thansettakij
thansettakij
‘บิ๊กตู่’ขานรับศก.5กลุ่มภาคใต้ ทุ่ม 857 ล.ยกเครื่องอันดามัน

‘บิ๊กตู่’ขานรับศก.5กลุ่มภาคใต้ ทุ่ม 857 ล.ยกเครื่องอันดามัน

22 ก.ย. 59 | 08:00 น.
"ประยุทธ์" เห็นชอบผลประชุมกรอ. เดินเครื่อง 2 โครงการพัฒนาและส่งเสริมเศรษฐกิจ 5 กลุ่มจังหวัดภาคใต้ มูลค่าการลงทุนร่วม 857 ล้านบาท โดยมอบหมายกระทรวงการท่องเที่ยวฯเป็นแม่งานยกระดับเมืองสปาน้ำพุร้อนเค็มและอันดามันโรแมนติก โรด ที่อ.คลองท่อม ทั้งหนุน 2 โครงการเร่งด่วนยกระดับเส้นทางเชื่อมโยงท่องเที่ยวอันดามัน

[caption id="attachment_99956" align="aligncenter" width="335"] อิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก  ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(สทท.) อิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก
ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(สทท.)[/caption]

นายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(สทท.) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่า ในการประชุมหารือร่วมกันระหว่าง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคณะกรรมการร่วมภาครัฐบาลและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจหรือกรอ.ส่วนกลางและคณะกรรมการกรอ.กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน (ภูเก็ต พังงา ระนอง กระบี่ และตรัง) ถึงแนวทางการพัฒนาและส่งเสริมเศรษฐกิจในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน(อันดามัน คลัสเตอร์) ล่าสุดนายกรัฐมนตรีได้เห็นชอบใน 2 เรื่องหลัก

เรื่องแรก คือ การยกระดับเมืองสปาน้ำพุร้อนเค็ม และพัฒนาเส้นทางอันดามันโรแมนติก โรด อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ตามที่สทท.เสนอ ซึ่งที่ประชุมมีมติมอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสทท.รับไปดำเนินการยกระดับเมืองสปาน้ำพุร้อนเค็ม และพัฒนาเส้นทางอันดามัน โรแมนติก โรด โดยคำนึงถึงความพร้อม ความเหมาะสม และความจำเป็นเร่งด่วน รวมทั้งรูปแบบการบริหารจัดการโดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการดำเนินการที่สมดุลและยั่งยืน โดยโครงการนี้จะใช้งบลงทุนราว 57 ล้านบาท ซึ่งเป็นการของภาครัฐ ส่วนการบริหารจัดการก็ต้องหารือกับชุมชนถึงรูปแบบการดำเนินงานที่เหมาะสม

เรื่องที่ 2 คือ การสนับสนุนโครงการยกระดับเส้นทางเชื่อมโยงท่องเที่ยวอันดามัน ซึ่งที่ประชุมมีมติมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมรับไปดำเนินการจัดลำดับความสำคัญและความจำเป็นเร่งด่วนของโครงการยกระดับเส้นทางเชื่อมโยงท่องเที่ยวอันดามัน ซึ่งประกอบไปด้วย 1.เร่งรัดปรับปรุงเส้นทางสาย 4 (เพชรเกษม)เป็น 4 ช่องจราจร ประกอบด้วย สายระนอง-ราชกรูด สายราชกรูด-ตะกั่วป่า สายตะกั่วป่า-เขาหลัก และ 2.เร่งรัดปรับปรุงเส้นทางสาย 4027 เป็น 4 ช่องจราจร โดยคำนึงถึงการสนับสนุนยุทธศาสตร์การ

พัฒนาเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ พร้อมทั้งเร่งศึกษาจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)ในแนวเส้นทางที่เข้าข่ายต้องจัดทำรายงานEIA เสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติตามขั้นตอนต่อไป ซึ่ง 2 โครงการนี้ใช้งบลงทุนราว 800 กว่าล้านบาท

นอกจากนี้ทางจังหวัดต่างๆยังได้จดทำข้อเสนอกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ให้ที่ประชุมสนับสนุน โดยทางจังหวัดภูเก็ต ผลักดันโครงการภูเก็ต สมาร์ท ซิตี้ ซึ่งที่ประชุมมีมติมอบหมายให้กระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม รับไปพิจารณาในรายละเอียด และจัดลำดับความสำคัญในการดำเนินตามขั้นตอน ส่วนจ.พังงา เสนอ 2 เรื่อง ได้แก่ 1.โครงการเคลือบผิวจราจรลดการลื่นไถล เส้นทางหลวงหมายเลข 4 และ4311 และ2.โครงการก่อสร้างถนนและสะพานแหล่งท่องเที่ยวเกาะคอเขา อ.ตะกั่วป่า โดยที่ประชุมมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมรับไปพิจารณาดำเนินการตามความจำเป็นเร่งด่วน และให้คำนึงถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยในการสัญจร เป็นสำคัญ

ขณะที่จังหวัดกระบี่ เสนอโครงการก่อสร้างสะพานลันตาช่วงแรก (บ้านหัวหิน-บ้านคลองหมาก) ซึ่งที่ประชุมมอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับกระทรวงคมนาคม รับไปพิจารณาดำเนินการตามความจำเป็นและความเหมาะสม โดยให้คำนึงถึงการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างสมดุลและยั่งยืน ด้านจังหวัดระนอง เสนอโครงการศึกษาเส้นทางรถไฟชุมพร-ท่าเรือน้ำลึกระนอง ที่ประชุมมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมรับไปพิจารณาดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ สำหรับจ.ตรัง เสนอโครงการพัฒนาท่าอากาศยานตรัง ที่ประชุมมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมรับไปพิจารณาดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้และความคุ้มค่าของการลงทุนในโครงการ

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,194 วันที่ 22 - 24 กันยายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • business