thansettakij
thansettakij
"พาณิชย์" เผยดัชนีความเชื่อมั่นฯ เดือนก.ค. ต่ำสุดรอบ 20 เดือน

"พาณิชย์" เผยดัชนีความเชื่อมั่นฯ เดือนก.ค. ต่ำสุดรอบ 20 เดือน

07 ส.ค. 67 | 07:12 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ส.ค. 67 | 07:32 น.

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เผย ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคไทยเดือนก.ค. 67 ดิ่งต่ำสุดรอบ 20 เดือน เหตุเศรษฐกิจชะลอตัว ค่าครองชีพพุ่ง

 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่าเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือนกรกฎาคม 2567 เท่ากับ 49.7 จากระดับ 52.3 ในเดือนก่อนหน้าเป็นการปรับลลงมาอยู่ในระดับไม่เชื่อมั่นครั้งแรกในรอบ 20 เดือน (นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2565)

"พาณิชย์" เผยดัชนีความเชื่อมั่นฯ เดือนก.ค. ต่ำสุดรอบ 20 เดือน

สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบันปรับลดมาอยู่ที่ระดับ 42.0 จากระดับ 44.5 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคต (3 เดือนข้างหน้า) ปรับลดมาอยู่ที่ระดับ 54.8 จากระดับ 57.5

สำหรับสาเหตุของการปรับลดลงของดัชนีความเชื่อผู้บริโภค คาดว่ามาจาก ภาพรวมของเศรษฐกิจไทยชะลอตัว จากความตึงเครียดของสถานการณ์การค้าโลก และความต้องการซื้อภายในประเทศที่อ่อนตัวลง โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมยานยนต์และอสังหาริมทรัพย์ที่มีแนวโน้มหดตัวมากขึ้น

รวมถึงปัญหาอุทกภัยที่สร้างความเสียหายต่อที่อยู่อาศัยและพื้นที่เกษตรกรรมในหลายพื้นที่ของประเทศ ความกังวลของประชาชนต่อภาระค่าครองชีพ ค่าไฟฟ้า ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงภาระหนี้สินครัวเรือนและธุรกิจที่อยู่ในระดับสูง

"พาณิชย์" เผยดัชนีความเชื่อมั่นฯ เดือนก.ค. ต่ำสุดรอบ 20 เดือน

อย่างไรก็ตามมาตรการส่งเสริมภาคการท่องเที่ยวจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง และความชัดเจนของโครงการดิจิทัลวอลเล็ต เป็นปัจจัยสนับสนุนให้ดัชมีความเชื่อมั่นในอนาคตอยู่ในระดับเชื่อมั่น

ทั้งนี้ เมื่อจำแนกดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคออกเป็นภูมิภาค พบว่า กรุงเทพและปริมณฑล ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 54.0 ภาคกลาง  ภาคกลาง ปรับลดมาอยู่ที่ระดับ 48.8 ภาคเหนือ ปรับลดมาอยู่ที่ระดับ 46.6 ภาคตะวันออก ปรับลดมาอยู่ที่ระดับ 52.1 ภาคใต้ ปรับลดมาอยู่ที่ระดับ 47.2

"พาณิชย์" เผยดัชนีความเชื่อมั่นฯ เดือนก.ค. ต่ำสุดรอบ 20 เดือน

ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจำแนกรายอาชีพ ได้แก่ พนักงานของรัฐ ปรับลดมาอยู่ที่ระดับ 53.8 ผู้ประกอบการ ปรับลดมาอยู่ที่ระดับ 51.1 ไม่ได้ทำงาน ปรับลดมาอยู่ที่ระดับ 44.9 เกษตรกร ปรับลดมาอยู่ที่ระดับ 49.8 พนักงานเอกชน ปรับลดมาอยู่ที่ระดับ 48.3  นักศึกษา ปรับลดมาอยู่ที่ระดับ 51.1 รับจ้างอิสระ ปรับลดมาอยู่ที่ระดับ 47.6