thansettakij
thansettakij
นายกฯกล่าวถ้อยแถลงในการประชุมสุดยอดระดับผู้นำด้านผู้ลี้ภัยฯ

นายกฯกล่าวถ้อยแถลงในการประชุมสุดยอดระดับผู้นำด้านผู้ลี้ภัยฯ

21 ก.ย. 59 | 02:56 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ก.ย. 59 | 10:25 น.
วันนี้ (20 ก.ย. 59)  เวลาประมาณ 15.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ณ ห้องประชุม UN Trusteeship Council สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ  นครนิวยอร์ก   พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีร่วมกล่าวถ้ อยแถลงในการประชุมสุดยอดระดับผู้ นำด้านผู้ลี้ภัยของประธานาธิบดี สหรัฐอเมริกา (President Obama’s Leaders’ Summit on Refugees)  โดยย้ำทุกประเทศต้องร่วมมือกัน ดูแลผู้ลี้ภัยทั้งประเทศต้นทาง กลางทางและปลายทาง ยืนยันตลอด40 ปี ไทยให้การดูแลผู้หนึภัยด้วยมนุ ษยธรรม

พลตรี วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญ ดังนี้นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า  ทุกวันนี้คนกว่า 65 ล้านต้องพลัดถิ่น ในจำนวนนี้ กว่า 21 ล้านคนเป็นผู้หนีภัยเข้าสู่ยุ โรปและภูมิภาคอื่นๆ กลายเป็นภาระหนักของประเทศแรกรั บ ซึ่งไทยก็ตกอยู่ในสภาวะนั้นเช่ นกัน  เพราะตลอด 4 ทศวรรษที่ผ่านมา รัฐบาลไทยและประชาชนคนไทยมี ความเอื้ออารี และให้ความช่วยเหลือทางมนุ ษยธรรมแก่ผู้หนีภัยจากประเทศเพื่ อนบ้านแล้วกว่าล้านคน  ปัจจุบัน ไทยให้ที่พักพิงแก่ผู้หนีภั ยการสู้รบจากชายแดนด้านตะวั นตกประมาณหนึ่งแสนคน ไม่นับรวมผู้โยกย้ายถิ่ นฐานแบบไม่ปกติอีกกว่าสามล้ านคนทั่วประเทศ  ซึ่งไทยยินดีที่ประชาคมโลกได้ร่ วมกันรับรองแถลงการณ์นิวยอร์ กสำหรับผู้ลี้ภัยและผู้โยกย้ ายถิ่นฐานเมื่อวานนี้

รัฐบาลไทยออกมาตรการต่างๆ โดยปรับปรุงและบังคับใช้กฎหมาย จัดงบประมาณราว 180 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือร้อยละ 0.05 ของ GDP สำหรับค่ารักษาพยาบาล การศึกษา และให้ความช่วยเหลือหากเป็นผู้ เสียหายในคดีอาญา ไม่ต่างจากคนไทย

นอกจากนี้ ไทยกำลังพิจารณาจัดทำระบบคั ดกรองให้เป็นมาตรฐานสากล เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของ การตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ และอนุญาตให้เหยื่อค้ามนุษย์ และพยานสามารถทำงานได้อย่างถู กกฎหมายจนกว่าคดีจะสิ้นสุด โดยอาจขยายระยะเวลาทำงานอีกไม่ เกินสองปี

รัฐบาลให้การศึกษา และฝึกอาชีพแก่คนในพื้นที่พักพิ งฯ เพื่อให้กินดีอยู่ดีเมื่อกลั บประเทศ รวมทั้งออกสูติบัตรแก่เด็กผู้ หนีภัยทุกคน และกำลังหารือกับประเทศเพื่อนบ้ านเพื่อส่งผู้หนีภัยกลุ่มนำร่ องที่สมัครใจกลับบ้าน ให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ สุข   ไทยกำลังพิจารณาพระราชบัญญัติป้ องกั นและปราบปรามการทรมานและการบั งคับบุคคลให้สูญหาย เพื่อไม่ส่งบุคคลกลับไปสู่อั นตราย

นายกรัฐมนตรียังกล่าวขอบคุ ณประธานาธิบดีโอบามา ที่ตระหนักถึ งบทบาทของไทยในการแก้ไขปัญหาผู้ หนีภัยอย่างเต็มที่ ภายใต้ทรัพยากรและข้อจำกั ดของประเทศมาโดยตลอด และเชิญไทยเข้าร่วมการประชุมครั้ งนี้

ทั้งนี้ นานาประเทศจะต้องร่วมกันรับผิ ดชอบแก้ไขปัญหานี้ และควรเปิดพื้นที่เชิงนโยบายให้ กับประเทศต้นทาง กลางทาง และปลายทางในการแก้ไขปั ญหาภายในบริบทของตนเอง

ประเทศต้นทาง ให้เพิ่มความช่วยเหลือด้านการพั ฒนา ซึ่งจะช่วยให้คนไม่ย้ายถิ่น และไม่กดดันประเทศต้นทางมากเกิ นไป

ประเทศกลางทาง ซึ่งเป็นประเทศแรกรับ ต้องรับภาระอย่างมาก จึงควรมีส่วนร่ วมกำหนดนโยบายในการแก้ไขปัญหา ได้รับความช่วยเหลือทางงบประมาณ นโยบาย และการบังคับใช้กฎหมาย ตลอดจนการดำเนินคดีกับผู้ แสวงหาประโยชน์ต่อผู้โยกย้ายถิ่ นฐานในทุกรูปแบบอย่างจริงจัง

ประเทศปลายทางก็ต้องเพิ่มความช่ วยเหลือด้วย ไทยยินดีที่ ประเทศปลายทางประกาศรับผู้ลี้ภั ยไปตั้งถิ่นฐานใหม่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี ประเทศปลายทางควรสนับสนุนเงินทุ น พัฒนาสภาพความเป็นอยู่ และขีดความสามารถ และร่วมกับ UNHCR ในการเร่งรัดกระบวนการการคั ดกรองและการส่งต่อให้รวดเร็วยิ่ งขึ้น เพื่อบรรเทาความทุกข์ยาก และสามารถย้ายไปยังประเทศที่ 3 ได้โดยเร็วตามที่คาดหวัง ซึ่งยังช่วยลดภาระของทุกฝ่ายที่ เกี่ยวข้องอีกด้วย

ในตอนท้ายนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การให้ความช่วยเหลือผู้หนีภั ยไม่ใช่หน้าที่ของคนใดคนหนึ่ งเท่านั้น แต่เป็นหน้าที่ของทุกคน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และขอชื่นชมประธานาธิบดีสหรัฐ ฯ ที่ได้แสดงบทบาทนำด้านการแก้ ไขปัญหาผู้ลี้ภัย การรักษาสันติภาพและการส่งเสริ มมนุษยธรรมในโลก