
สรุปมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 20 กันยายน 2559
ครม.ไฟเขียว กม.ผังเมืองใหม่ นายกฯ เป็นประธาน
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (20 กันยายน 2559) ว่า ครม.เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ... ตามที่กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้นำเสนอ สืบเนื่องจากเห็นว่า กฎหมายผังเมืองเดิมที่บังคับใช้อยู่นี้ คือ พระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ.2518 ไม่มีมาตรการทางกฎหมายเพียงพอที่จะทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการผังเมืองได้ ก.มหาดไทยจึงได้ยกร่างกฎหมายใหม่ทั้งฉบับ ไม่ได้นำฉบับปี 2518 มาแก้ไขหรือเพิ่มเติมแต่อย่างใด
สำหรับสาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับใหม่นี้ มีรายละเอียดที่น่าสนใจ ดังนี้ 1.แบ่งประเภทผังเมือง ออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก คือ ผังเมืองระดับนโยบาย แบ่งเป็น ระดับประเทศ ระดับภาค และระดับจังหวัด ในส่วนนี้เป็นภาพกว้างๆที่จะแบ่งเป็นโซน และภาคต่างๆ
ส่วนที่สอง คือ ผังเมืองระดับปฏิบัติ ประกอบด้วย ผังเมืองรวม หรือ ผังเมืองเฉพาะ เป็นผังเมืองในระดับพื้นที่ อำเภอ และจังหวัด เป็นต้น ในส่วนนี้กำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำผังเมืองที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นๆดูแล รับผิดชอบอยู่ กล่าวคือ การวางผังเมืองของตนเอง โดยแบ่งกลไกในการดำเนินเป็น 3 ระดับ คือ 1.คณะกรรมการผังเมืองแห่งชาติ นายกรัฐมนตรี หรือ รองนายกฯที่ได้รับมอบหมาย เป็นประธาน มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย เป้าหมายเกี่ยวกับการผังเมืองของประเทศ และให้ความเห็นชอบผังระดับประเทศและผังระดับภาค 2.คณะกรรมการผังเมืองระดับประเทศ ให้ความเห็นชอบผังเมืองระดับประเทศและผังเมืองระดับภาค ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน กำหนดมาตรฐานของผังเมือง ให้ความเห็นชอบผังเมืองระดับจังหวัด และ3.คณะกรรมการผังเมืองระดับจังหวัด มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ให้ความเห็นชอบผังเมืองรวมและผังเมืองเฉพาะ
“กรมโยธาธิการ จะเป็นผู้ดำเนินการ วาง และจัดทำผังระดับประเทศ ระดับภาค และระดับจังหวัด ส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น จะจัดทำผังเมืองรวม และผังเมืองเฉพาะ อย่างไรก็ดี กรณีหากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถจัดทำได้ สามารถร้องขอให้กรมโยธาธิการเข้ามาช่วยจัดทำให้ได้”
สำหรับรูปแบบการประกาศใช้ผังประเทศ และระดับภาค จะออกโดยเป็นประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เนื่องจากเป็นภาพกว้างโดยทั่วๆไป ขณะที่ผังเมืองจังหวัดนั้นจะออกเป็นประกาศของกระทรวงมหาดไทย ส่วนผังเมืองรวมนั้น จะจัดทำเป็นกฎกระทรวง หรือเป็นข้อบัญญัติของท้องถิ่น และผังเมืองเฉพาะ ระดับพื้นที่ จะจัดทำเป็นพระราชกำหนด หรือ กฎกระทรวง
“มีการตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดผังเมืองเฉพาะจึงใช้กฎหมายระดับพระราชบัญญัติ ขณะที่ผังระดับประเทศจัดทำเป็นประกาศสำนักนายกฯเท่านั้น เนื่องจากระดับประเทศเป็นระดับภาพกว้างๆระดับนโยบาย จึงใช้แค่ประกาศสำนักนายกฯ และประกาศกระทรวงมหาดไทยสำหรับผังจังหวัด แต่ผังเมืองเฉพาะมีความเกี่ยวพันธ์กับพื้นที่อื่นๆที่มีกฎหมายประเภทอื่นๆเกี่ยวข้อง เช่น พื้นที่ป่าไม้ พื้นที่ราชพัสดุ ดังนั้น การที่จะจัดทำเป็นกฎหมายผังเมืองเฉพาะจำเป็นต้องใช้กฎหมายที่สูงกว่า เพื่อที่จะไปครอบคลุมกฎหมายที่ต่ำกว่าได้ จึงต้องออกเป็นกฎหมายพระราชบัญญัติ”
