thansettakij
thansettakij
‘บอนกาแฟ’ รุกตลาดดันยอดโตปี 69 พร้อมชูจุดแข็ง Sustainable Coffee รับเทรนด์โลก

‘บอนกาแฟ’ รุกตลาดดันยอดโตปี 69 พร้อมชูจุดแข็ง Sustainable Coffee รับเทรนด์โลก

10 พ.ค. 69 | 06:52 น.
อัปเดตล่าสุด :10 พ.ค. 69 | 07:08 น.

บอนกาแฟ (ประเทศไทย) โชว์ศักยภาพในงาน World of Coffee ปักธง "One Stop Coffee and Beverage Solution" ชูจุดแข็ง Sustainable Coffee ตั้งเป้าปี 2569 ยอดขายกาแฟโต 8-10% แม้เผชิญความท้าทายจากภาวะสงคราม

KEY

POINTS

  • บอนกาแฟชูจุดแข็งด้าน "Sustainable Coffee" หรือกาแฟยั่งยืน โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล เพื่อตอบสนองเทรนด์โลกและสร้างความแตกต่างในตลาด
  • ตั้งเป้าการเติบโต 8-10% ในปี 2569 โดยใช้กลยุทธ์รุกตลาดทั้งกลุ่มลูกค้าองค์กร (B2B) และผู้บริโภคทั่วไป (B2C) ผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์
  • วางตำแหน่งเป็น "One Stop Coffee and Beverage Solution" ที่มีสินค้าครบวงจร ตั้งแต่เมล็ดกาแฟ เครื่องชง ไปจนถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆ พร้อมใช้เครือข่ายที่แข็งแกร่งในไทยและเอเชียเพื่อขยายตลาด

นางสาวอุษาพรรณ อินทีวรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร บริษัท บอนกาแฟ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บอนกาแฟ ประเทศไทย ได้เข้าร่วมงาน World of Coffee ซึ่งเป็นอีเวนต์ระดับโลกที่จัดขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ระหว่างวันที่ 7 – 9 พฤษภาคม 2569 โดยนำเสนอคอนเซปต์ความเป็นเครือข่ายระดับนานาชาติ ด้วยการวางตำแหน่งตัวเองเป็น "One Stop Coffee and Beverage Solution" ที่มีสินค้าครบวงจรตั้งแต่วัตถุดิบกาแฟ เครื่องชงกาแฟ และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ภายใต้คอนเซปต์หลักคือ Sustainable Coffee นำเสนอกาแฟที่ได้รับการรับรองแล้ว 3 ตัวหลัก ได้แก่ ได้แก่ 

1. Segafredo Rainforest Alliance

2. Boncafe Rainforest Reserve

3. Boncafe Organic

‘บอนกาแฟ’ รุกตลาดดันยอดโตปี 69 พร้อมชูจุดแข็ง Sustainable Coffee รับเทรนด์โลก

โดยเน้นย้ำเรื่องความยั่งยืนที่มีมานานกว่า 10 ปี ในการขับเคลื่อน ซึ่งถือเป็นจุดต่างสำคัญในตลาด และการทำตลาดแบบ B2B จะเน้นไปที่กกลุ่ม Rainforest Alliance สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่มีนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ได้แก่ โรงแรม ร้านกาแฟ และกลุ่มธุรกิจ Chain ต่างๆ รุกหนักในกลุ่ม Office และ โรงงานอุตสาหกรรม ส่วน B2C จะเน้นกลุ่มคนไทยที่คุ้นเคยกับกลุ่มกาแฟออร์แกนิค ตั้งเป้าเป็น 1 ใน 3 ของ Top of Mind ในฝั่งออนไลน์ โดยปรับปรุงเว็บไซต์ใหม่เพื่อดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ (New Gen)

“Boncafe Thailand ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม โดยข้อมูลการดำเนินงานของเครือ Massimo Zanetti Beverage Group ในปี 2025 สะท้อนให้เห็นว่าเราเป็นผู้ใช้สารกาแฟดิบ (Certificated Green Bean) รายใหญ่จากปริมาณการบริโภคโดยรวมกว่า 125,000 ตันต่อปี แบ่งเป็น Rainforest Alliance Certified 25% หรือ 31,250 ตันต่อปี, Organic Certified 1.5% หรือ 1,875 ตันต่อปี และ Fairtrade Certified 3.5% หรือ 4,375 ตันต่อปี และเรานำเสนอทางเลือกที่ช่วยสนับสนุนเกษตรกร ให้ค่าแรงที่เป็นธรรม และรักษาสภาพแวดล้อมอย่างยั่งยืน คัดสรรจากแหล่งปลูกที่ใส่ใจธรรมชาติ“

