
ปั้น HUB OF TALENT พัฒนาคนป้อน AI - Data Center - Smart Energy
สจล. ผนึก วช. เปิดตัวโครงการ “HUB OF TALENT” วางรากฐานการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงด้าน AI - Data Center - Smart Energy ขับเคลื่อนไทยสู่ AI Hub แห่งอาเซียน
KEY
POINTS
- สจล. ร่วมมือกับ วช. และเครือข่าย เปิดตัวโครงการ “HUB OF TALENT” เพื่อพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงสำหรับอุตสาหกรรม AI, Data Center และพลังงานอัจฉริยะ
- โครงการมุ่งเน้นการสร้างบุคลากรที่มีความรู้แบบบูรณาการ (Hybrid Talent) เพื่อตอบสนองความต้องการของเศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
- มีเป้าหมายเพื่อผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีดิจิทัลของภูมิภาคอาเซียน โดยเปลี่ยนจากผู้ใช้เป็นผู้สร้างเทคโนโลยี
- ดำเนินการผ่านการระดมสมองและจัดทำแผนยุทธศาสตร์ใน 3 กลุ่มหลัก คือ Data Center, AI และ Smart Energy Management เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และการศึกษา
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ เปิดตัวโครงการ “HUB OF TALENT: AI, DATA CENTER AND SMART ENERGY MANAGEMENT”
เพื่อวางรากฐานการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และการบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy Management) รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศไทย
รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนา Hybrid Talent หรือบุคลากรสมรรถนะสูงที่เข้าใจทั้ง AI, Data Center, Cloud Computing, Power System, Cooling Technology และ Digital Infrastructure
เพราะโลกยุคใหม่ต้องการคนที่ไม่ได้เก่งเฉพาะด้าน แต่ต้องสามารถบูรณาการความรู้เพื่อสร้างโซลูชันจริงให้ประเทศ ซึ่งภายในงานมีการแลกเปลี่ยนมุมมองจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ
พัฒนาคนป้อน AI - Data Center
ด้าน ดร.วิโรจน์ บัวคลี่ รองผู้ว่าการดิจิทัลและการสื่อสาร การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กล่าวว่า หัวใจของ Data Center ยุคใหม่คือพลังงานที่มั่นคง มีประสิทธิภาพ และยั่งยืน การบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะจึงเป็นปัจจัยชี้ขาดต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
นายพิเชฐ เกตุรวม อุปนายกสมาคมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลประเทศไทย กรรมการและรองประธานอนุกรรมการด้าน AI และด้านพลังงาน กล่าวว่า การแข่งขันด้านดิจิทัลในภูมิภาคกำลังเข้มข้น ประเทศไทยต้องเปลี่ยนจากผู้ใช้เทคโนโลยีไปสู่ผู้ร่วมออกแบบระบบนิเวศดิจิทัล ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร มาตรฐาน และความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม
รองศาสตราจารย์ ดร.มนตรี วิบูลยรัตน์ ประธานกรรมการมาตรฐานดาต้าเซนเตอร์ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า มาตรฐานคือภาษากลางของความเชื่อมั่น หากประเทศไทยต้องการดึงดูดการลงทุนด้าน Data Center จำเป็นต้องมีมาตรฐานที่ชัดเจน ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล
ด้าน ดร.ชาญวิทย์ บุญช่วย นายกสมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย กล่าวว่า AI จะเป็นเครื่องยนต์ใหม่ของเศรษฐกิจไทย แต่การขับเคลื่อน AI ให้เกิดผลจริงต้องมีทั้งข้อมูลคุณภาพสูง โครงสร้างพื้นฐานที่รองรับ และบุคลากรที่เข้าใจการประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจและภาครัฐ
ขณะที่ ดร.คุณานันท์ ทยายุทธ กรรมการและเลขานุการศูนย์ฯ กล่าวว่า เวทีครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการประชุม แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการรวมพลังผู้เชี่ยวชาญ เพื่อออกแบบทิศทางการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ทั้งการพัฒนาคน การวิจัย การสร้างเครือข่าย และการผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบาย
ระดมสมอง ชี้ทิศทางการพัฒนาประเทศ
ทั้งนี้ กิจกรรมสำคัญของงานประกอบด้วยการนำเสนอวิสัยทัศน์ด้านการลงทุนและการวางตำแหน่งเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทย การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาบุคลากรทักษะสูงด้าน AI และ Data Center การสร้างระบบนิเวศความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา รวมถึงข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อขับเคลื่อนโครงการ Hub of Talent อย่างเป็นรูปธรรม
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงาน คือ การประชุมเชิงปฏิบัติการ (Strategic Workshop) เพื่อระดมสมองและกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศใน 3 กลุ่มยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ กลุ่ม Data Center ซึ่งมุ่งวางแนวทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระดับชาติ เพื่อรองรับการลงทุนของผู้ให้บริการ Cloud และ Hyperscale Data Center ระดับโลก
กลุ่ม Artificial Intelligence (AI) ที่มุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาระบบนิเวศ AI ของประเทศ ครอบคลุมการพัฒนาบุคลากร งานวิจัย นวัตกรรม และการประยุกต์ใช้ AI ในภาคอุตสาหกรรม และกลุ่ม Smart Energy Management ที่มุ่งออกแบบแนวทางการบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะเพื่อรองรับการเติบโตของ Data Center และอุตสาหกรรมดิจิทัล พร้อมผลักดันการใช้พลังงานสะอาด เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทย
ข้อเสนอและผลลัพธ์จากการประชุมทั้ง 3 กลุ่ม จะถูกสังเคราะห์เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายและแผนปฏิบัติการเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Roadmap) เพื่อสนับสนุนการกำหนดทิศทางการพัฒนากำลังคน โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การลงทุนด้านเทคโนโลยี และความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษาในระดับประเทศต่อไป
แพลตฟอร์มสร้างระบบนิเวศเทคโนโลยีดิจิทัล
สำหรับโครงการ “HUB OF TALENT: AI, DATA CENTER AND SMART ENERGY MANAGEMENT” เป็นแพลตฟอร์มยุทธศาสตร์แห่งชาติ ที่มุ่งสร้างระบบนิเวศเทคโนโลยีดิจิทัลครบวงจรของประเทศไทย ตั้งแต่การพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง การสร้างเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ การสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรม การถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ
ภายใต้บริบทการแข่งขันทางเทคโนโลยีที่ทวีความเข้มข้นทั่วโลก โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับประเทศไทยจาก “ผู้ใช้เทคโนโลยี” สู่ “ผู้สร้างเทคโนโลยี” และจาก “ผู้ตาม” สู่ “ผู้นำด้านเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาค” โดยมุ่งผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้าน Artificial Intelligence, Data Center, Digital Infrastructure และ Smart Energy Hub ของอาเซียนในอนาคต
ความร่วมมือครั้งนี้จึงถือเป็นก้าวสำคัญของการวางรากฐานเศรษฐกิจแห่งอนาคต ที่จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจใหม่ ดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลก สร้างงานทักษะสูงให้คนไทย และเสริมสร้างความมั่นคงทางเทคโนโลยีของประเทศอย่างยั่งยืนในระยะยาว