สาระสำคัญอีกประการ คือ ผังเมืองเดิมมีอายุ 5 ปี ทำให้เกิดช่องทำให้ผู้ประพฤติมิชอบนำมาใช้เป็นโอกาสในห้วงเวลานั้น เตะถ่วงไม่ให้ผังเมืองผ่าน เรียกรับผลประโยชน์ได้ ดังนั้น กฎหมายผังเมืองฉบับใหม่นี้จึงไม่กำหนดอายุ แต่กำหนดให้พิจารณาทบทวนทุกๆ 5 ปี เพื่อให้สอดรับกับสภาพการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ อาทิ สภาพเศรษฐกิจ และสังคม เป็นต้น ทั้งยังกำหนดให้มีการรับฟังความคิดเห็นและมีส่วนร่วมจากประชาชนในการจัดทำผังทุกระดับอย่างกว้างขวางด้วย
ผ่านร่างกม.ดูแลรักษาผลประโยชน์ทางทะเล
ที่ประชุม ครม.(20 กันยายน 2559) อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ. .... และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา โดยให้นำข้อสังเกตของนายกรัฐมนตรี (ในคราวประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2559 เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2559) และความเห็นของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการกำหนดค่าตอบแทนพิเศษสำหรับพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐไปประกอบการพิจารณาด้วย แล้วส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) พิจารณาก่อนเสนอ สนช.ต่อไป พร้อมมอบให้สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติไปดำเนินการตามขั้นตอนของมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2550 (เรื่อง การซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนการจัดตั้งหน่วยงานของรัฐ) ตามความเห็นของสำนักงาน ก.พ.ร. แล้วให้แจ้งผลการดำเนินการไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อประกอบการพิจารณาของร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวต่อไป ทั้งยังรับทราบแผนการจัดทำกฎหมายลำดับรองและกรอบระยะเวลาของร่างพระราชบัญญัติฯ
เข้มขายตรง/ตลาดขายตรง โทษสูงสุดทั้งจำทั้งปรับ
ที่ประชุม ครม.(20 กันยายน 2559) เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง (ฉบับที่ ...) ที่ผ่านกาตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว สาระสำคัญเป็นการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ.2545 อาทิ ตัดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรงในการออกระเบียบเกี่ยวกับการเปิดบัญชีเงินฝากและการเบิกจ่ายเงินจากบัญชีเงินฝากสำหรับหลักประกันที่เป็นเงินสด ให้แยกการกำหนดคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจ และกำหนดบทลงโทษทั้งสองประเภทออกจากกันชัดเจน สำหรับขายตรงมีบทลงโทษสูงกว่าตลาดแบบตรง อาทิ สำหรับการขายตรงกรณีไม่จดทะเบียน มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือ ทั้งจำและปรับ และปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท ตลอดระยะเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เป็นต้น
กำหนดหลักเกณฑ์เตาปิ้งย่าง
ที่ประชุม ครม.(20 กันยายน 2559) อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเตาย่าง เตาปิ้ง และเครื่องทำอาหารเคลื่อนย้ายได้ที่คล้ายกันต้องเป็นไปตามมาตรฐาน พ.ศ.... ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการปรับปรุงการกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเตาย่าง เตาปิ้ง และเครื่องทำอาหารเคลื่อนย้ายที่คล้ายกันเป็นไปตามมาตรฐานเพื่อความปลอดภัย
จัดสรรงบกลาง 812 ล. เดินก่อสร้างทางหลวงพิเศษบางปะอิน
