
หอการค้าฯ ถกกระทรวงอุตฯ ชงปลดล็อก SMEs ดันหุ่นยนต์-AI ยกระดับแข่งขันไทย
หอการค้าไทยเข้าพบ รมว.อุตสาหกรรม เสนอ 7 แนวทางเร่งฟื้นและยกระดับอุตสาหกรรมไทย ตั้งแต่ปลดล็อกกฎระเบียบ หนุนนวัตกรรม-หุ่นยนต์ พลังงานสะอาด ปกป้องตลาดจากสินค้าด้อยมาตรฐาน
KEY
POINTS
- หอการค้าไทยเข้าพบกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อเสนอ 7 แนวทางฟื้นฟูและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย
- เสนอให้ปลดล็อกข้อจำกัดของผู้ประกอบการ SMEs โดยเฉพาะการแก้ปัญหาคำนิยามและฐานข้อมูลที่ไม่เป็นระบบ เพื่อให้การช่วยเหลือตรงจุดและมีประสิทธิภาพ
- ผลักดันการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยเสนอให้จัดตั้งกองทุนสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา พร้อมขับเคลื่อนโครงการ Thailand Humanoid Initiative 2030 เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และ AI
- เสนอให้เพิ่มผลิตภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันผ่านการพัฒนาทักษะดิจิทัลและเทคโนโลยีของแรงงานไทย และทบทวนกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อภาคธุรกิจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นำคณะกรรมการเข้าพบ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหารกระทรวง เพื่อหารือแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมไทย พร้อมนำผลการหารือร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับข้อเสนอเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย การยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาค 5 ภาค มานำเสนอ
ชง 7 ข้อฟื้นอุตสาหกรรมไทย
ทั้งนี้ ภาคเอกชนได้เสนอแนวทางสำคัญ 7 ด้าน ได้แก่ การปลดล็อกกฎระเบียบและยกระดับ Ease of Doing Business การส่งเสริมเทคโนโลยีนวัตกรรมและอุตสาหกรรมอัจฉริยะ การผลักดันพลังงานสะอาดและอุตสาหกรรมสีเขียว การปกป้องอุตสาหกรรมไทยจากสินค้าทุ่มตลาดและสินค้าด้อยมาตรฐาน การพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าไทย การดึงดูดการลงทุนและเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน และการดูแลผลกระทบเฉพาะอุตสาหกรรมและพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ
ด้านนายวราวุธกล่าวต้อนรับคณะหอการค้าไทย พร้อมฉายภาพนโยบายหลักของกระทรวงอุตสาหกรรมในการรับมือความท้าทายจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี (Digital Disruption) เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน ซึ่งถือเป็นทางรอดสำคัญของภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะข้างหน้า
ปลดล็อก SMEs-เพิ่มขีดแข่งขันธุรกิจ
ในการหารือ ภาคเอกชนได้สะท้อนปัญหาสำคัญของผู้ประกอบการ SMEs โดยเฉพาะการขาดคำนิยาม SMEs ที่ชัดเจนในการกำหนดมาตรการสนับสนุน รวมถึงปัญหาฐานข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่ในหลายหน่วยงาน ทำให้ข้อมูลซ้ำซ้อน ไม่เป็นปัจจุบัน และไม่สะท้อนสถานการณ์ธุรกิจที่แท้จริง ส่งผลให้การออกนโยบายและมาตรการช่วยเหลือ รวมถึงการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ขาดประสิทธิภาพและไม่สามารถตอบโจทย์ผู้ประกอบการได้อย่างตรงจุด
นอกจากนี้ ยังเสนอให้กระทรวงอุตสาหกรรมเพิ่มบทบาทในการส่งเสริมกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ แต่ยังไม่ได้รับสิทธิประโยชน์การลงทุนตามประเภทอุตสาหกรรมที่กำหนดไว้ เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจและเสริมศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย
ดันชีวมวล-AI รับอุตสาหกรรมอนาคต
อีกหนึ่งข้อเสนอสำคัญ คือ การส่งเสริมการใช้ใบอ้อยและกากอ้อยที่มีปริมาณมากกว่า 10 ล้านตัน เป็นวัตถุดิบผลิตไฟฟ้าชีวมวล ซึ่งนอกจากจะช่วยลดปัญหาการเผาในภาคเกษตรและลดมลพิษทางอากาศแล้ว ยังสามารถสร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกรได้ ขณะเดียวกันยังเสนอให้ภาครัฐกำหนดบทบาทหน่วยงานในพื้นที่ให้ชัดเจนและเข้มงวดในการกำกับดูแลโรงงานที่เกี่ยวข้องกับของเสียและวัตถุอันตราย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม
ภาคเอกชนยังเสนอแนวทางเพิ่มผลิตภาพและขีดความสามารถการแข่งขัน ผ่านการพัฒนาทักษะดิจิทัลและเทคโนโลยีของแรงงานไทย รวมถึงขอให้กระทรวงอุตสาหกรรมประสานกระทรวงการคลังพิจารณาสนับสนุนค่าใช้จ่ายนักศึกษาระบบทวิภาคีและ CWIE ในรูปแบบ Co-payment เพื่อลดภาระผู้ประกอบการและเร่งสร้างกำลังคนคุณภาพสูง พร้อมทบทวนร่าง พ.ร.บ.โรงงานฯ ในประเด็นที่อาจเพิ่มภาระต่อภาคธุรกิจ
ส่วนการยกระดับอุตสาหกรรมในระยะยาว ได้เสนอให้จัดตั้งกองทุนสนับสนุนการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม ตลอดจนผลักดันโครงการ Thailand Humanoid Initiative 2030 เพื่อเพิ่มโอกาสให้อุตสาหกรรมไทยก้าวเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานด้านหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในอนาคต
ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนยังเรียกร้องให้เร่งยกระดับมาตรฐานเม็ดพลาสติก เพื่อรักษาความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทย และเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลสินค้านำเข้า เพื่อป้องกันผลกระทบจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม
การหารือครั้งนี้สะท้อนความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจไทยในระยะยาว







