั้งใหม่จะส่งผลให้โครงการเกิดความล่าช้า (Delay)

รวมถึงยังมีปัญหาด้านเทคนิคและการปฏิบัติงาน ซึ่งพื้นที่เดิมมีขนาด 210 ไร่ ตั้งอยู่ติดกับสนามบิน และเป็นพื้นที่ฝั่ง Landside ซึ่งพนักงานสามารถเข้า-ออกได้สะดวก แต่พื้นที่ใหม่ที่ UTA เสนอมานั้น ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างรันเวย์ 2 เส้น (Airside) ซึ่งจะสร้างอุปสรรคอย่างมากต่อการปฏิบัติงานและการสัญจรของบุคลากรในอนาคต

การบินไทย

อย่างไรก็ตามหากการบินไทย มีข้อสรุปในเรื่องพื้นที่กับ UTA ได้  การบินไทยก็สามารถลงนามดำเนินการกับทางอีอีซีได้เลย เนื่องจากในส่วนของเงื่อนไขทางธุรกิจ และรายละเอียดในสัญญานั้น คณะกรรมการ (บอร์ด) ของการบินไทยได้ให้ความเห็นชอบเรียบร้อยแล้ว และสิทธิ์ในการจัดสรรพื้นที่นั้นเป็นอำนาจของ EEC ซึ่งการบินไทยได้รับสิทธิ์ในพื้นที่ดังกล่าวมาอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว

"วันนี้เราเหลือเพียงแค่รอจรดปากกาลงนามในสัญญาเท่านั้น หากทุกฝ่ายสามารถทำความเข้าใจและหาข้อยุติเรื่องพื้นที่ร่วมกันได้ โครงการก็พร้อมที่จะเดินหน้าทันที" นายชาย กล่าวทิ้งท้าย