ที่ประชุม ครม.(20 กันยายน 2559) อนุมัติการขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2559 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 812.51 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา ของกรมทางหลวง ทั้งนี้
เดิมครม.มีมติเมื่อวันที่ 8 มีนาคม ที่ผ่านมาเห็นชอบให้จัดสรรงบประมาณเพื่อเป็นค่าก่อสร้างทางหลวงพิเศษดังกล่าว โดยในปีงบประมาณ 2559 ให้ใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2559 งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 4,500 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม กรมทางหลวงมีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณเพื่อเป็นค่างานล่วงหน้าสำหรับรายการที่จะลงนามในสัญญาก่อสร้างภายในปีงบประมาณ 2559 จำนวน 25 ช่วง วงเงิน 5,346.93 ล้านบาท (ร้อยละ 15 ของวงเงินค่าก่อสร้าง) จึงยังคงเหลือส่วนที่ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณอีกจำนวน 846.92 ล้านบาท จึงขอรับการจัดสรรเพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายดังกล่าว ภายในกรอบวงเงินที่นายกฯได้ให้ความเห็นชอบไว้แล้ว
ตั้ง “ประวิตร” ปธ.คณะทำงานดูแลทัวร์ศูนย์เหรียญ
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานคณะทำงานขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นห่วงเรื่องของกระบวนการของการติดตามตรวจสอบการจับกุมดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการทัวร์ศูนย์เหรียญ
นอกจากนี้ที่ประชุม ครม. (20 กันยายน) ได้เห็นชอบตามที่กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาเสนอร่างบันทึกลงนามความเข้าใจร่วม (MOU) ระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กับสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งจะมีการลงนามร่วมกันในวันพรุ่งนี้ (21 กันยายน) เพื่อกำกับดูแลความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวทั้งสองฝ่าย รวมทั้งติดตามการแก้ปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญ
สาระสำคัญ จะเป็นการจัดตั้งกลไกด้านการสื่อสารและความร่วมมือ โดยการตั้งคณะกรรมการทำงานความร่วมมือไทย-จีนเพื่อดูแลการท่องเที่ยว โดยทั้ง 2 ฝ่ายจะผลัดกันจัดการประชุมคณะทำงานอย่างสม่ำเสมอเป็นไปตามภาวะการท่องเที่ยว หากมีสถานการณ์ฉุกเฉินจะมีการจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ตลอดจนสร้างกลไกความร่วมมือและการปฏิบัติ โดยทั้งสองฝ่ายจะสนับสนุนซึ่งกันและกันในการปรับปรุงจัดทำโครงการในการท่องเที่ยวและการจัดการเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน รวมถึงแลกเปลี่ยนเบาะแส และเอกสารของคดีที่ผิดกฎหมายรวมทั้งธุรกิจที่เกี่ยวข้องและสาขาอาชีพการท่องเที่ยว ส่งเสริมซึ่งกันและกันในการจับกุมกิจกรรมผิดกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว เช่น ทัวร์ราคาถูกที่ไม่สมเหตุสมผล การบังคับให้นักท่องเที่ยวซื้อสินค้าที่มีราคาสูง และการสร้างกลไกในการเข้าใจและฝึกอบรมซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายจะทำงานร่วมกันในการเสริมสร้างความเข้าใจด้านมารยาทในการท่องเที่ยว และส่งเสริมกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ธรรมเนียมปฏิบัติ สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ ประเพณีท้องถิ่น สิ่งต้องห้าม หลักความปลอดภัยและความรู้โดยทั่วไปสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติด้วยวิธีต่างๆ เช่น การจัดทำสื่อสาธารณะ เพื่อให้ตระหนักถึงวัฒนธรรมการท่องเที่ยวอย่าสม่ำเสมอ ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวรักษามารยาทเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ เป็นต้น
