
5 อันดับประเภทหนังสือ เทรนด์นักอ่านงานมหกรรมหนังสือ ปี 2568
PUBAT เปิดสถิติ 5 อันดับหนังสือขายดี งานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 30 ปี 2568 ชี้การ์ตูนและนิยายยังมาแรง กลุ่มนิยายวายและนิยายสืบสวน ไดรับความนิยมสูงสุด
KEY
POINTS
- 5 อันดับประเภทหนังสือที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ การ์ตูนและนิยาย ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดรวมกันกว่า 40% ตามมาด้วยหนังสือพัฒนาตัวเอง หนังสือเรียน และหนังสือเด็ก
- เทรนด์การอ่านที่มาแรงที่สุดคือนักอ่านนิยมติดตามรีวิวจากอินฟลูเอนเซอร์และยูทูบเบอร์เพื่อช่วยในการตัดสินใจเลือกซื้อหนังสือ
- คนไทยใช้เวลาอ่านหนังสือเฉลี่ย 159 นาทีต่อวัน โดยใช้เวลาอ่านบนแพลตฟอร์มออนไลน์มากกว่าหนังสือเล่ม แต่หนังสือเล่มยังคงได้รับความนิยมมากกว่า E-book ที่กำลังเติบโตต่อเนื่อง
นายณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 30 หรือ Book Expo Thailand 2025 พร้อมแล้วสำหรับการเปิดฉากแล้ววันที่ 9- 19 ตุลาคม 2568 ทุกวันเวลา 10.00 น. - 21.00 น. ที่ฮอลล์ 5-7 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
โดยแนวโน้มประเภทหนังสือยอดนิยมที่มียอดขายดีที่สุด ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมาคือ การ์ตูน และ นิยาย ตามลำดับ ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาด (Market Share) เป็นการ์ตูน 20-23% นิยาย อยู่ในสัดส่วนใกล้เคียงกันประมาณ 22% ประเภทนิยายที่ได้รับความนิยม ได้แก่ นิยายวาย และ นิยายสืบสวน
5 อันดับหนังสือขายดี
- การ์ตูน
- นิยาย
- หนังสือพัฒนาตัวเอง
- หนังสือเรียน
- หนังสือเด็ก
ขณะที่เทรนด์การอ่านและรูปแบบการอ่าน จะนิยมการอ่านตามอินฟลูเอนเซอร์ ถึงเป็นเทรนด์ที่มาแรงที่สุดเพราะนักอ่านจะติดตามอินฟลูเอนเซอร์ (YouTuber) หรือผู้ที่รีวิวหนังสือทางออนไลน์
นักอ่านจะติดตามการรีวิวเหล่านี้ เพราะต้องการทราบว่าหนังสือสนุกหรือไม่อยากให้คนรีวิวให้ฟังก่อน และผู้ทำคลิปส่วนใหญ่จะรู้ว่าผู้ชมชอบสปอยหรือไม่ และมี ส่วนน้อยเท่านั้นที่สปอยเนื้อหาทั้งหมด เนื่องจากผู้ทำรีวิวก็เป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือเช่นกัน
ในด้านสถิติเวลาการอ่าน (ปี 2568) ข้อมูลวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากร (ปี 2568) โดยสำรวจจากคนทั่วไป พบคนไทยใช้เวลาอ่านโดยเฉลี่ยรวม 159 นาทีต่อวัน แบ่งเป็น
- อ่านบนแพลตฟอร์มออนไลน์ (ในโซเชียลมีเดีย/มือถือ): 100 นาทีต่อวัน
- อ่านหนังสือกระดาษ: 59 นาทีต่อวัน
ความแตกต่างของเวลาที่ใช้อ่านเกิดจากผู้คนมี มือถือติดตัวตลอดเวลา ทำให้สามารถหยิบขึ้นมาอ่านได้ โดยเฉพาะ E-book vs. หนังสือเล่ม ที่มีสัดส่วนการอ่านโดยประมาณ 20% ของการอ่านทั้งหมด ส่วนหนังสือเล่มเป็นกระดาษ ยังคงได้รับความนิยมมากกว่า
อย่างไรก็ตาม E-book ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา คาดการณ์ว่า เติบโตขึ้นเฉลี่ยอย่างน้อยปีละ 5-6% ด้วยข้อดีของ E-book คือความสะดวกในการ พกพา (สามารถเก็บหนังสือได้หลายร้อยถึงพันเล่ม) และสามารถ ขยายตัวอักษรได้ ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านสายตา แม้ผู้อ่านบางส่วนยังคงชื่นชอบการจับและเปิดกระดาษ







