thansettakij
thansettakij
เด็กเกิดใหม่ต่ำกว่า 5 แสนคน แต่ตลาดสินค้าเด็กยังไม่หด พ่อแม่ทุ่มซื้อของพรีเมียม

เด็กเกิดใหม่ต่ำกว่า 5 แสนคน แต่ตลาดสินค้าเด็กยังไม่หด พ่อแม่ทุ่มซื้อของพรีเมียม

08 เม.ย. 69 | 15:39 น.
อัปเดตล่าสุด :09 เม.ย. 69 | 03:53 น.

โคโดโมปรับเกมรับยุคเด็กเกิดน้อย รุกสินค้าออร์แกนิก-พรีเมียม เจาะพ่อแม่รุ่นใหม่ ชี้ค่าใช้จ่ายสินค้าเด็กต่อครอบครัวกลับพุ่งแตะ 5,000-10,000 บาทต่อเดือน ดันตลาดสินค้าเด็กมูลค่า 6,000 ล้านบาทยังเติบโต

KEY

POINTS

  • แม้จำนวนเด็กเกิดใหม่จะลดลงต่ำกว่า 5 แสนคน แต่ตลาดสินค้าเด็กยังไม่หดตัว เนื่องจากพ่อแม่ยุคใหม่มีลูกน้อยลงแต่ใช้จ่ายต่อคนสูงขึ้น
  • พ่อแม่มีแนวโน้มเลือกซื้อสินค้ากลุ่มพรีเมียมและออร์แกนิกมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยเพื่อสุขภาพของลูก
  • แนวโน้มดังกล่าวส่งผลให้ตลาดสินค้าเด็กเปลี่ยนจากตลาดแมส (เน้นปริมาณ) ไปสู่ตลาดพรีเมียม (เน้นคุณภาพ) ทำให้สินค้ากลุ่มออร์แกนิกเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ประเทศไทยกำลังเผชิญภาพย้อนแย้งในตลาดสินค้าเด็ก เมื่อจำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลงต่อเนื่อง แต่เม็ดเงินที่พ่อแม่ใช้จ่ายเพื่อลูกหนึ่งคนกลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูลสะท้อนว่า ไทยมีเด็กเกิดใหม่ในปี 2568 เพียง 416,000 คน ต่ำกว่า 500,000 คนต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 75 ปี  

อย่างไรก็ตาม แม้ฐานประชากรเด็กจะหดตัว แต่ตลาดสินค้าเด็กในไทยยังมีมูลค่าราว 6,000 ล้านบาท และยังไม่ลดลงตามจำนวนเด็ก เนื่องจากพ่อแม่ยุคใหม่เลือกมีลูกน้อยลง เหลือเพียง 1-2 คนต่อครอบครัว แต่ยอมทุ่มงบประมาณมากขึ้นเพื่อให้ลูกได้รับสินค้าที่มีคุณภาพและปลอดภัย

ปัจจุบันครอบครัวไทยมีค่าใช้จ่ายสำหรับสินค้าเด็กเฉลี่ยราว 5,000-10,000 บาทต่อเดือน ครอบคลุมตั้งแต่ผลิตภัณฑ์อาบน้ำ แชมพู แป้งเด็ก ซักผ้า ขวดนม ผ้าอ้อม ไปจนถึงอาหารและสินค้าออร์แกนิก โดยเฉพาะในกลุ่มครอบครัวเมืองและพ่อแม่วัยทำงานที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ ความปลอดภัย และความสะดวกสบาย

เทรนด์ดังกล่าวทำให้ตลาดสินค้าเด็กกำลังเปลี่ยนผ่านจาก “ตลาดแมส” ที่เน้นปริมาณ ไปสู่ “ตลาดพรีเมียม” ที่แข่งขันกันด้วยคุณภาพ นวัตกรรม และความน่าเชื่อถือของแบรนด์มากขึ้น

 

นางสาวอัยญดา ลิมป์ฤทธิเดช

 

พ่อแม่ไทย โดยเฉพาะกลุ่มมิลเลนเนียลและ Gen Z มีแนวโน้มเลือกซื้อสินค้าพรีเมียม ออร์แกนิก และปลอดสารมากขึ้น แม้จะมีราคาสูงกว่าสินค้าทั่วไป เพราะมองว่าเป็นการลงทุนระยะยาวด้านสุขภาพของลูก ส่งผลให้กลุ่ม Premium Organic กลายเป็นเซ็กเมนต์ที่เติบโตเร็วที่สุดในตลาดสินค้าเด็กไทย  

แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนชัดในตลาดสินค้าดูแลเด็ก ซึ่งแม้ภาพรวมจะทรงตัว แต่สินค้ากลุ่มออร์แกนิกและธรรมชาติยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับผิวและสุขอนามัย เช่น สบู่ แชมพู แป้งเด็ก ผลิตภัณฑ์ซักผ้า และออรัลแคร์

ล่าสุด Lion Corporation Thailand เจ้าของแบรนด์ KODOMO ประกาศกลยุทธ์ “New Move” เพื่อปรับภาพลักษณ์แบรนด์จากเดิมที่สื่อสารกับ “เด็ก” ไปสู่การเป็นแบรนด์ที่ “เข้าใจพ่อแม่” มากขึ้น โดยมองว่าอินไซต์ของครอบครัวยุคใหม่เปลี่ยนไป พ่อแม่ต้องบริหารทั้งงาน ชีวิต และการเลี้ยงลูกไปพร้อมกัน

นางสาวอัยญดา ลิมป์ฤทธิเดช ผู้จัดการส่วนผลิตภัณฑ์ดูแลเด็กและอายุวัฒน์ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แม้จำนวนเด็กในตลาดจะลดลง แต่พ่อแม่กลับใช้จ่ายต่อเด็กหนึ่งคนมากขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มที่มองหาสินค้าพรีเมียมและออร์แกนิก

ภายใต้กลยุทธ์ดังกล่าว โคโดโมจึงเปิดตัว KODOMO Oganiku Premium Organic Series เพื่อเจาะตลาดพรีเมียมโดยเฉพาะ ครอบคลุม 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์อาบน้ำ สระผม แปรงฟัน ซักผ้า และแป้งเด็ก โดยใช้ส่วนผสมออร์แกนิกและสารทำความสะอาดจากธรรมชาติ พร้อมผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัยสำหรับผิวเด็ก

พร้อมกันนี้ แบรนด์ยังเปิดตัวครอบครัวพรีเซนเตอร์ใหม่ ได้แก่ Pup Potchana, Baitoey Suwaporn และ “น้องฌาน” เพื่อสะท้อนภาพครอบครัวยุคใหม่ที่ต้องทำงานและเลี้ยงลูกไปพร้อมกัน โคโดโมตั้งเป้าผลักดันส่วนแบ่งตลาดรวมใน 5 กลุ่มสินค้าแตะ 30% ผ่านการสื่อสารการตลาดแบบ 360 องศา โดยเน้นช่องทางออนไลน์และการสร้าง Brand Love กับพ่อแม่รุ่นใหม่