
เปิดสถิติ 5 ปี เด็กไทยจมน้ำดับเกือบ 1,000 ราย กางชื่อ 14 จังหวัดเสี่ยงสูง
กรมควบคุมโรค เตือน เฝ้าระวังเด็กจมน้ำช่วงปิดเทอมฤดูร้อน เผยสถิติ พบเด็กเสียชีวิตกว่า 900 ราย บาดเจ็บกว่า 7,000 ราย ใน 5 ปี พร้อมชี้จังหวัดเสี่ยงสูง
KEY
POINTS
- สถิติ 5 ปีล่าสุด (มี.ค. - พ.ค.) พบเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จมน้ำเสียชีวิตเกือบ 1,000 ราย โดยเดือนเมษายนมีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงสุด
- มีการเปิดเผยรายชื่อ 14 จังหวัดที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งมีเด็กจมน้ำเสียชีวิตสะสมมากกว่า 20 ราย โดยนครราชสีมามีจำนวนสูงสุด
- สาเหตุหลักเกิดจากการลงเล่นน้ำในแหล่งน้ำตามธรรมชาติและแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร โดยกลุ่มอายุ 5-9 ปีเสียชีวิตมากที่สุด
1 เมษายน 2569 นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ช่วงเดือนมีนาคม - พฤษภาคม เป็นฤดูร้อนและตรงกับช่วงปิดเทอม เด็กมักชวนกันไปเล่นน้ำตามลำพังโดยขาดการดูแลจากผู้ปกครอง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของอุบัติเหตุจมน้ำ
ข้อมูลล่าสุดจากระบบรายงานผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากการตกน้ำ จมน้ำ (Drowning Report) ของกองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค ในเดือนมีนาคม 2569 (เบื้องต้น) เพียงเดือนเดียว พบว่า มีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำ 28 ราย ใน 22 เหตุการณ์ กลุ่มอายุ 5 - 9 ปี เสียชีวิตสูงสุด 13 ราย รองลงมาเป็นกลุ่มอายุ 10 - 14 ปี 11 ราย เพศชายเสียชีวิตมากกว่าเพศหญิงถึง 2 เท่า
แหล่งน้ำตามธรรมชาติและแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรเกิดเหตุมากที่สุดถึง 18 เหตุการณ์ เสียชีวิต 24 ราย สาเหตุหลักเกิดจากการเล่นน้ำมากที่สุด ร้อยละ 75.8 รองลงมาคือ พลัดตกลื่น ร้อยละ 18.2 โดยขณะเกิดเหตุพบว่าเด็กอยู่กับเพื่อนมากที่สุด ร้อยละ 57.6 และอยู่กับผู้ปกครองมากถึงร้อยละ 33.3 นอกจากนี้ยังพบเด็กจมน้ำในสระว่ายน้ำมาตรฐานสูงถึง 5 เหตุการณ์ เสียชีวิต 1 ราย
ข้อมูลจากกองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ในช่วงฤดูร้อน (เดือนมีนาคม – พฤษภาคม) ซึ่งตรงกับช่วงปิดเทอม พบว่า มีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จมน้ำเสียชีวิต ถึง 925 ราย บาดเจ็บกว่า 7,415 ราย เดือนเมษายนจมน้ำมากที่สุด และมีมากถึง 14 จังหวัดที่มีเด็กเสียชีวิตจากการจมน้ำสะสมมากกว่า 20 ราย
- นครราชสีมา 43 ราย
- ขอนแก่น 37 ราย
- บุรีรัมย์ 37 ราย
- สุรินทร์ 36 ราย
- ศรีสะเกษ 32 ราย
- อุดรธานี 29 ราย
- ร้อยเอ็ด 28 ราย
- สกลนคร 28 ราย
- อุบลราชธานี 27 ราย
- นครสวรรค์ 21 ราย
- ปัตตานี 21 ราย
- กรุงเทพมหานคร 20 ราย
- นครศรีธรรมราช 20 ราย
- นราธิวาส 20 ราย
นายแพทย์เอนก มุ่งอ้อมกลาง รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมควบคุมโรคขอแนะนำมาตรการป้องกันการจมน้ำ ดังนี้ สำหรับผู้ปกครอง ควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด ห้ามปล่อยเล่นน้ำตามลำพัง
ผู้ให้บริการสระว่ายน้ำมาตรฐาน
1. มีระบบความปลอดภัยครบถ้วน เช่น เจ้าหน้าที่ Lifeguard กล้องวงจรปิด ระบบตรวจสอบสระทุกครั้งก่อนปิด
2. จัดอุปกรณ์ช่วยชีวิตให้พร้อมใช้งาน
3. ติดตั้งป้ายเตือนและเครื่องหมาย เช่น ป้ายบอกระดับน้ำ กฎระเบียบการใช้สระ
4. มีรั้วรอบสระว่ายน้ำทั้ง 4 ด้าน
แหล่งน้ำตามธรรมชาติหรือแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร
1. ติดตั้งป้ายเตือนและอุปกรณ์ช่วยชีวิตไว้ใกล้แหล่งน้ำ
2. ระมัดระวังในการเดินใกล้แหล่งน้ำ เพราะพื้นอาจไม่สม่ำเสมอ มีหญ้าปกคลุม และลื่น
3. ตรวจสอบสภาพน้ำและความลึก ก่อนลงน้ำเสมอ
4. ระวังพื้นใต้น้ำไม่เท่ากันและวัสดุใต้น้ำที่อาจเป็นอันตราย
5. ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนหรือขณะอยู่ใกล้แหล่งน้ำ
6. ชุมชนช่วยเฝ้าระวังเมื่อเห็นเด็กเล่นน้ำหรืออยู่รอบแหล่งน้ำตามลำพัง
7. สถานที่ท่องเที่ยวควรมีระบบความปลอดภัยครบถ้วน เช่น เจ้าหน้าที่ lifeguard ป้ายเตือน/ธง อุปกรณ์ช่วยชีวิต
8. หากลงไปในน้ำให้นำอุปกรณ์ลอยน้ำได้ติดตัวไปด้วยเสมอ ทั้งนี้ จังหวัดเสี่ยงสูงควรเพิ่มมาตรการป้องกันเฉพาะพื้นที่ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและการเสียชีวิต
กรมควบคุมโรคเน้นย้ำว่า การป้องกันการจมน้ำเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของผู้ปกครอง ชุมชน และผู้ให้บริการสระว่ายน้ำ การเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและจัดระบบความปลอดภัยที่เหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันการสูญเสียชีวิตของเด็กในช่วงปิดเทอมฤดูร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422