‘บอนกาแฟ’ รุกตลาดดันยอดโตปี 69 พร้อมชูจุดแข็ง Sustainable Coffee รับเทรนด์โลก

นางสาวอุษาพรรณ กล่าวว่า แม้กาแฟในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีรสชาติใกล้เคียงกัน แต่บอนกาแฟสร้างความต่างด้วยสัดส่วนการผสม (Blending) และการคั่ว เช่น การคั่วอ่อนเพื่อให้ได้รสชาติตามทิศทางที่ต้องการและเป็นเอกลัษณ์ ทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของผลไม้ เช่น มะม่วง เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค นอกจากนี้ โอกาสการเติบโตในตลาดกาแฟยังมีสูงมาก สถิติระบุว่าคนไทยยังดื่มกาแฟต่อแก้วต่อวันน้อยกว่าค่าเฉลี่ยโลก ยังมีโอกาสโตได้อีกมาก ทั้งยังมีเทรนด์ที่ผู้บริโภคหันมาดื่ม "กาแฟสด" แทนกาแฟสำเร็จรูปมากขึ้นด้วย

สำหรับกลยุทธ์การตลาดจะเน้นทั้ง Offline (งาน Trade Show, Roadshow ทั่วประเทศ, Open House) และ Online ทุกแพลตฟอร์ม พร้อมชํจุดแข็งด้านเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศไทย ตลอดจนมีเครือข่ายในเอเชียกว่า 10 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์, ไทย, มาเลเซีย, กัมพูชา, จีน, ฮ่องกง, อินโดนีเซีย, เวียดนาม, มัลดีฟส์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

“ในปี 2569 เราตั้งเป้าการเติบโตในส่วนกาแฟประมาณ 8-10% แต่เราไม่ได้ขายแค่กาแฟ ยังเป็นผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์กลุ่มชา เช่น มัตฉะ ซึ่งกำลังเป็นเทรนด์ด้วย แม้ในส่วนเครื่องชงกาแฟอาจทรงตัวตามเศรษฐกิจ แต่คาดว่า เครื่องบดกาแฟ จะเติบโตได้ดี ซึ่งอาจจะต้องเผชิญปัจจัยท้าทายจากภาวะสงครามตะวันออกกลาง ที่จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานและห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ทั้งหมด”

‘บอนกาแฟ’ รุกตลาดดันยอดโตปี 69 พร้อมชูจุดแข็ง Sustainable Coffee รับเทรนด์โลก

ด้าน นายวีระยุทธ ธรรมวงศ์ชัย ผู้อำนวยการฝ่าย Supply Chain Management บริษัท บอนกาแฟ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ยอดขายกาแฟทั่วโลกของบริษัทฯและบริษัทฯในเครือ ตั้งแต่ระดับโลกจนไปถึงระดับท้องถิ่นรวมกันมากกว่า 1.25 แสนตันต่อปี ซึ่งถือเป็นเครือธุรกิจขนาดใหญ่ เฉพาะกาแฟกลุ่ม Rainforest บริษัทขายได้ถึง 3.1 หมื่นตัน ทั่วโลก เมื่อเทียบกับภาพรวมตลาดในประเทศไทยที่ใช้รวมทุกประเภท ทั้งแบบเมล็ด กาแฟผง และกาแฟซอง จะเห็นว่ามีปริมาณเกือบเป็นครึ่งหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้ดำเนินการขายกาแฟในตลาดต่างประเทศมานานกว่า 10 ปี โดยเฉพาะในแถบยุโรปและออสเตรเลีย เช่น ฟินแลนด์ และออสเตรเลีย ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานกาแฟมานานแล้ว ดังนั้น ความเชื่อมโยงกับแบรนด์ระดับโลก จะเป็นส่งนสำคัญช่วยผลิตภัณฑ์ในเครือของบริษัทและผลักดันยอดขายให้เติบโตขึ้นไปอีกในปี 2569 นี้