
ทายาทห้างสหไทย เดินเกมใหม่ เปิด “Sunny Market” ปั้นเศรษฐกิจกลางคืนสุราษฎร์ฯ
“สศิษฏ์ ปัญจคุณาธร” ทายาทรุ่น 2 “สหไทย” เดินหน้าพัฒนาแลนด์มาร์คใหม่ “Sunny Market” รวมร้านอาหารท้องถิ่นกว่า 250 ร้าน บนพื้นที่ 20 ไร่ ใช้งบลงทุนรวม 900 ล้านบาท หวังดึงทราฟฟิกนักท่องเที่ยวเข้าสู่ตัวเมือง
KEY
POINTS
- ทายาทห้างค้าปลีกท้องถิ่น “สหไทย” เปิดตัวโครงการ “Sunny Market” ตลาดกลางคืนขนาดใหญ่ เพื่อสร้างแลนด์มาร์กและกระตุ้นเศรษฐกิจในตัวเมืองสุราษฎร์ธานี
- มีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ใช้สุราษฎร์ธานีเป็นแค่เมืองผ่าน โดยสร้างจุดหมายปลายทางใหม่เพื่อดึงดูดให้คนแวะพักและใช้จ่ายมากขึ้น
- โครงการรวบรวมร้านค้าจากผู้ประกอบการท้องถิ่นกว่า 250 ร้าน และคาดว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจของจังหวัดได้ไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาทต่อปี
นายสศิษฏ์ ปัญจคุณาธร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท สุราษฎร์ธานี ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ทายาทรุ่นที่ 2 ของผู้บุกเบิกธุรกิจค้าปลีกท้องถิ่นภาคใต้ “ห้างสหไทย” กำลังเดินเกมใหม่เพื่อปลุกเศรษฐกิจกลางเมืองสุราษฎร์ธานีอีกครั้ง หลังจากใช้เวลาหลายปีในการยกระดับห้างค้าปลีกท้องถิ่นให้กลับมามีบทบาทในเมือง การขยับครั้งล่าสุดคือการพัฒนาพื้นที่ข้างห้างสู่โครงการ “Sunny Market” ตลาดกลางคืนขนาดใหญ่ที่ตั้งเป้าเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของจังหวัด
สศิษฏ์ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า แนวคิดในการพัฒนา Sunny Market เกิดจากการมองเห็น “ช่องว่างทางเศรษฐกิจ” ของตัวเมืองสุราษฎร์ธานี แม้จังหวัดจะเป็นหนึ่งในประตูท่องเที่ยวสำคัญของภาคใต้ มีเที่ยวบินจำนวนมากติดอันดับต้น ๆ ของประเทศ แต่เม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่กลับไหลผ่านเมืองไปยังเกาะสมุยหรือเขื่อนรัชชประภา โดยแทบไม่หยุดใช้จ่ายในตัวเมือง
“สุราษฎร์ฯ เป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวผ่านจำนวนมาก แต่ในเมืองยังไม่มี destination ที่ดึงคนให้แวะใช้เวลาและใช้จ่ายจริง ๆ เราเลยมองว่าถ้าสามารถสร้างแลนด์มาร์กใหม่ได้ ก็จะช่วยให้เศรษฐกิจในเมืองหมุนเวียนมากขึ้น”
ก่อนหน้านี้ “ห้างสหไทย” ซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัวได้ผ่านช่วงการปรับตัวครั้งสำคัญ จากห้างท้องถิ่นดั้งเดิมสู่การพัฒนาเป็นศูนย์การค้าที่ทันสมัยมากขึ้น เพื่อรักษาฐานลูกค้าและแข่งขันกับผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดค้าปลีก แต่เมื่อธุรกิจค้าปลีกเริ่มกลับมามีเสถียรภาพ คำถามใหม่ที่เกิดขึ้นคือ “จะทำอย่างไรให้พื้นที่รอบห้างมีชีวิตมากขึ้น และกลายเป็นศูนย์กลางกิจกรรมของเมือง”
คำตอบของเขาคือการพัฒนา Night Market ขนาดใหญ่ ที่ผสมผสานวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่นกับการสร้างพื้นที่เศรษฐกิจสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย Sunny Market จึงถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าตลาดนัดทั่วไป แต่เป็น “Economic Hub” ใหม่ของเมือง ที่รวมร้านอาหารท้องถิ่น ร้านค้าคนรุ่นใหม่ และกิจกรรมไลฟ์สไตล์ไว้ในพื้นที่เดียว เพื่อสร้างแรงดึงดูดให้ทั้งคนในจังหวัดและนักท่องเที่ยว
โครงการ Sunny Market เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2569 บนพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ตลาด 8 ไร่ และพื้นที่จอดรถ 12 ไร่ รองรับผู้มาใช้บริการจำนวนมากในแต่ละวัน ภายในตลาดมีร้านค้าประมาณ 250 ล็อก ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากผู้สมัครกว่า 2,000 ราย
