thansettakij
thansettakij
AI แย่งงานคนไทยอาชีพไหน เปิด 5 กลุ่มเสี่ยงที่อาจหายไปก่อนใคร

AI แย่งงานคนไทยอาชีพไหน เปิด 5 กลุ่มเสี่ยงที่อาจหายไปก่อนใคร

15 มิ.ย. 69 | 06:24 น.
อัปเดตล่าสุด :15 มิ.ย. 69 | 08:58 น.

ILO ประเมินตลาดแรงงานไทย มีความเสี่ยงสูงต่อการถูกทดแทนด้วย Generative AI โดยเฉพาะงานด้านเอกสาร การเขียน วิเคราะห์ข้อมูล แปลภาษา และบริการลูกค้า

KEY

POINTS

  • องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ประเมินว่าแรงงานไทยประมาณ 3-4% อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงที่จะถูก AI ทดแทน และอีกจำนวนมากจะถูกเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน
  • 5 อาชีพที่มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกแทนที่ด้วย AI ได้แก่ พนักงานรับโทรศัพท์, พนักงานบัญชี, พนักงานส่งของ/คนขับรถ, พนักงานร้านค้าปลีก และพนักงานพิสูจน์อักษร
  • กลุ่มงานที่เสี่ยงถูก AI แทรกแซงคืองานที่ทำซ้ำๆ หรือจัดการข้อมูลจำนวนมาก เช่น งานเอกสาร, การบริการลูกค้า, การแปลภาษา และการเขียนคอนเทนต์เบื้องต้น
  • งานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์และทักษะ Soft Skill เช่น งานฝ่ายบุคคล, การตลาด, การจัดอีเว้นท์ และงานเขียนเชิงวรรณกรรม ยังเป็นสิ่งที่ AI ทดแทนได้ยาก

องค์การแรงงานระหว่างประเทศ หรือ International Labour Organization (ILO) ประเมินว่า แรงงานในประเทศไทยประมาณ 3-4% อยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการถูกทดแทนโดย Generative AI ส่วนอีกจำนวนมากจะถูก “เปลี่ยนรูปแบบงาน” แทนการถูกแทนที่ด้วย AI ทั้งหมด

โดย AI ยุคใหม่เริ่มทำงานด้านเอกสาร การเขียน วิเคราะห์ข้อมูล แปลภาษา และงานบริการลูกค้าได้ แม้ จะไม่ได้แย่งงานในตลาดแรงงานที่ใช้คนทั้งหมด
แต่ปัจจุบันกำลังเปลี่ยนวิธีทำงานของคนทั้งประเทศ รวมถึงมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงบทบาท จนส่งผลกระทบต่อแรงงานและอาจเป็นตัวกำหนดอนาคตของตลาดแรงงานได้

บทความจาก SCB ระบุว่า จากงานวิจัยและความคิดเห็นของกูรูเกี่ยวกับการทดแทนแรงงานมนุษย์ ด้วยการใช้หุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ทำให้พบว่า ขณะนี้มีหลายอาชีพด้วยกันที่มีความเสี่ยงสูงมากที่จะถูก AI เข้ามาทดแทนอย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะงานที่มีลักษณะทำแบบเดิม ทำซ้ำๆ เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงขั้นตอนหรือกระบวนการทำงาน

5 ลักษณะงานที่ AI เข้ามาแทนที่ในปัจจุบัน

  1. พนักงานรับโทรศัพท์ ซึ่งมีระบบตอบรับอัตโนมัติ ไม่จำเป็นต้องมีโอเปอร์เรเตอร์เป็นตัวกลาง

  2. พนักงานบัญชี เช่น การลงรายรับ-รายจ่าย สามารถใช้โปรแกรมสำเร็จรูปได้ ช่วยให้เจ้าของธุรกิจไม่จำเป็นจะต้องมีเจ้าหน้าที่บัญชีอีกต่อไป

  3. พนักงานส่งของ, คนขับรถ ถูกแทนที่ด้วยโดรนหรือหุ่นยนต์ รวมไปถึงรถยนต์ไร้คนขับซึ่งทำให้ไม่จำเป็นต้องมีพนักงานขับรถ