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (20 กันยายน 2559) ว่า ครม.เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ... ตามที่กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้นำเสนอ สืบเนื่องจากเห็นว่า กฎหมายผังเมืองเดิมที่บังคับใช้อยู่นี้ คือ พระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ.2518 ไม่มีมาตรการทางกฎหมายเพียงพอที่จะทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการผังเมืองได้ ก.มหาดไทยจึงได้ยกร่างกฎหมายใหม่ทั้งฉบับ ไม่ได้นำฉบับปี 2518 มาแก้ไขหรือเพิ่มเติมแต่อย่างใด
สำหรับสาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับใหม่นี้ มีรายละเอียดที่น่าสนใจ ดังนี้ 1.แบ่งประเภทผังเมือง ออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก คือ ผังเมืองระดับนโยบาย แบ่งเป็น ระดับประเทศ ระดับภาค และระดับจังหวัด ในส่วนนี้เป็นภาพกว้างๆที่จะแบ่งเป็นโซน และภาคต่างๆ
ส่วนที่สอง คือ ผังเมืองระดับปฏิบัติ ประกอบด้วย ผังเมืองรวม หรือ ผังเมืองเฉพาะ เป็นผังเมืองในระดับพื้นที่ อำเภอ และจังหวัด เป็นต้น ในส่วนนี้กำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำผังเมืองที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นๆดูแล รับผิดชอบอยู่ กล่าวคือ การวางผังเมืองของตนเอง โดยแบ่งกลไกในการดำเนินเป็น 3 ระดับ คือ 1.คณะกรรมการผังเมืองแห่งชาติ นายกรัฐมนตรี หรือ รองนายกฯที่ได้รับมอบหมาย เป็นประธาน มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย เป้าหมายเกี่ยวกับการผังเมืองของประเทศ และให้ความเห็นชอบผังระดับประเทศและผังระดับภาค 2.คณะกรรมการผังเมืองระดับประเทศ ให้ความเห็นชอบผังเมืองระดับประเทศและผังเมืองระดับภาค ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน กำหนดมาตรฐานของผังเมือง ให้ความเห็นชอบผังเมืองระดับจังหวัด และ3.คณะกรรมการผังเมืองระดับจังหวัด มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ให้ความเห็นชอบผังเมืองรวมและผังเมืองเฉพาะ
“กรมโยธาธิการ จะเป็นผู้ดำเนินการ วาง และจัดทำผังระดับประเทศ ระดับภาค และระดับจังหวัด ส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น จะจัดทำผังเมืองรวม และผังเมืองเฉพาะ อย่างไรก็ดี กรณีหากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถจัดทำได้ สามารถร้องขอให้กรมโยธาธิการเข้ามาช่วยจัดทำให้ได้”
สำหรับรูปแบบการประกาศใช้ผังประเทศ และระดับภาค จะออกโดยเป็นประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เนื่องจากเป็นภาพกว้างโดยทั่วๆไป ขณะที่ผังเมืองจังหวัดนั้นจะออกเป็นประกาศของกระทรวงมหาดไทย ส่วนผังเมืองรวมนั้น จะจัดทำเป็นกฎกระทรวง หรือเป็นข้อบัญญัติของท้องถิ่น และผังเมืองเฉพาะ ระดับพื้นที่ จะจัดทำเป็นพระราชกำหนด หรือ กฎกระทรวง
“มีการตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดผังเมืองเฉพาะจึงใช้กฎหมายระดับพระราชบัญญัติ ขณะที่ผังระดับประเทศจัดทำเป็นประกาศสำนักนายกฯเท่านั้น เนื่องจากระดับประเทศเป็นระดับภาพกว้างๆระดับนโยบาย จึงใช้แค่ประกาศสำนักนายกฯ และประกาศกระทรวงมหาดไทยสำหรับผังจังหวัด แต่ผังเมืองเฉพาะมีความเกี่ยวพันธ์กับพื้นที่อื่นๆที่มีกฎหมายประเภทอื่นๆเกี่ยวข้อง เช่น พื้นที่ป่าไม้ พื้นที่ราชพัสดุ ดังนั้น การที่จะจัดทำเป็นกฎหมายผังเมืองเฉพาะจำเป็นต้องใช้กฎหมายที่สูงกว่า เพื่อที่จะไปครอบคลุมกฎหมายที่ต่ำกว่าได้ จึงต้องออกเป็นกฎหมายพระราชบัญญัติ”
