
'การบินไทย' แจงดราม่า กรณีขนส่งชิ้นส่วนเครื่องบินรบไปอิสราเอล
การบินไทยแจงดราม่าโซเชียล กรณีขนส่งชิ้นส่วนเครื่องบินรบไปอิสราเอล ชี้ไม่ได้เป็นผู้ขายระวางคาร์โก้เอง แต่เป็นการส่งของที่เป็นของสายการบินอื่น ซึ่งมาขึ้นเครื่องของการบินไทย ยันทำตามมาตรฐานสากล หลัง X-ray แล้วไม่พบวัตถุระเบิด และไม่มีอำนาจในการเปิดสินค้า ย้ำเป็นเรื่องละเอียดก่อน บริษัทไม่ต้องการเข้าไปอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง
วันนี้ (วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569) จากกรณีที่มีกระแสข่าวในโซเชียล กรณีที่ การบินไทย ขนส่งชื้นส่วนเครื่องบินรบ (F-35) จากซีดนีย์ไปยังกรุงเทพฯในตู้บรรทุกสินค้าของเครื่องบินผู้โดยสาร และส่งไปยังจุดหมายปลายทางที่ Nevatim Airbase ในอิสราเอล และเกิดการประท้วง กระแสการคว่ำบาตรสายการบินในออสเตรเลีย
ล่าสุด นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ชี้แจงต่อสื่อมวลชนถึงกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับการที่สายการบินดำเนินการขนส่งชิ้นส่วนเครื่องบินรบไปยังประเทศอิสราเอล โดยระบุรายละเอียดและข้อเท็จจริงต่อเรื่องนี้ว่า รูปแบบการขนส่งสินค้าทางอากาศของการบินไทย ในรูปแบบการขนสินค้าใต้ท้องเครื่องบิน หรือ คาร์โก้ ในบางเส้นทางหรือบางตลาด การบินไทยไม่ได้เป็นผู้ขายระวางขนส่งเองทั้งหมด แต่มีข้อตกลงกับสายการบินพันธมิตรหรือคู่ค้า ซึ่งเป็นเรื่องปกติของธุรกิจการบิน
ในกรณีที่เป็นประเด็นนั้น เอกสารการส่งของเป็นของสายการบินอื่น แต่เป็นการใช้บริการรับขนส่ง (Interline) มาขึ้นเครื่องของการบินไทย ซึ่งการบินไทยดำเนินการรับขนตามโปรโตคอลและมาตรฐานสากลตามปกติ
สำหรับการตรวจสอบสินค้าก่อนขึ้นเครื่อง การบินไทยมีหน้าที่ตรวจสอบตามมาตรฐานความปลอดภัย เช่น การ X-ray เพื่อหาวัตถุระเบิดหรือวัตถุอันตราย เครื่อง X-ray จะไม่เห็นวัตถุที่ไม่ใช่ระเบิด การตรวจสอบเอกสารก็จะดูตามเอกสารในชิพเม้นท์ สายการบินไม่มีอำนาจในการเปิดหีบห่อสินค้า เพื่อตรวจสอบรายละเอียดเชิงลึกว่าชิ้นส่วนโลหะที่เห็นนั้นคืออะไร ซึ่งหน้าที่ในการตรวจปล่อยสินค้าและยืนยันความถูกต้องตามกฎหมายเป็นความรับผิดชอบของกรมศุลกากรในแต่ละประเทศ
โดยหากเป็นชิ้นส่วนที่ไม่มีวัตถุระเบิดหรือไม่อยู่ในกลุ่มวัตถุอันตราย สายการบินก็สามารถดำเนินการรับขนได้ตามปกติ ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนมาตรฐานสากล
สำหรับผลกระทบต่อภาพลักษณ์และกระแสบอยคอตที่เกิดขึ้น นายชายยอมรับว่าทางบริษัทได้ติดตามสถานการณ์ในโซเชียลมีเดียอย่างใกล้ชิด และพบว่ามีความเห็นแบ่งเป็นสองฝ่าย ทั้งฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยและฝ่ายที่เข้าใจขั้นตอนการทำธุรกิจการบิน
จุดยืนของการบินไทยผมขอย้ำว่า เรื่องนี้เป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งระดับภูมิภาค ซึ่งบริษัทไม่ต้องการเข้าไปอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง แต่จะมุ่งเน้นการทำหน้าที่ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจอย่างดีที่สุด ทั้งนี้ บริษัทจะมีมาตรการระมัดระวังในการรับขนส่งสินค้าให้มากขึ้น และจะมีการทำความเข้าใจกับคู่ค้าเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจส่งผลกระทบในอนาคต

