
อีกมุมของ 'ตูน บอดี้สแลม' บทบาทผู้ให้ 'ทุนก้าวเพื่อน้อง' สู่โอกาสเด็กยากจน
เปิดเบื้องลึกความสำเร็จ "ก้าวเพื่อน้อง ปี 6" เมื่อร็อกสตาร์ "ตูน บอดี้สแลม" และ กสศ. จับมือพลิกอนาคตเด็กไทยด้วยเงินรายได้จากการจัดกิจกรรม "มูลนิธืก้าวคนละก้าว" กว่า 63 ล้านบาท มอบทุน 2.1 แสนต่อคน เพื่อปั้นฝันเด็กยากจน สู่โอกาสทางการศึกษาเพื่อไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา
KEY
POINTS
- ตูน บอดี้สแลม ในฐานะประธานมูลนิธิก้าวคนละก้าว ร่วมกับ กสศ. จัดทำโครงการ "ทุนก้าวเพื่อน้อง" ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กยากจนและยากจนพิเศษ
- ทุนการศึกษามีมูลค่าสูงถึง 210,000 บาทต่อคน ตลอดหลักสูตร 3 ปี (ม.4-6) เพื่อให้นักเรียนสามารถเรียนได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องทำงานหารายได้เสริม
- แหล่งทุนหลักมาจากการจัดกิจกรรมระดมทุน เช่น งานวิ่งการกุศล "Crayon ShinChan Fun Run" ซึ่งบัตรกว่า 10,000 ใบขายหมดใน 3 ชั่วโมง
- ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา โครงการได้มอบทุนการศึกษาไปแล้ว 249 ทุน รวมงบประมาณกว่า 63.5 ล้านบาท และสร้างบุคลากรคุณภาพในหลากหลายอาชีพ เช่น แพทย์ ทนายความ และนักบัญชี
ในสมการหนึ่งของการขับเคลื่อนและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ คือเรื่อง "ทุนมนุษย์" ตัวแปรที่สำคัญแต่ไม่ได้ถูกให้ความสำคัญมากนักสำหรับประเทศไทย
"เด็กที่ยากจนไปจนถึงเด็กยากจนพิเศษ" ที่มีรายได้ครัวเรือนต่ำกว่าเกณฑ์ 3 พันบาท/ครัวเรือน มักจะหลุดออกจากระบบการศึกษาในช่วงรอยต่อสำคัญ นี่คือโจทย์ใหญ่ที่ "นายอาทิวราห์ คงมาลัย" หรือ “พี่ตูน บอดี้สแลม” ประธานมูลนิธิก้าวคนละก้าว พยายามเข้ามามีส่วนร่วมแก้โจทย์มาตลอด 6 ปี ร่วมกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อเปลี่ยน "พลังความยากจน" ให้เป็น "โอกาส"
เมื่อวันที่ 4-5 เม.ย.69 มีการประชุมพิจารณากลั่นกรองแบบเสนอชื่อ "ทุนก้าวเพื่อน้อง ปีที่ 6" เพื่อมุ่งเน้นการสร้างโอกาสทางการศึกษาที่ "ไร้รอยต่อ" และลดเงื่อนไขความยากจนที่เป็นอุปสรรคต่ออนาคตของเด็กไทย
พลังศรัทธามหาชน: บัตรหมื่นใบหมดใน 3 ชั่วโมง
ในการประชุมมีการฉายภาพให้เห็นที่มาของทุน มาจากกิจกรรมระดมทุนหลักในปีนี้คือการจัดงานวิ่ง "Crayon ShinChan Amazing Thailand Fun Run" ซึ่งจัดขึ้นโดยมูลนิธิก้าวคนละก้าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา งานนี้ได้รับกระแสตอบรับอย่างน่าทึ่ง โดยบัตรวิ่งจำนวนกว่า 10,000 ใบ ถูกจำหน่ายหมดภายในเวลาเพียง 3 ชั่วโมง
นอกจากการจำหน่ายบัตรแล้ว ยังมีการระดมทุนผ่านสินค้าที่ระลึก อาทิ เสื้อลายชินจัง, สติกเกอร์ และกระเป๋าผ้า ซึ่งรายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายจะมอบให้ กสศ. เพื่อสนับสนุนทุนการศึกษาในปีที่ 6 นี้
เป้าหมายและผลลัพธ์: จากก้าวแรกสู่ 249 ชีวิต
สำหรับปีการศึกษา 2569 มูลนิธิฯ ตั้งเป้าระดมทุนเพื่อสนับสนุนเด็กนักเรียนอย่างน้อย 20 ทุน ด้วยงบประมาณรวม 4,200,000 บาท และหวังว่าจะขยายผลไปได้ถึง 30 ทุนในปีนี้ตามความตั้งใจของพี่ตูน
ซึ่งเมื่อรวมผลการดำเนินงานตลอด 6 ปีที่ผ่านมา โครงการได้เปลี่ยนชีวิตเด็กไทยไปแล้วรวม 249 ทุน จาก 5 รุ่นแรก โดยใช้งบประมาณสนับสนุนจากภาคประชาชนและเอกชนไปแล้วกว่า 63,576,000 บาท
- รุ่นที่ 1 (ปี 2564): 109 ทุน (งบประมาณ 28.7 ล้านบาท)
- รุ่นที่ 2 (ปี 2565): 40 ทุน (งบประมาณ 9.8 ล้านบาท)
- รุ่นที่ 3 (ปี 2566): 40 ทุน (งบประมาณ 9.8 ล้านบาท)
- รุ่นที่ 4 (ปี 2567): 20 ทุน (งบประมาณ 5.2 ล้านบาท)
- รุ่นที่ 5 (ปี 2568): 40 ทุน (งบประมาณ 9.8 ล้านบาท)
ความสำเร็จเหล่านี้สะท้อนผ่านเส้นทางอาชีพที่หลากหลาย เช่น "น้องภูมิ ธนโชติ ต้าลี้" นักเรียนทุนก้าวเพื่อน้องปีที่ 1 ตอนนี้เป็นว่าที่คุณหมอจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รวมทั้งยังมีว่าที่ทนายความจากคณะนิติศาสตร์ นักบัญชี รวมถึงสายวิชาชีพต่างๆ ที่ช่วยให้พวกเขาไม่ต้องหลุดออกจากระบบการศึกษาไปสู่แรงงานไร้ฝีมือ
ปรัชญา "วิธีคิดอย่างเป็นระบบ" ของร็อกสตาร์
นายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือ “พี่ตูน บอดี้สแลม” ในฐานะประธานมูลนิธิก้าวคนละก้าว กล่าวระหว่างการพบปะผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณากลั่นกรองทุนฯ ถึงจุดเริ่มต้นและความสำคัญของโครงการ “ทุนก้าวเพื่อน้อง ปีที่ 6” โดยระบุว่าโครงการนี้มีจุดเริ่มต้นจากการได้พบกับ ดร.ไกรยศ ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ในช่วงที่มีการฉายภาพยนตร์สารคดีเรื่องการวิ่งเบตง-แม่สาย ซึ่งในขณะนั้น กสศ. กำลังหาแนวทางขยายผลความช่วยเหลือเด็กที่ขาดแคลนโอกาสให้กว้างขวางและหลากหลายขึ้น
พี่ตูนเล่าว่าความตั้งใจนี้ถูกเก็บไว้จนถึงช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่พบว่าเด็กๆ ทั่วประเทศได้รับผลกระทบจากการไม่ได้ไปโรงเรียน ไม่เพียงแต่เรื่องการศึกษา แต่รวมไปถึงการขาดแคลนอาหารกลางวันฟรี จึงได้เริ่มทำโครงการช่วยเรื่องอาหารร่วมกับ กสศ. ก่อนจะต่อยอดมาเป็นโครงการ "ก้าวเพื่อน้อง" เพื่อมอบทุนการศึกษาอย่างเต็มรูปแบบต่อเนื่องมาจนถึงปีที่ 6 ในปัจจุบัน
เปิดเหตุผลทำไมต้องให้ทุนสูงถึง 2.1 แสนบาท
หนึ่งในประเด็นที่พี่ตูนเน้นย้ำคือ มูลค่าทุนการศึกษาที่หลายคนมองว่าสูง โดยให้ประมาณ 210,000 บาทต่อคน ตลอดหลักสูตร 3 ปี (ม.4-6 / ปวช. 1-3) พี่ตูนอธิบายว่าตัวเลขนี้ผ่านการคิดคำนวณจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ครอบคลุมค่าครองชีพที่แท้จริง
- ค่าเฉลี่ยรายเดือน: ตกเดือนละประมาณ 6,000 บาท พร้อมค่าบำรุงการศึกษาเพิ่มเติมปีละ 10,000 บาท
- เป้าหมาย: เพื่อให้น้องๆ สามารถเรียนได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการหาเงินเลี้ยงชีพ หรือต้องออกไปรับจ้างทำงานเสริม
"ผมอยากให้น้องๆ ได้เรียนอย่างเต็มที่ ไม่ต้องออกไปรับจ้างทำงานเสริม หรือดิ้นรนจนเสียการเรียน" พี่ตูนย้ำถึงปรัชญาการให้
ความเชื่อมั่นใน "ระบบการศึกษา" และ "การคิดเป็นระบบ"
