KEY
POINTS
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการค้าปลีกในเดือนธันวาคม 2568 แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงปลายปีที่มีการจับจ่ายและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ค่อนข้างผิดปกติเมื่อเทียบกับปีก่อน ๆ
ดัชนี RSI (Retail Sentiment Index) ในเดือนธันวาคม 2568 ลดลง 1.1 จุด จากเดือนพฤศจิกายน 2568 โดยเป็นผลมาจากหลายปัจจัยสำคัญ อาทิ ภาวะการเมืองที่ไม่แน่นอนหลังการประกาศยุบสภา รวมถึงปัจจัยการสิ้นสุดของโครงการ “คนละครึ่งพลัส” และ “เที่ยวดีมีคืน” ซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมการจับจ่ายของผู้บริโภคในทุกภูมิภาค
ในเดือนธันวาคม 2568 ดัชนีความเชื่อมั่นในกรุงเทพและปริมณฑลเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากบรรยากาศของเทศกาลส่งท้ายปีใหม่ที่เต็มไปด้วยการเฉลิมฉลองและการจับจ่ายในช่วงเวลาสำคัญ โดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่หลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่
โดยการจับจ่ายในห้างสรรพสินค้า ร้านแฟชั่นไลฟ์สไตล์ และภัตตาคารร้านอาหารเชนใหญ่มีการเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ส่งผลให้ Frequency of Shopping เพิ่มขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน Spending per Bill คงที่ ซึ่งสะท้อนถึงความระมัดระวังในการใช้จ่ายของผู้บริโภค แม้จะอยู่ในช่วงเทศกาลสำคัญ
การเพิ่มขึ้นของยอดขายในกรุงเทพฯ - ปริมณฑลมาจากการที่ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าส่วนใหญ่มีการจัดโปรโมชันในช่วงเทศกาล เพื่อดึงดูดลูกค้า โดยมีการจับจ่ายมากขึ้นในร้านค้าประเภทแฟชั่นและร้านอาหาร ขณะเดียวกันการจับจ่ายในร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตในพื้นที่นี้ยังคงค่อนข้างทรงตัว
ภาคใต้เป็นภูมิภาคที่เห็นการเพิ่มขึ้นของดัชนีความเชื่อมั่นอย่างมากเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น ๆ ซึ่งมาจากการใช้จ่ายเพื่อซ่อมแซมหลังน้ำท่วมใหญ่ที่เกิดขึ้นในช่วงปลายปี ยอดขายในร้านค้าวัสดุก่อสร้างและร้านค้าสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างไฮเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าส่งเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยมีการใช้จ่ายในการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและร้านค้าต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
การจับจ่ายในภาคใต้มีความคึกคักทั้งในร้านวัสดุก่อสร้างและร้านจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะร้านค้าหลังน้ำท่วมที่เห็นการซ่อมแซมและการจับจ่ายในการซื้อสินค้าต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม ร้านค้าอื่น ๆ เช่น ร้านแฟชั่นและภัตตาคารยังคงทรงตัวจากปัจจัยเศรษฐกิจที่ยังไม่มั่นคง
ภาคเหนือและภาคกลางมีดัชนีความเชื่อมั่นที่ทรงตัวเมื่อเทียบกับเดือนพฤศจิกายน โดยในภาคเหนือ การจับจ่ายในร้านค้าประเภทสินค้าผู้บริโภค เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อมีการเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ยอดขายในห้างสรรพสินค้าและร้านวัสดุก่อสร้างยังคงทรงตัว การใช้จ่ายของผู้บริโภคในภาคเหนือยังคงค่อนข้างระมัดระวัง โดยเฉพาะในช่วงปลายปีที่มีกิจกรรมพิเศษ
ในภาคกลาง การจับจ่ายในร้านค้าปลีกประเภทห้างสรรพสินค้าและภัตตาคารยังคงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตยังคงมีการลดลงเล็กน้อย ส่งผลให้การใช้จ่ายในภาคกลางไม่เติบโตเท่าที่คาดหมาย สะท้อนถึงการระมัดระวังในการใช้จ่ายของผู้บริโภค
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการลดลงอย่างชัดเจนจากเดือนพฤศจิกายน 2568 โดยส่วนหนึ่งมาจากผลกระทบของราคาพืชผลการเกษตรที่ตกต่ำ และปัญหาการจ้างงานในภาคเกษตรกรรมที่ยังไม่ฟื้นตัว การประกาศยุบสภาในเดือนธันวาคมและการสิ้นสุดของโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ทำให้กระแสเงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจลดลงอย่างชัดเจน
การลดลงของยอดขายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือส่งผลกระทบในร้านค้าวัสดุก่อสร้างและร้านสะดวกซื้อ โดยมีการลดลงของ Spending per Bill และ Frequency of Shopping ที่สะท้อนถึงการจับจ่ายที่ระมัดระวังและขาดความมั่นใจในการใช้จ่าย
ภาพรวมดัชนีความเชื่อมั่นในปี 2568 แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของการจับจ่ายและการตอบสนองของผู้บริโภคในแต่ละภูมิภาค โดยภูมิภาคกรุงเทพปริมณฑลและภาคใต้ยังคงมีการเติบโตจากการเฉลิมฉลองเทศกาลในขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางประสบปัญหาความเชื่อมั่นที่ลดลง การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในปี 2569 จะขึ้นอยู่กับการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการและผู้บริโภคในทุกภูมิภาค