สาระสำคัญอีกประการ คือ ผังเมืองเดิมมีอายุ 5 ปี ทำให้เกิดช่องทำให้ผู้ประพฤติมิชอบนำมาใช้เป็นโอกาสในห้วงเวลานั้น เตะถ่วงไม่ให้ผังเมืองผ่าน เรียกรับผลประโยชน์ได้ ดังนั้น กฎหมายผังเมืองฉบับใหม่นี้จึงไม่กำหนดอายุ แต่กำหนดให้พิจารณาทบทวนทุกๆ 5 ปี เพื่อให้สอดรับกับสภาพการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ อาทิ สภาพเศรษฐกิจ และสังคม เป็นต้น ทั้งยังกำหนดให้มีการรับฟังความคิดเห็นและมีส่วนร่วมจากประชาชนในการจัดทำผังทุกระดับอย่างกว้างขวางด้วย
ผ่านร่างกม.ดูแลรักษาผลประโยชน์ทางทะเล
ที่ประชุม ครม.(20 กันยายน 2559) อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ. .... และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา โดยให้นำข้อสังเกตของนายกรัฐมนตรี (ในคราวประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2559 เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2559) และความเห็นของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการกำหนดค่าตอบแทนพิเศษสำหรับพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐไปประกอบการพิจารณาด้วย แล้วส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) พิจารณาก่อนเสนอ สนช.ต่อไป พร้อมมอบให้สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติไปดำเนินการตามขั้นตอนของมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2550 (เรื่อง การซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนการจัดตั้งหน่วยงานของรัฐ) ตามความเห็นของสำนักงาน ก.พ.ร. แล้วให้แจ้งผลการดำเนินการไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อประกอบการพิจารณาของร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวต่อไป ทั้งยังรับทราบแผนการจัดทำกฎหมายลำดับรองและกรอบระยะเวลาของร่างพระราชบัญญัติฯ
เข้มขายตรง/ตลาดขายตรง โทษสูงสุดทั้งจำทั้งปรับ
ที่ประชุม ครม.(20 กันยายน 2559) เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง (ฉบับที่ ...) ที่ผ่านกาตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว สาระสำคัญเป็นการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ.2545 อาทิ ตัดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรงในการออกระเบียบเกี่ยวกับการเปิดบัญชีเงินฝากและการเบิกจ่ายเงินจากบัญชีเงินฝากสำหรับหลักประกันที่เป็นเงินสด ให้แยกการกำหนดคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจ และกำหนดบทลงโทษทั้งสองประเภทออกจากกันชัดเจน สำหรับขายตรงมีบทลงโทษสูงกว่าตลาดแบบตรง อาทิ สำหรับการขายตรงกรณีไม่จดทะเบียน มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือ ทั้งจำและปรับ และปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท ตลอดระยะเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เป็นต้น
กำหนดหลักเกณฑ์เตาปิ้งย่าง
ที่ประชุม ครม.(20 กันยายน 2559) อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเตาย่าง เตาปิ้ง และเครื่องทำอาหารเคลื่อนย้ายได้ที่คล้ายกันต้องเป็นไปตามมาตรฐาน พ.ศ.... ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการปรับปรุงการกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเตาย่าง เตาปิ้ง และเครื่องทำอาหารเคลื่อนย้ายที่คล้ายกันเป็นไปตามมาตรฐานเพื่อความปลอดภัย
จัดสรรงบกลาง 812 ล. เดินก่อสร้างทางหลวงพิเศษบางปะอิน
ที่ประชุม ครม.(20 กันยายน 2559) อนุมัติการขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2559 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 812.51 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา ของกรมทางหลวง ทั้งนี้