“สศิษฏ์” เล่าว่า แนวคิดของตลาดแห่งนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากตลาดนัดกลางคืนที่ประสบความสำเร็จในหลายเมือง รวมถึงย่านเศรษฐกิจใหม่ในต่างประเทศ เช่น ย่านฮงแดและซองซูในเกาหลีใต้ ที่เกิดจากการรวมตัวของผู้ประกอบการรุ่นใหม่และสร้างเอกลักษณ์เฉพาะพื้นที่
“ผมอยากให้ที่นี่เป็นเหมือนย่านใหม่ของเมือง เป็นพื้นที่ที่คนอยากมาเดิน มาหาของกิน มาพบปะกัน และทำให้เศรษฐกิจในเมืองมีชีวิตมากขึ้น”
หนึ่งในจุดแข็งของ Sunny Market คือการคัดเลือกผู้ค้าอย่างเป็นระบบ โดยใช้แนวคิดคล้ายการจัดพอร์ตสินค้าในศูนย์การค้า เพื่อให้เกิดความหลากหลายของร้านค้า ทั้งอาหารท้องถิ่น สตรีทฟู้ด ร้านอาหารพรีเมียม รวมถึงแบรนด์ของผู้ประกอบการรุ่นใหม่
“หัวใจของตลาดคือร้านค้า ถ้าเรามีร้านที่ดี คนก็จะอยากมา เราเลยให้ความสำคัญกับการคัดเลือกมาก ตั้งแต่รสชาติ คุณภาพ ปริมาณ ไปจนถึงการสร้างแบรนด์ของร้านค้า”
ผลตอบรับในช่วงเปิดตลาดเพียง 2 สัปดาห์แรก ถือว่าเกินความคาดหมาย โดยมีผู้มาใช้บริการจำนวนมากทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวจากจังหวัดใกล้เคียง เช่น นครศรีธรรมราช ชุมพร ระนอง และเพชรบุรี รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เริ่มเข้ามาเดินตลาดมากขึ้น นอกจากการสร้างสีสันให้กับเมืองแล้ว Sunny Market ยังถูกมองว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น เนื่องจากผู้ค้าส่วนใหญ่เป็นคนในจังหวัดเกือบทั้งหมด ทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนอยู่ภายในพื้นที่
สศิษฏ์ประเมินว่า หากตลาดสามารถรักษาระดับทราฟฟิกและการใช้จ่ายได้ต่อเนื่อง จะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาทต่อปี
“ต่างจากงานแฟร์ที่ผู้ค้าจากข้างนอกเข้ามาขายแล้วเงินก็ไหลออก แต่ที่นี่เกือบทั้งหมดเป็นคนสุราษฎร์ฯ เงินที่เกิดขึ้นจึงหมุนอยู่ในจังหวัด”
ในแง่การลงทุน โครงการ Sunny Market ใช้มูลค่าที่ดินประมาณ 800 ล้านบาท และเมื่อรวมการพัฒนาพื้นที่และการลงทุนของผู้ประกอบการร้านค้า มูลค่าการลงทุนรวมคาดว่าอยู่ที่ประมาณ 900 ล้านบาท สำหรับการบริหารจัดการ สศิษฏ์ยอมรับว่า ตลาดกลางคืนมีความท้าทายมากกว่าการบริหารศูนย์การค้า เนื่องจากผู้ค้าส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการรายย่อย มีรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่แตกต่างจากร้านค้าแบรนด์ในห้าง
“ตลาดมีความซับซ้อนกว่า เพราะผู้ค้าหลายร้อยรายเป็นเจ้าของกิจการเอง การสร้างระบบและกติกาให้ทุกคนทำงานร่วมกันได้จึงต้องใช้เวลา”
ในระยะต่อไป Sunny Market ยังมีแผนเพิ่มกิจกรรมเพื่อสร้างความคึกคักอย่างต่อเนื่อง โดยมีการร่วมมือกับหน่วยงานในจังหวัด สมาคมกีฬา และกลุ่มวัฒนธรรม เพื่อจัดอีเวนต์ตลอดทั้งปี ภายในปีแรกคาดว่าจะมีการจัดกิจกรรมไม่ต่ำกว่า 30-40 งาน รวมถึงคอนเสิร์ตและกิจกรรมเทศกาลต่าง ๆ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่เตรียมจัดคอนเสิร์ต EDM ขนาดใหญ่ของภาคใต้
เป้าหมายระยะสั้นของ Sunny Market คือการสร้างความยั่งยืนให้ตลาดสามารถดำเนินกิจการได้ด้วยตัวเอง และรักษามาตรฐานร้านค้าให้มีคุณภาพอย่างต่อเนื่องส่วนเป้าหมายระยะยาว สศิษฏ์มองว่าตลาดแห่งนี้สามารถพัฒนาไปสู่ระดับสากลได้ หากสามารถสร้างเอกลักษณ์ท้องถิ่นให้ชัดเจน
“ผมอยากให้ที่นี่กลายเป็นเหมือนจตุจักรของสุราษฎร์ฯ เป็นตลาดที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต้องมาเยือน และใช้เสน่ห์ของ Local พาคนท้องถิ่นไปสู่เวทีระดับสากล”
Sunny Market จึงไม่ใช่เพียงโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ แต่เป็นการทดลองสร้าง “ย่านเศรษฐกิจใหม่” ให้กับเมืองสุราษฎร์ธานี และเป็นอีกก้าวของธุรกิจค้าปลีกท้องถิ่นที่พยายามปรับตัวท่ามกลางการแข่งขันของผู้เล่นรายใหญ่ในตลาด
“Local Retail อาจไม่ได้มีทรัพยากรเท่าบริษัทใหญ่ แต่สิ่งที่เรามีคือความเข้าใจพื้นที่ ความสัมพันธ์กับผู้คน และความเป็นท้องถิ่น ซึ่งถ้าใช้ให้ถูกทางก็สามารถสร้าง ecosystem ที่แข็งแรงได้” สศิษฏ์กล่าวทิ้งท้าย







