thansettakij
สมรภูมิกาแฟเดือด บิ๊กเนมมาเลเซีย บุกไทยปักธง 50 สาขา ชิงตลาดคอฟฟี่สเปเชียลตี้

สมรภูมิกาแฟเดือด บิ๊กเนมมาเลเซีย บุกไทยปักธง 50 สาขา ชิงตลาดคอฟฟี่สเปเชียลตี้

01 ก.พ. 2569 | 22:37 น.

สมรภูมิกาแฟเดือด ZUS COFFEE บิ๊กแบรนด์มาเลเซีย ลุยเปิด 50 สาขาทั่วไทย มั่นใจโมเดล New Retail-เทคโนโลยี Data ผ่านแอปฯ หวังมัดใจคอกาแฟสเปเชียลตี้

KEY

POINTS

  • ZUS COFFEE แบรนด์กาแฟจากมาเลเซีย ประกาศบุกตลาดไทย ตั้งเป้าขยายสาขาให้ครบ 50 แห่งภายในปี 2569
  • ชูโมเดลธุรกิจแบบ “New Retail” ที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ ZUS App เป็นแกนหลักในการเก็บข้อมูลเพื่อพัฒนาสินค้าและควบคุมคุณภาพ
  • วางตำแหน่งแบรนด์เป็นกาแฟเกรดสเปเชียลตี้ในราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมผสานประสบการณ์ดิจิทัลผ่านการสั่งซื้อออนไลน์เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่

ตลาดกาแฟไทยยังคงเป็นสมรภูมิที่ผู้เล่นรายใหม่เดินหน้ารุกอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ZUS COFFEE แบรนด์กาแฟจากมาเลเซีย ประกาศแผนขยายสาขาในประเทศไทยอย่างจริงจัง ตั้งเป้าเปิดให้ครบ 50 สาขาภายในปี 2569 จากปัจจุบันที่เปิดดำเนินการแล้ว 15 สาขา สะท้อนความเชื่อมั่นในศักยภาพตลาดกาแฟไทยซึ่งถือเป็นหนึ่งในตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูงของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นายเวนอน เทียน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการกลุ่ม ZUS COFFEE เปิดเผยว่า การขยายธุรกิจในประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การเติบโตในภูมิภาค โดยมองว่าตลาดไทยมีความหลากหลายทั้งด้านวัฒนธรรม รสนิยม และพฤติกรรมผู้บริโภค แม้จะเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูง แต่ก็เปิดโอกาสให้แบรนด์สามารถสร้างความแตกต่างและความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาว

“ประเทศไทยเป็นตลาดที่มีความหมายสำหรับ ZUS COFFEE เราเป็นแบรนด์จากประเทศที่มีขนาดตลาดไม่ใหญ่มาก แต่พร้อมเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกับทีมงานในประเทศไทย รวมถึงเปิดรับเสน่ห์และเอกลักษณ์ด้านรสชาติของผู้บริโภคในภูมิภาคนี้” 

ZUS COFFEE ก่อตั้งขึ้นในประเทศมาเลเซียเมื่อปี 2562 และสามารถขยายการดำเนินงานได้อย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันมีสาขาครอบคลุมหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และบรูไน พร้อมแผนขยายเข้าสู่ตลาดอินโดนีเซียในระยะใกล้ โดยในปี 2568 แบรนด์สามารถขยายสาขาครบ 1,000 แห่งทั่วภูมิภาค และมีการจ้างงานรวมกว่า 8,000 อัตรา

หัวใจสำคัญของการเติบโต คือโมเดลธุรกิจแบบ “New Retail” ภายใต้แนวคิด App-first ที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นแกนหลักในการดำเนินงาน โดย ZUS App ถูกพัฒนาเพื่อเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภค ทั้งพฤติกรรมการสั่งซื้อ ความถี่ และความชื่นชอบด้านรสชาติ ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำมาใช้ในการพัฒนาสินค้า ควบคู่กับการควบคุมมาตรฐานคุณภาพและประสิทธิภาพการดำเนินงานในทุกสาขา

นายเวนอน เทียน

แนวทางดังกล่าวช่วยให้ ZUS COFFEE สามารถขยายธุรกิจในหลายประเทศได้อย่างเป็นระบบ พร้อมปรับตัวให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความสามารถในการแข่งขันระยะยาวในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว

สำหรับกลยุทธ์ในประเทศไทย ZUS COFFEE วางตำแหน่งแบรนด์ในตลาดกาแฟเกรดสเปเชียลตี้ โดยเน้นคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมผสานประสบการณ์ดิจิทัลผ่านการสั่งซื้อออนไลน์ เพื่อตอบโจทย์ความสะดวกสบายของผู้บริโภคยุคใหม่ รวมถึงการพัฒนาเมนูใหม่ที่สอดรับกับรสนิยมและไลฟ์สไตล์ของคนไทย

สมรภูมิกาแฟเดือด บิ๊กเนมมาเลเซีย บุกไทยปักธง 50 สาขา ชิงตลาดคอฟฟี่สเปเชียลตี้

การเดินหน้ารุกตลาดไทยของ ZUS COFFEE จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนสาขา แต่เป็นการทดสอบศักยภาพของโมเดลธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เทคโนโลยี และความเข้าใจผู้บริโภค ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงของตลาดกาแฟไทยในปัจจุบัน