เดิมครม.มีมติเมื่อวันที่ 8 มีนาคม ที่ผ่านมาเห็นชอบให้จัดสรรงบประมาณเพื่อเป็นค่าก่อสร้างทางหลวงพิเศษดังกล่าว โดยในปีงบประมาณ 2559 ให้ใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2559 งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 4,500 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม กรมทางหลวงมีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณเพื่อเป็นค่างานล่วงหน้าสำหรับรายการที่จะลงนามในสัญญาก่อสร้างภายในปีงบประมาณ 2559 จำนวน 25 ช่วง วงเงิน 5,346.93 ล้านบาท (ร้อยละ 15 ของวงเงินค่าก่อสร้าง) จึงยังคงเหลือส่วนที่ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณอีกจำนวน 846.92 ล้านบาท จึงขอรับการจัดสรรเพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายดังกล่าว ภายในกรอบวงเงินที่นายกฯได้ให้ความเห็นชอบไว้แล้ว
ตั้ง “ประวิตร” ปธ.คณะทำงานดูแลทัวร์ศูนย์เหรียญ
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานคณะทำงานขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นห่วงเรื่องของกระบวนการของการติดตามตรวจสอบการจับกุมดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการทัวร์ศูนย์เหรียญ
นอกจากนี้ที่ประชุม ครม. (20 กันยายน) ได้เห็นชอบตามที่กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาเสนอร่างบันทึกลงนามความเข้าใจร่วม (MOU) ระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กับสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งจะมีการลงนามร่วมกันในวันพรุ่งนี้ (21 กันยายน) เพื่อกำกับดูแลความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวทั้งสองฝ่าย รวมทั้งติดตามการแก้ปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญ
สาระสำคัญ จะเป็นการจัดตั้งกลไกด้านการสื่อสารและความร่วมมือ โดยการตั้งคณะกรรมการทำงานความร่วมมือไทย-จีนเพื่อดูแลการท่องเที่ยว โดยทั้ง 2 ฝ่ายจะผลัดกันจัดการประชุมคณะทำงานอย่างสม่ำเสมอเป็นไปตามภาวะการท่องเที่ยว หากมีสถานการณ์ฉุกเฉินจะมีการจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ตลอดจนสร้างกลไกความร่วมมือและการปฏิบัติ โดยทั้งสองฝ่ายจะสนับสนุนซึ่งกันและกันในการปรับปรุงจัดทำโครงการในการท่องเที่ยวและการจัดการเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน รวมถึงแลกเปลี่ยนเบาะแส และเอกสารของคดีที่ผิดกฎหมายรวมทั้งธุรกิจที่เกี่ยวข้องและสาขาอาชีพการท่องเที่ยว ส่งเสริมซึ่งกันและกันในการจับกุมกิจกรรมผิดกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว เช่น ทัวร์ราคาถูกที่ไม่สมเหตุสมผล การบังคับให้นักท่องเที่ยวซื้อสินค้าที่มีราคาสูง และการสร้างกลไกในการเข้าใจและฝึกอบรมซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายจะทำงานร่วมกันในการเสริมสร้างความเข้าใจด้านมารยาทในการท่องเที่ยว และส่งเสริมกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ธรรมเนียมปฏิบัติ สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ ประเพณีท้องถิ่น สิ่งต้องห้าม หลักความปลอดภัยและความรู้โดยทั่วไปสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติด้วยวิธีต่างๆ เช่น การจัดทำสื่อสาธารณะ เพื่อให้ตระหนักถึงวัฒนธรรมการท่องเที่ยวอย่าสม่ำเสมอ ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวรักษามารยาทเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ เป็นต้น






