thansettakij
thansettakij
PwC ชี้ ‘ดิจิทัลเฮลธ์’เทรนด์ใหม่ของตลาดบริการสุขภาพ(ย่อ)

PwC ชี้ ‘ดิจิทัลเฮลธ์’เทรนด์ใหม่ของตลาดบริการสุขภาพ(ย่อ)

20 ก.ย. 59 | 08:10 น.
อัปเดตล่าสุด :20 ก.ย. 59 | 15:07 น.
PwC เผยเทรนด์นวัตกรรมดิจิทัลเพื่อสุขภาพรูปแบบใหม่ หรือ ‘ดิจิทัลเฮลธ์’ (Digital Health) กำลังมาแรง เหตุช่วยยกระดับบริการด้านสุขภาพ ลดเวลาในการเข้าถึงข้อมูล แถมต้นทุนต่ำกว่า ชี้ผู้ให้บริการสุขภาพ-โรงพยาบาลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เริ่มหันมาใช้ดิจิทัลเฮลธ์ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ป่วย-ชนชั้นกลางที่ใส่ใจสุขภาพ แนะหากไทยสามารถนำดิจิทัลเฮลธ์เข้ามาใช้อย่างเต็มรูปแบบ จะช่วยยกระดับบริการทางการแพทย์ของประเทศและเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา

นางสาว วิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นส่วนสายงานที่ปรึกษา บริษัท PwC Consulting (ประเทศไทย) เปิดเผยถึงรายงาน The Digital Healthcare Leap ที่ทำการศึกษาการให้บริการด้านสุขภาพในตลาดเกิดใหม่ว่า ปัจจุบันธุรกิจบริการด้านสุขภาพเริ่มตื่นตัวในการนำระบบดิจิทัลเพื่อสุขภาพรูปแบบใหม่ (New Digital Health Models) มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บข้อมูลและการให้บริการที่ดีขึ้นแก่ลูกค้า เพราะทั้งแพทย์และผู้ป่วยสามารถเข้าถึงระบบการดูแลสุขภาพได้ง่ายขึ้น มีความปลอดภัยสูง และมั่นใจได้ถึงคุณภาพ

“ดิจิทัลเฮลธ์กำลังเข้ามามีบทบาทในการยกระดับการให้บริการด้านสุขภาพในภูมิภาคนี้ โดยถือเป็นวิวัฒนาการที่สำคัญ ที่ช่วยให้ผู้ป่วย หรือประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงบริการ สื่อสารกับสถานพยาบาล รับส่งข้อมูลด้านสุขภาพ และใช้เป็นแหล่งข้อมูลสุขภาพเบื้องต้น อีกทั้งยังมีต้นทุนต่ำกว่าระบบบริการสุขภาพแบบดั้งเดิม ทำให้เราคาดว่า กระแสของการใช้นวัตกรรมเหล่านี้จะเข้ามาเปลี่ยนโฉมธุรกิจบริการด้านสุขภาพในอีก 2-3 ปีข้างหน้า โดยตอบโจทย์ชนชั้นกลางที่หันมาใส่ใจสุขภาพ และอาศัยอยู่ในตลาดเกิดใหม่เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยเพิ่มการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลได้อีกด้วย”

จากข้อมูลของ PwC พบว่า ในปี 2573 จะมีชนชั้นกลางมากถึง 2 ใน 3 ของโลกอาศัยอยู่ในทวีปเอเชียแปซิฟิก นอกจากนี้ ประชากรมากกว่า 50% ของตลาดเกิดใหม่ ปัจจุบันอาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบท

สำหรับระบบดิจิทัลเพื่อสุขภาพรูปแบบใหม่นั้น แตกต่างจากบริการด้านสุขภาพที่อาศัยกระดาษเป็นหลัก (Paper-Based Health Solutions) และแบบดั้งเดิม (Traditional Model) ที่นิยมใช้กันในประเทศที่พัฒนาแล้ว  โดยดิจิทัลเฮลธ์มุ่งเน้นไปที่การวิเคราะห์ข้อมูลทางการแพทย์โดยอาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาเป็นเครื่องมือช่วยด้านสุขภาพ เพิ่มการสื่อสารสองทางระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย มีความคล่องตัวในการเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ ทุกเวลาผ่านอุปกรณ์ต่างๆ และสร้างความไว้วางใจในตัวผู้ให้บริการ

ทั้งนี้ การใช้ระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์บนคลาวด์ (Cloud-Based Electronic Health Record) ระบบการบันทึกข้อมูลสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์แบบเปิด (Open Source Medical Record System) อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ (Wearable Device) และแอพพลิเคชันที่นำโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์มาพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพ (mHealth Application) ล้วนแล้วแต่เป็นตัวอย่างของนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อสุขภาพรูปแบบใหม่ ที่ผู้ประกอบการและสถานพยาบาลในปัจจุบันหันมาลงทุน และร่วมมือกับบริษัทเกิดใหม่ขนาดเล็กที่สร้างแพลตฟอร์มเพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับตรวจจับกิจกรรมและข้อมูลสุขภาพ รวมไปถึง การแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ที่ใช้ระบบสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งปรากฏการณ์เช่นนี้เป็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในอดีต