svasdssvasds
logo-pwa

เพิ่ม thansettakij

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด
thansettakij

น้ำมัน WTI ปิดร่วง 3.05 ดอลล์ กังวลผลกระทบเฟดขึ้นดอกเบี้ย

05 ธันวาคม 2565

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ปิดวันจันทร์ (5 ธ.ค.) ร่วง 3.05 ดอลลาร์ หลังข้อมูลภาคบริการของสหรัฐสร้างความกังวลว่า เฟด อาจเดินหน้านโยบายปรับขึ้นดอกเบี้ย

 

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 3.05 ดอลลาร์ หรือ 3.8% ปิดที่ 76.93 ดอลลาร์/บาร์เรล
         

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง 2.89 ดอลลาร์ หรือ 3.4% ปิดที่ 82.68 ดอลลาร์/บาร์เรล

          

ในช่วงแรกนั้น สัญญาน้ำมันดิบได้รับแรงหนุนจากการที่กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันและชาติพันธมิตร หรือ โอเปกพลัส มีมติปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน 2 ล้านบาร์เรล/วัน ในการประชุมเมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 ธ.ค. ซึ่งเป็นการคงนโยบายการผลิต หลังจากที่มีมติปรับลดกำลังการผลิต 2 ล้านบาร์เรล/วันในการประชุมเมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา

 

อย่างไรก็ดีสัญญาน้ำมันดิบร่วงลงในเวลาต่อมา เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าเฟดอาจจะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเชิงรุกต่อไป หลังจากสหรัฐเปิดเผยดัชนีภาคบริการและตัวเลขการจ้างงานที่ขยายตัวสูงกว่าคาดในเดือนพ.ย.

 

ทั้งนี้ สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยเมื่อคืนนี้ว่า ดัชนีภาคบริการของสหรัฐพุ่งขึ้นสู่ระดับ 56.5 ในเดือนพ.ย. จากระดับ 54.4 ในเดือนต.ค. และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 53.1 โดยดัชนีที่อยู่เหนือระดับ 50 บ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคบริการ
         

ทางด้านกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยในวันศุกร์ว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้น 263,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ย. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 200,000 ตำแหน่ง ส่วนตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน พุ่งขึ้น 5.1% เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 4.6% โดยตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงนับเป็นข้อมูลที่เฟดให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ


สำหรับความเคลื่อนไหวในด้านอื่น ๆ นั้น ที่ประชุมสหภาพยุโรป (EU) ได้บรรลุข้อตกลงในการกำหนดราคาที่ระดับ 60 ดอลลาร์/บาร์เรล และเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 ธ.ค. นอกจากนี้ ที่ประชุมได้กำหนดให้มีการทบทวนมาตรการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เพดานราคาอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของราคาตลาดอย่างน้อย 5%  
          

ทั้งนี้ มาตรการกำหนดเพดานราคาน้ำมันรัสเซียมีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้รัสเซียมีรายได้ลดลงจากการจำหน่ายน้ำมันที่จะนำไปสนับสนุนการทำสงครามในยูเครน แต่ก็จะต้องไม่ส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลกจนทำให้เกิดภาวะขาดแคลน