  4. พนักงานห้าง /พนักงานร้านขายปลีก ปัจจุบันใช้ AI ประมวลผลด้วยภาพและข้อมูลจากตัวเซ็นเซอร์ สามารถดูว่าลูกค้าซื้ออะไรในร้าน แล้วเรียกเก็บเงินค่าสินค้าจากบัญชีของลูกค้าได้ทันทีหรือชำระค่าสินค้าผ่าน e-Wallet ในสมาร์ทโฟนได้

  5. พนักงานพิสูจน์อักษร ปัจจุบันมีโปรแกรมที่ช่วยพิสูจน์ตัวอักษร ไม่จำเป็นจะต้องมีเจ้าหน้าที่ช่วยในการพิสูจน์ตัวอักษรอีกแล้ว

นอกจากนี้ ยังมี 5 กลุ่มอาชีพเสี่ยงถูก AI แทรกแซง ได้แก่

  1. งานที่ต้องกรอกข้อมูล จัดเอกสาร สรุปรายงาน หรือจัดการข้อมูลจำนวนมาก เป็นงานที่ AI สามารถทำได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้นเรื่อย ๆ
  2. Chatbot และ Voice AI สามารถตอบคำถามลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง และหลายองค์กรเริ่มใช้ AI รับเรื่องร้องเรียน ตอบคำถาม และแนะนำสินค้าแทนพนักงานบางส่วน
  3. Generative AI สามารถแปลภาษาได้รวดเร็วขึ้นอย่างมาก แม้จะยังควต้องใช้มนุษย์ตรวจสอบ 
  4. นักเขียนคอนเทนต์และผู้ผลิตเนื้อหาเบื้องต้น
    AI สามารถเขียนบทความ ข่าวประชาสัมพันธ์ โพสต์โซเชียล และสรุปข้อมูลได้ภายในไม่กี่วินาที
  5. การตรวจเอกสาร การจัดหมวดหมู่ข้อมูล และการสร้างรายงานอัตโนมัติ เป็นงานที่ AI กำลังเข้ามารับบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีลักษณะงานที่ AI เข้ามาแทนที่ได้ยาก เช่น งานที่ต้องอาศัยการใช้ความคิดสร้างสรรค์ และต้องมีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า หรืองานที่ต้องใช้ Soft Skill  เช่น  การเป็นผู้นำ, การบริหารจัดการอารมณ์ , การสื่อสารสร้างความสัมพันธ์กับผู้คน , การรับฟังและเข้าใจจิตใจผู้อื่น ฯลฯ รวมถึงงานที่เป็นแบบ Non-Routine ซึ่งต้องอาศัยกาาปรับตัวตามสถานการณ์

5 สายงานที่ AI ยังทำแทนไม่ได้

1. งานด้านฝ่ายบุคคล ที่ต้องมีทักษะในด้าน Soft Skill  ทั้งความเป็นผู้นำ การสื่อสาร สร้างความสัมพันธ์กับผู้คนเพื่อรับมือกับพนักงานภายในองค์กร

2.งานด้านฝ่ายขาย / งานด้านฝ่ายการตลาด / งานด้านฝ่ายประชาสัมพันธ์  ที่ต้องใช้ทักษะในเรื่องการสื่อสารสร้างความสัมพันธ์กับผู้คน

3. งานด้านจัดอีเว้นท์ ต้องใช้ทักษะเฉพาะตัวทั้งการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการจัดงาน ใช้ทักษะในการสื่อสารเพื่อนำเสนอธีมการจัดงานให้ลูกค้าผู้ว่าจ้างเห็นภาพและเข้าใจ ทั้งแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเวลาเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขณะจัดงาน 

4. งานด้านการเขียนเชิงวรรณกรรม ที่ต้องใช้ทักษะหลายอย่างทั้งศาสตร์และศิลป์ใช้ศิลปะเชิงภาษาเพื่อสื่อสารขั้นสูง แสดงอารมณ์และบอกเล่าเรื่องราว ตามบริบทต่างๆ โดยการใช้ภาษาเพื่อสื่อสารอารมณ์เป็นสิ่งที่ซับซ้อนและมีความหมายในเชิงเปรียบเปรย เปรียบเทียบหรือเชิงสัญลักษณ์ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับ AI

5. งานด้านกราฟิกดีไซน์ ที่ต้องอาศัยจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์และไอเดียแปลกใหม่ ซึ่งทักษะแบบนี้ AI ยังไม่สามารถจะทำได้เช่นกัน

 

เรียบเรียงข้อมูลจาก ilo และ SCB