thansettakij
แอตต้าแนะรัฐปรับ'ฟรีวีซ่า' แยกนักธุรกิจ นักท่องเที่ยว อาชญากร กันสแกมเมอร์แฝงตัว

แอตต้าแนะรัฐปรับ'ฟรีวีซ่า' แยกนักธุรกิจ นักท่องเที่ยว อาชญากร กันสแกมเมอร์แฝงตัว

11 พ.ย. 2568 | 07:58 น.
อัปเดตล่าสุด :11 พ.ย. 2568 | 08:52 น.

แอตต้า แนะรัฐปรับมาตรการ “ฟรีวีซ่า” Visa Free 2.0 เข้มยกระดับความปลอดภัย คัดแยกนักท่องเที่ยว-นักธุรกิจ ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ กันการแฝงตัวของกลุ่มสแกมเมอร์

นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหาแก๊งสแกมเมอร์และคอลเซ็นเตอร์ที่ลักลอบเข้าเมืองรายวัน โดยใช้ช่องโหว่จากมาตรการวีซ่าฟรี เพื่อตอบโจทย์ความกังวลด้านความปลอดภัยและการแฝงตัวของกลุ่มอาชญากรดังกล่าว

แอตต้าจึงมีการนำเสนอแนวคิดเชิงนโยบาย "Trusted Thailand Free-Visa 2.0" หรือ Smart Visa-Waiver 2.0 เพื่อปรับแนวทางการให้ฟรีวีซ่าให้รัดกุมยิ่งขึ้น โดยมีหลักคิดสำคัญคือ "อำนวยความสะดวกคนดี เร็ว–ลื่นไหล / กรองความเสี่ยงคนร้าย เข้ม–แม่นยำ"

มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อรักษาดีมานด์ด้านการท่องเที่ยวและธุรกิจ พร้อมทั้งเพิ่มความปลอดภัยเชิงระบบโดยไม่ทำให้ประสบการณ์การเดินทางสะดุด โดยมีข้อเสนอเชิงนโยบาย ดังนี้

1. การคัดแยกกลุ่มนโยบาย (Policy Segmentation)

ข้อเสนอนี้เน้นการแยกเส้นทางนโยบายสำหรับกลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจน:

  • นักท่องเที่ยว (Leisure/FIT/Group): ใช้เส้นทาง “Low-Friction, High-Visibility” คืออำนวยความสะดวกแต่ยังคงมีการติดตามที่มองเห็นได้ชัดเจน
  • นักธุรกิจ (MICE/Short-term work): ใช้เส้นทาง “Trusted Business Fast-Track” เพื่อความรวดเร็วและน่าเชื่อถือ
  • บุคคลเสี่ยง/คนร้าย: ใช้เส้นทาง “High-Friction, High-Scrutiny” ด้วยมาตรการสกัด, ปฏิเสธเข้าเมือง, และส่งกลับ

อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์

2. กลไกสำคัญ: การคัดกรองก่อนเดินทางด้วย eTA-TH

หัวใจของมาตรการใหม่คือการนำกลไกการคัดกรองก่อนเดินทาง (Pre-Travel Authorization: eTA-TH) มาใช้ ดังนี้

  •  eTA สำหรับประเทศที่ได้สิทธิ์ฟรีวีซ่า (ยื่นออนไลน์ 24–72 ชม.ก่อนออกเดินทาง)
  • Risk Scoring 5 มิติ : ประวัติเดินทาง, แหล่งทุน/การชำระเงิน, เส้นทางบิน, ประเภทที่พัก, ความเชื่อมโยงเครือข่ายเสี่ยง

 

  •  KYC การชำระเงิน: บังคับบัตรเครดิต/บัญชีที่ยืนยันตัวตนได้, ป้องกันการใช้บัตรผี
  •   Carrier API / PNR Push: สายการบินส่งข้อมูลผู้โดยสารล่วงหน้าให้ ตม. ทำ Match กับ Watchlist
  • ผลลัพธ์: อนุมัติอัตโนมัติ (ส่วนใหญ่), ขอเอกสารเพิ่ม, หรือปฏิเสธก่อนขึ้นเครื่อง

3.แนวทางแยกกลุ่มเชิงปฏิบัติ

นักท่องเที่ยว

  • Trusted Tourist Corridor: โรงแรม/ทัวร์ที่ผ่านมาตรฐาน “Trusted Thailand (Safety–Quality–Data)”
  • e-Arrival Card + QR Check-in: ลงทะเบียนดิจิทัล เชื่อมกับที่พัก/ประกันเดินทาง (บังคับมีประกันขั้นต่ำ)
  • 90-Day Heatmap: ติดตามพฤติกรรมการอยู่เกินกำหนดแบบไม่ระบุตัวบุคคล (privacy-by-design) เพื่อ Early Warning

นักธุรกิจ

  • Business Fast-Track: ช่องตรวจคนเข้าเมืองเฉพาะ + SLA 5–7 นาที/คน
  •  Invite Code: จดหมายเชิญจาก นิติบุคคลไทยที่ผ่าน KYC/ภาษี → ลดเอกสารและเร่งอนุมัติ eTA
  • Multiple Entry 6–12 เดือน (คุ้มครองการประชุม/สำรวจการลงทุนระยะสั้น)

 บุคคลเสี่ยง/คนร้าย

  •   Real-time Watchlist Fusion: เชื่อม ตม.–ตำรวจ–ดีเอสไอ–หน่วยข่าว/อาเซียน–อินเตอร์โพล
  • SIM & e-Wallet KYC: ซิมการ์ดนักท่องเที่ยวต้องลงทะเบียนบัตร/หนังสือเดินทาง, ทำงานร่วมผู้ให้บริการชำระเงินเพื่อบล็อกธุรกรรมผิดปกติ
  • Zero-Tolerance Overstay: แจ้งเตือนอัตโนมัติ 7 วันก่อนครบกำหนด / ดำเนินคดี-แบล็กลิสต์ทันทีเมื่อเกินกำหนด

