thansettakij
thansettakij
ปลัดมหาดไทยแจงขึ้นตอนการเสนอชื่อผู้ว่าราชการจังหวัดโปร่งใส

ปลัดมหาดไทยแจงขึ้นตอนการเสนอชื่อผู้ว่าราชการจังหวัดโปร่งใส

16 ก.ย. 59 | 08:43 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ก.ย. 59 | 15:44 น.
นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย  กล่าวชี้แจงขั้นตอนการเสนอรายชื่อผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยว่า ได้ดำเนินการตามขั้นตอน พ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดินและพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน โดยการแต่งตั้งโยกย้ายที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านนั้น มีตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดว่าง 24 ตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการมท.ว่าง 3 ตำแหน่ง มท.ได้กำหนดคุณสมบัติผู้ที่จะเข้ารับการคัดเลือก ต้องเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัด หรือเทียบเท่า หรือรองอธิบดีในสังกัดกระทรวงมหาดไทย รอบแรกมีผู้สมัครตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด 87 คน ตำแหน่งผู้ตรวจราชการจังหวัด 38 คน โดยกระทรวงมหาดไทยได้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาขึ้นมา 2 ชุด

ชุดแรกจะกลั่นกรองจากการเขียนวิสัยทัศน์และผลงานรวมทั้งประวัติการรับราชการที่ผู้สมัครที่เขียนเสนอมาให้คณะกรรมการพิจารณา แล้วประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สัมภาษณ์ หลังจากนั้นจะมีคณะกรรมการชุดที่ 2  มีจำนวน 5 ท่านเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกกระทรวง ที่ อกพ.กระทรวงมหาดไทยคัดเลือกมา 3 ท่านและรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ฝ่ายบริหารและอธิบดีกรมที่ดินซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ที่อกพ.กระทรวงให้ความเห็นชอบมาร่วมกันเป็นคณะกรรมคัดเลือกรอบสุดท้ายซึ่งคณะกรรมการได้นำหลักเกณฑ์ตามมาตรา42(3)แห่งพ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 กำหนดไว้โดยพิจารณาจากความรู้ความสามารถประวัติและประสบการณ์ในการทำงานที่ผ่านมาซึ่งกรรมการแต่ละท่าน ก็จะใช้ทั้งหลักเกณฑ์และดุลพินิจในการให้คะแนนหลังจากได้รวมคะแนนแล้วก็จะเสนอมาให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยให้ความเห็นชอบตามจำนวนตำแหน่งที่ว่าง คือ ผู้ว่าราชการจังหงัด 24 คน ผู้ตรวจราชการฯจำนวน 3 คนเพื่อเสนอ ครม.ให้ความเห็นชอบต่อไป

นายกฤษฎา กล่าวเพิ่มเติมว่า การพิจารณาดังกล่าวข้างต้นไม่ได้ดำเนินการด้วยตัวบุคคลเพียงคนเดียวแต่เป็นการพิจารณาในรูปกรรมการถึง 2 ชั้น จึงไม่ใช่เป็นการแต่งตั้งที่อ้างว่าเลวร้ายกว่าครั้งก่อนๆแต่อย่างใด เพราะขั้นตอนและหลักเกณฑ์ดังกล่าวข้างต้นได้ใช้ในการดำเนินการมาแล้วเกือบ 10 ปี

ดังนั้นผู้ที่มีส่วนได้เสียกับกระบวนการแต่งตั้งข้างต้นยังสามารถใช้สิทธิตามกฎหมายวิธีปฎิบัติราชการทางปกครอง คือ การใช้สิทธิ์ฟ้องศาลให้ตรวจสอบได้ รวมทั้งสามารถใช้สิทธิตามพ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารขอดูผลคะแนนของตนเองได้ด้วย