thansettakij
thansettakij
ปั้นทุนมนุษย์ยุคใหม่ จุฬาฯผนึกพันธมิตรยกระดับแรงงานอนาคต รับเศรษฐกิจ AI

ปั้นทุนมนุษย์ยุคใหม่ จุฬาฯผนึกพันธมิตรยกระดับแรงงานอนาคต รับเศรษฐกิจ AI

13 มิ.ย. 69 | 00:36 น.
อัปเดตล่าสุด :13 มิ.ย. 69 | 00:36 น.

จุฬาฯ-มหิดล-มช. ผนึกกำลังปั้นทุนมนุษย์ยุคใหม่ยกระดับแรงงานอนาคต รับความต้องการเศรษฐกิจ AI เรียนข้ามมหาวิทยาลัย ต้นแบบพัฒนากำลังคนยุคดิจิทัล เพิ่มขีดแข่งขันประเทศ

KEY

POINTS

  • จุฬาฯ ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหิดลและมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในโครงการ MC² GenEd เพื่อพัฒนารูปแบบการศึกษาและเตรียมบัณฑิตให้พร้อมรับเศรษฐกิจยุค AI
  • เปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาสามารถเรียนวิชาศึกษาทั่วไปข้ามมหาวิทยาลัยและเทียบโอนหน่วยกิตได้ เพื่อสร้างความยืดหยุ่นและเข้าถึงองค์ความรู้ที่หลากหลาย
  • มุ่งยกระดับทักษะแรงงานอนาคตผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ผู้เชี่ยวชาญ และการแลกเปลี่ยนความรู้ข้ามสถาบัน เพื่อให้เท่าทันเทคโนโลยี

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ,มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดำเนินโครงการ MC² GenEd (Mahidol–Chula–Chiang Mai General Education) เพื่อให้นิสิตนักศึกษาเรียนวิชาศึกษาทั่วไปข้ามมหาวิทยาลัยและเทียบโอนหน่วยกิตได้ และเตรียมบัณฑิตให้พร้อมรับมือโลกยุคดิจิทัล และการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า โลกในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากอิทธิพลของเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) การศึกษาไม่อาจจำกัดอยู่เพียงการถ่ายทอดองค์ความรู้แบบเดิมในห้องเรียน แต่ต้องสร้างพื้นที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง เป็นการเรียนรู้ร่วมกับผู้คนที่มีภูมิหลัง ความคิด และประสบการณ์ที่แตกต่างกัน พร้อมเข้าใจวิธีคิด รู้เท่าทันเทคโนโลยี สามารถใช้ AI อย่างมีวิจารณญาณและจริยธรรม

ตอบโจทย์โลกยุคใหม่

ทั้งนี้ จึงได้ดำเนินโครงการดังกล่าวเป็นการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ใหม่ที่ก้าวข้ามข้อจำกัดเดิมของระบบมหาวิทยาลัย ภายใต้แนวคิดการก้าวข้ามพรมแดนทางการศึกษา เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตแห่งการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่ (Beyond Boundaries, Building Future) โดยจะเริ่มนำร่องโครงการปีการศึกษา 2569 และคาดว่าจะมีนิสิตนักศึกษาลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการไม่ต่ำกว่า 1,000 ราย

 

“การดำเนินการดังกล่าวเป็นการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ร่วม โดยเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาสามารถเรียนรายวิชาศึกษาทั่วไป (General Education) ข้ามมหาวิทยาลัย สะสมผลการเรียนรู้ และเทียบโอนหน่วยกิตได้และได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง ผู้เชี่ยวชาญ และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับเพื่อนต่างสถาบัน เพื่อเตรียมความพร้อมสู่โลกแห่งอนาคตที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว”

ปั้นทุนมนุษย์ยุคใหม่ จุฬาฯผนึกพันธมิตรยกระดับแรงงานอนาคต รับเศรษฐกิจ AI

 

โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายร่วมกันในการยกระดับคุณภาพการศึกษา วิจัย และนวัตกรรม เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมไทยและสังคมโลก ผ่านการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้เรียนยุคดิจิทัล นับเป็นหนึ่งในโมเดลต้นแบบของการพัฒนาการศึกษาในรูปแบบ Flexible Education และ Credit Mobilityของประเทศไทย 

โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาสามารถออกแบบเส้นทางการเรียนได้อย่างยืดหยุ่น ไม่จำกัดอยู่เพียงรายวิชาที่เปิดสอนภายในมหาวิทยาลัยต้นสังกัด แต่สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ อาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญ และประสบการณ์การเรียนรู้จากอีกสองมหาวิทยาลัยพันธมิตรได้โดยตรง

 

สำหรับในระยะแรกของโครงการ มีการเปิดรายวิชาศึกษาทั่วไปนำร่องจำนวน 24 รายวิชาจากทั้งสามมหาวิทยาลัย ครอบคลุมองค์ความรู้หลากหลาย ทั้งด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม ความยั่งยืน และทักษะแห่งอนาคต โดยเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรีของทั้งสามสถาบันสามารถเลือกเรียนได้ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออนไซต์ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทการเรียนรู้ที่หลากหลายของผู้เรียนในยุคปัจจุบัน

นอกจากนี้ ผู้เรียนสามารถสะสมผลการเรียนรู้ล่วงหน้า (Advance Learning Accumulation) และเทียบโอนหน่วยกิตข้ามมหาวิทยาลัยตามเงื่อนไขที่แต่ละสถาบันกำหนด นับเป็นการลดข้อจำกัดด้านโครงสร้างการศึกษาแบบเดิม และเปิดพื้นที่ให้ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนในสิ่งที่สอดคล้องกับความสนใจความถนัด และเป้าหมายวิชาชีพของตนเองได้มากยิ่งขึ้น

“จุฬาฯได้กำหนดทิศทางการเรียนรู้ภายใต้แนวคิด Learning for the AI and Digital Era โดยมุ่งเตรียมผู้เรียนให้พร้อมรับมือกับโลกแห่งปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล“

ต้นแบบระบบเรียนข้ามมหาวิทยาลัย

ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า โครงการดังกล่าวให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงการศึกษาเข้ากับภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม และภาคสังคม เพื่อให้ได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริง ผ่านการทำงานร่วมกับองค์กรพันธมิตรและผู้เชี่ยวชาญภายนอก ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างทักษะวิชาชีพและความเข้าใจบริบทการทำงานจริง

“การศึกษาในศตวรรษที่ 21 ต้องเป็นการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง หรือเป็นการเรียนรู้ร่วมกับผู้คนที่มีความแตกต่างหลากหลาย โครงการดังกล่าวจึงตอบโจทย์การเรียนรู้ยุคใหม่ได้อย่างดียิ่ง ซึ่งจะเป็นต้นแบบระบบการเรียนรู้ข้ามมหาวิทยาลัยของไทย”

สร้างเครือข่ายระดับประเทศ

ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ห้องเรียนที่ดีที่สุดไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในมหาวิทยาลัย  แต่รวมถึงชุมชน ธรรมชาติ และพื้นที่จริงรอบตัว ผู้เรียนจะได้เรียนรู้จากโจทย์จริงของสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ความหลากหลายทางวัฒนธรรม ตลอดจนประเด็นสิ่งแวดล้อมที่ท้าทายและความยั่งยืนที่กำลังเกิดขึ้นในโลกปัจจุบัน เพื่อสร้างความเข้าใจที่ลึกซึ้งต่อสังคม ประเทศ และโลกที่อาศัยอยู่ร่วมกัน 

“ความร่วมมือดังกล่าวเป็นการร่วมกันวางรากฐานระบบการศึกษารูปแบบใหม่ของประเทศไทยที่เปิดกว้าง ยืดหยุ่น และตอบโจทย์ผู้เรียนมากขึ้น รวมถึงขยายโอกาสการเข้าถึงองค์ความรู้ที่ดีที่สุดจากหลากหลายสถาบัน และเป็นต้นแบบของการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ระดับประเทศในอนาคต”