แอตต้าแนะรัฐปรับ'ฟรีวีซ่า' แยกนักธุรกิจ นักท่องเที่ยว อาชญากร กันสแกมเมอร์แฝงตัว

4.มาตรการ ณ ช่องทางเข้า (Border SOP)

  1.  Smart Lane สำหรับ eTA-TH อนุมัติล่วงหน้า + e-Passport + Biometrics
  2.  Secondary Screening สำหรับคะแนนเสี่ยงสูง/เอกสารไม่ชัดเจน (ห้องสัมภาษณ์, ตรวจอุปกรณ์, ตรวจเงินเข้า–ออก)
  3. Instant Denial & Return Protocol: ปฏิเสธและส่งกลับเที่ยวบินเดิม พร้อมบันทึก Blacklist ข้ามหน่วยงาน

5. มาตรการในประเทศ (In-Country Compliance)

  •  Hotel e-Check-in (รหัส eTA + หนังสือเดินทาง) ส่งข้อมูลเข้าระบบ ตม. อัตโนมัติ
  • Travel ID Wallet บนแอปของรัฐ/พันธมิตร (ตั๋ว, ประกัน, ติดต่อฉุกเฉิน)
  • Overstay Radar: แจ้งเตือนผู้พักในระบบเมื่อใกล้ครบกำหนด + ช่องทางยืดหยุ่นสำหรับเหตุจำเป็น (ลดโอเวอร์สเตย์โดยสุจริต)
  • Tourist Protection Desk: จุดช่วยเหลือหลายภาษา/รายงานเหตุ–สแกม (QR เดียวทั่วประเทศ)

6. โครงสร้างความร่วมมือ (Inter-Agency & International)

  •  National Visa-Waiver Steering Committee: มท., กต., สตม., สตช., ททท., สมาคมธุรกิจท่องเที่ยว, ผู้ให้บริการมือถือ/ชำระเงิน
  •  Data-Sharing MoU กับประเทศต้นทาง/สายการบิน/OTA (ตามกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล)
  • Joint Taskforce Anti-Scam ไทย–ประเทศต้นทาง: ไล่เส้นเงิน, ปราบบัญชีม้า, ปิดช่องทางโฆษณาผิดกฎหมาย

7. นิติธรรม–สิทธิส่วนบุคคล (Governance & Privacy)

  •   Privacy-by-Design: เก็บเท่าที่จำเป็น, เข้ารหัส, เก็บข้อมูลจำกัดเวลา, ตรวจสอบได้
  • Independent Audit รายปี และ Red Team Simulation ทดสอบการรั่วไหล/การใช้งานผิดวัตถุประสงค์
  • ช่องอุทธรณ์ สำหรับกรณีปฏิเสธ eTA/เข้าประเทศโดยสุจริต

8.KPI & Dashboard

  •  อัตราอนุมัติ eTA อัตโนมัติ ≥ 90% (คนดีผ่านเร็ว)
  • อัตราปฏิเสธก่อนขึ้นเครื่อง + ณ ด่าน (เป้าหมายเพิ่มการสกัดหน้าแดน ≥ 70% ของเคสเสี่ยง)
  • Overstay Rate ลดลง ≥ 50% ภายใน 12 เดือน
  • จำนวนคดีสแกมข้ามชาติที่โยงกับนักท่องเที่ยว ลดลง ≥ 40%
  • เวลาเฉลี่ยผ่านด่านของนักท่องเที่ยวทั่วไป ≤ 25 นาที / Fast-Track ธุรกิจ ≤ 7 นาที
  • Tourist Confidence Index (จีน) ≥ 80/100

9. Roadmap การดำเนินการ

  • ระยะสั้น 0–60 วัน: ออกประกาศ eTA-TH (pilot), เปิด Smart Lane 5 สนามบิน, ตั้งศูนย์บูรณาการ Watchlist
  • ระยะกลาง 2–6 เดือน: ขยาย e-Check-in โรงแรมทั่วประเทศ, เชื่อม PNR ทุกสายการบิน, MoU SIM/e-Wallet KYC
  • ระยะยาว 6–12 เดือน: Multiple-Entry Business, AI Risk-Scoring รุ่น 2, Audit & Privacy Report รายปี

10. ข้อความสื่อสารสาธารณะ (Narrative)

  •   นักท่องเที่ยว/นักธุรกิจ: “เข้าไทยง่ายและปลอดภัยกว่าเดิม-ระบบใหม่ทำให้คุณใช้เวลาในสิ่งสำคัญ ไม่เสียเวลาที่ด่าน”
  • อาชญากร/เครือข่ายสแกม: “ไทยใช้ระบบกรองล่วงหน้า–คุมเข้มในประเทศ–เชื่อมโยงการเงินและซิมการ์ด หนี–แฝงตัวยากขึ้นมาก”

ทั้งนี้ที่สำคัญ ประกาศเริ่มต้นความร่วมมือกับรัฐบาลจีนส่งกลับประเทศจีนแบบเร่งด่วนทุกกรณี ที่เจอกับคนลักลอบเข้าเมืองมาทำผิดกฎหมาย เพราะคนร้ายกลัวการบังคับใช้กฎหมายของจีน เท่านี้ จะเป็นการป้องปรามเชิงจิตวิทยาในการแอบเข้าประเทศไทยในเบื้องต้น และ ออกมาตรการเข้มงวดชายแดน ที่หน่วยงานพิเศษคอยตรวจสอบและประเมินประสิทธิภาพของมาตราการต่าง ๆ