ตูนบอดี้แสลม ได้ตอบคำถามที่ว่าทำไมถึงให้ความสำคัญกับการศึกษา โดยได้แบ่งปันประสบการณ์ส่วนตัวว่า แม้ภาพลักษณ์ในอาชีพนักดนตรีอาจดูเหมือนไม่ต้องอยู่ในระเบียบ แต่ความจริงแล้ว "วิธีคิดอย่างเป็นระบบ" ที่เขาใช้ในการทำอัลบั้มหรือจัดคอนเสิร์ต ล้วนเป็นผลผลิตจากการหล่อหลอมในระบบการศึกษาตั้งแต่ประถม มัธยม จนถึงมหาวิทยาลัย
"ผมจึงเชื่อว่าการอยู่ในระบบการศึกษาจะช่วยให้เด็กๆ ออกไปใช้ชีวิตได้อย่างมีขั้นตอนมากขึ้น และพร้อมที่จะสนับสนุนโอกาสนี้ให้กับน้องๆ ที่ขาดแคลน"
การระดมทุนที่ยั่งยืนและการขอบคุณจากหัวใจ ในฐานะประธานมูลนิธิ
พี่ตูนระบุว่าพอใจกับการระดมทุนผ่านการจัดกิจกรรม เช่น งานวิ่งหรือคอนเสิร์ต มากกว่าการขอรับบริจาคเพียงอย่างเดียว เพราะผู้เข้าร่วมจะได้รับความสุขและประสบการณ์กลับไป ในขณะที่รายได้ปลายทางก็ได้ส่งต่อสิ่งดีๆ ให้เด็กไทยอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ยังได้กล่าวขอบคุณคณะกรรมการคัดเลือกทุกท่านที่สละเวลาอันมีค่ามาช่วยเฟ้นหาเด็กๆ ที่เหมาะสมที่สุด โดยในปีที่ 6 นี้ ตั้งเป้าหมายเบื้องต้นไว้ที่ 20 ทุน และหวังว่าจะขยายไปถึง 30 ทุน เพื่อเป็นการ "มอบชีวิตใหม่" ให้กับเยาวชน
เบื้องหลังการคัดเลือกทุนก้าวเพื่อน้อง
เพื่อให้เงินทุนถึงมือเด็กที่ "ยากจนสุดๆ" และ "อยากเรียนจริง" นายนพพร สุวรรณรุจิ ประธานคณะทำงานคัดเลือก ได้วางระบบการคัดกรองที่เข้มข้น โดยในปีนี้มีเด็กได้รับการเสนอชื่อเข้ามา 435 คน และผ่านเกณฑ์คัดกรองความยากจนเบื้องต้น 240 คน ซึ่งพบว่า 164 คนเป็นกลุ่มยากจนพิเศษ และหลายคนขาดที่พึ่งพิงทางครอบครัว เช่น พ่อแม่เสียชีวิตหรือหย่าร้าง
กระบวนการตัดสินใช้คณะทำงาน 15 ท่าน แบ่งเป็น 5 กลุ่มแบบ "ไตรภาคี" ประกอบด้วยตัวแทนจากภาควิชาการ ภาคเอกชน และภาคสื่อมวลชน โดยไม่มีเจ้าหน้าที่จาก กสศ. เข้าร่วมตัดสิน เพื่อความโปร่งใสสูงสุด เกณฑ์การคัดเลือกเน้นหนักที่ "เจตคติและความมุ่งมั่นในการเรียน" เพื่อให้มั่นใจว่าทุนนี้จะถูกนำไปใช้เพื่อการศึกษาอย่างแท้จริง
6 ปีกับผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม: "ตัวหนังสือที่มีชีวิต"
ตลอดการเดินทาง 6 ปี โครงการได้มอบทุนการศึกษาไปแล้วรวม 249 ทุน จาก 5 รุ่นแรก ด้วยงบประมาณรวมกว่า 63.5 ล้านบาท ผลสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจสะท้อนผ่านนักเรียนทุนรุ่นที่ 1 จำนวน 109 คน ซึ่งมากกว่า 80% มีเกรดเฉลี่ยสูงกว่า 3.00 และในปัจจุบันมีเด็กถึง 104 คนที่สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานในปีการศึกษา 2567
ตัวอย่างความสำเร็จที่จับต้องได้คือ "น้องภูมิ" จากเชียงใหม่ ที่ปัจจุบันก้าวสู่การเป็นว่าที่คุณหมอ รวมถึงน้องๆ ที่เข้าเรียนในคณะนิติศาสตร์เพื่อเป็นทนายความ, คณะบัญชี และสายวิชาชีพต่างๆ
โครงการ "ก้าวเพื่อน้อง ปีที่ 6" จึงไม่ใช่แค่การมอบทุน แต่คือการยืนยันว่า "โอกาสทางการศึกษาควรเป็นเรื่องง่ายที่เข้าถึงเด็กทุกคน โดยไม่ต้องพิสูจน์ความยากจน" เพื่อให้พวกเขาก้าวออกจากวงจรความยากจนได้อย่างยั่งยืน







