thansettakij
TFPA ชี้มรสุมธุรกิจปี 69 ดึง GDP โตต่ำ แนะผู้ประกอบการต้องปรับตัวให้รอด

TFPA ชี้มรสุมธุรกิจปี 69 ดึง GDP โตต่ำ แนะผู้ประกอบการต้องปรับตัวให้รอด

11 ก.พ. 2569 | 21:19 น.

เศรษฐกิจไทยปี 2569 เสี่ยงโตต่ำ 2% ภาคส่งออกอ่วมภาษีสหรัฐฯ 19% แนะใช้กลยุทธ์ 2 ทาง "คุมต้นทุน-ปรับราคา" เพื่ออยู่รอด พร้อมจี้รัฐเร่งแก้โครงสร้างด่วน

KEY

POINTS

  • สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป (TFPA) คาดการณ์ว่าปี 2569 ธุรกิจไทยจะเผชิญมรสุมครั้งใหญ่ ส่งผลให้ GDP เติบโตต่ำกว่า 2% ซึ่งช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้าน
  • ผู้ประกอบการได้รับคำแนะนำให้ปรับตัวเพื่อความอยู่รอด โดยเน้นการลดต้นทุนภายใน บริหารความเสี่ยงด้านค่าเงิน และเจรจาปรับขึ้นราคาสินค้ากับคู่ค้า
  • ธุรกิจ SMEs กำลังเผชิญความยากลำบากจากการแข่งขันกับสินค้าราคาถูกจากจีน และต้องการการสนับสนุนจากภาครัฐและสถาบันการเงินเพื่อช่วยให้ธุรกิจฟื้นตัว

นายองอาจ กิตติคุณชัย นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป (TFPA) และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ปกติทุกธุรกิจในประเทศไทยมีความตั้งใจที่จะพยายามขยายตัวอยู่ทุกปี แต่ในภาวะปัจจุบันกลับผันผวนและมีปัจจัยลบรอบด้าน สถานการณ์ปี 2568 - 2569 เศรษฐกิจของประเทศไทย GDP ก็โตต่ำกว่า 2% ในขณะที่ประเทศอื่นรอบข้าง เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย โตมากกว่า

ดังนั้น การรับมือกับสภาวะต่างๆ ที่เกิดขึ้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งในภาพรวมในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารส่งออก โดยเฉพาะที่ส่งออกไปอเมริกา ต้องรับมือกับภาระภาษีที่เพิ่มขึ้นถึง 19% ถือว่าส่งผลกระทบโดยตรงและรุนแรงมาก ทั้งต่อการจัดการและเรื่องวัตถุดิบ 

สิ่งที่ทำได้อันดับแรกคือ 1. บริษัทใหญ่ต้องเน้นการประคองธุรกิจและปรับตัวตามสถานการณ์ กระจายความเสี่ยงในด้านต่างๆ, บริหารจัดการค่าเงินให้เหมาะสม ปิดความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินบาท, เจรจากับคู่ค้า  พูดคุยกับลูกค้า เพื่อขอขยับราคาสินค้าขึ้นบ้างตามความเหมาะสม

2. กลยุทธ์ 2 ทางในการรับมือวิกฤต คือ การจัดการภายใน โดยมุ่งเน้นไปที่การลดต้นทุนภายในองค์กร ซึ่งเป็นส่วนที่ธุรกิจสามารถควบคุมและบริหารจัดการได้ด้วยตัวเองตามความสามารถ และการจัดการภายนอก ซึ่งต้องปรับตัวร่วมกับลูกค้า เช่น ขึ้นราคาสินค้าเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดได้ในภาวะที่ต้นทุนสูงขึ้น 

3. สถานการณ์และการรับมือของ SMEs กลุ่มนี้ถือว่ามีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะกำลังเผชิญความยากลำบากอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการแข่งขันกับสินค้าจากจีนที่รุดตลาดเร็วและมีราคาถูกกว่าสินค้าไทย ส่วนนี้อาจต้องพึ่งพาภาครัฐและสถาบันการเงินในการเข้ามาช่วยกู้สถานการณ์เพื่อให้ SMEs สามารถฟื้นตัวกลับมาได้

อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจยังต้องการการสนับสนุนจากภาครัฐในระดับโครงสร้าง เพื่อเอื้อต่อการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นด้านนโยบายค่าเงินที่ต้องเหมาะสมต่อรายได้ของประเทศ โดยเฉพาะภาคการส่งออก ตลอดจนความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ ต้องแก้ปัญหาได้ไม่ใช่แค่ทำเฉพาะหน้าด้วยการแจกเงิน ซึ่งหากประเทศไทยมีเสถียรภาพทางการเมืองได้ จะส่งผลต่อความมั่นคงและความยั่งยืนของประเทศในระยะยาว