

KEY
POINTS
นายองอาจ กิตติคุณชัย นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป (TFPA) และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ปกติทุกธุรกิจในประเทศไทยมีความตั้งใจที่จะพยายามขยายตัวอยู่ทุกปี แต่ในภาวะปัจจุบันกลับผันผวนและมีปัจจัยลบรอบด้าน สถานการณ์ปี 2568 - 2569 เศรษฐกิจของประเทศไทย GDP ก็โตต่ำกว่า 2% ในขณะที่ประเทศอื่นรอบข้าง เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย โตมากกว่า
ดังนั้น การรับมือกับสภาวะต่างๆ ที่เกิดขึ้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งในภาพรวมในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารส่งออก โดยเฉพาะที่ส่งออกไปอเมริกา ต้องรับมือกับภาระภาษีที่เพิ่มขึ้นถึง 19% ถือว่าส่งผลกระทบโดยตรงและรุนแรงมาก ทั้งต่อการจัดการและเรื่องวัตถุดิบ
สิ่งที่ทำได้อันดับแรกคือ 1. บริษัทใหญ่ต้องเน้นการประคองธุรกิจและปรับตัวตามสถานการณ์ กระจายความเสี่ยงในด้านต่างๆ, บริหารจัดการค่าเงินให้เหมาะสม ปิดความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินบาท, เจรจากับคู่ค้า พูดคุยกับลูกค้า เพื่อขอขยับราคาสินค้าขึ้นบ้างตามความเหมาะสม
2. กลยุทธ์ 2 ทางในการรับมือวิกฤต คือ การจัดการภายใน โดยมุ่งเน้นไปที่การลดต้นทุนภายในองค์กร ซึ่งเป็นส่วนที่ธุรกิจสามารถควบคุมและบริหารจัดการได้ด้วยตัวเองตามความสามารถ และการจัดการภายนอก ซึ่งต้องปรับตัวร่วมกับลูกค้า เช่น ขึ้นราคาสินค้าเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดได้ในภาวะที่ต้นทุนสูงขึ้น
3. สถานการณ์และการรับมือของ SMEs กลุ่มนี้ถือว่ามีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะกำลังเผชิญความยากลำบากอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการแข่งขันกับสินค้าจากจีนที่รุดตลาดเร็วและมีราคาถูกกว่าสินค้าไทย ส่วนนี้อาจต้องพึ่งพาภาครัฐและสถาบันการเงินในการเข้ามาช่วยกู้สถานการณ์เพื่อให้ SMEs สามารถฟื้นตัวกลับมาได้
อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจยังต้องการการสนับสนุนจากภาครัฐในระดับโครงสร้าง เพื่อเอื้อต่อการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นด้านนโยบายค่าเงินที่ต้องเหมาะสมต่อรายได้ของประเทศ โดยเฉพาะภาคการส่งออก ตลอดจนความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ ต้องแก้ปัญหาได้ไม่ใช่แค่ทำเฉพาะหน้าด้วยการแจกเงิน ซึ่งหากประเทศไทยมีเสถียรภาพทางการเมืองได้ จะส่งผลต่อความมั่นคงและความยั่งยืนของประเทศในระยะยาว