
รัฐบาลโชว์ผลงาน 2 ปีนายกฯย้ำลุยปฏิรูปประเทศลดเหลื่อมล้ำ
นายกรัฐมนตรี แถลงผลงาน 2 ปีรัฐบาล ย้ำ!! ลุยปฏิรูปประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำ เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เน้นการวางรากฐานตามยุทธศาสตร์ประเทศระยะยาว 20 ปี
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงผลการดำเนินงานรัฐบาลรอบ 2 ปี ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยเน้นย้ำ การวางรากฐานในการปฏิรูปงานต่างๆ ลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งให้กับประเทศ ซึ่งใน 2 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลบริหารประเทศในทุกมิติ ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม การต่างประเทศ กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม รวมถึงการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งถือเป็นวาระแห่งชาติ และการแก้ปัญหาการประมงผิดกฎหมาย (IUU) ที่ได้รับการปรับระดับดีขึ้น ประเทศไทยได้ผ่านช่วงระยะที่ 1 ใน Road Map ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน ปัจจุบันเป็นระยะที่ 2 ของ Road Map คือการเริ่มต้นปฏิรูปในเชิงโครงสร้าง ปฏิรูปการบริหารราชการ และการจัดทำแผนที่นำทางไปสู่อนาคตตามวิสัยทัศน์ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยภารกิจสำคัญของรัฐบาลในอนาคตจากนี้ คือ การสร้างฐานรากสู่อนาคต ตามโมเดล “ไทยแลนด์ 4.0” ประกอบด้วย 10 ภารกิจหลัก คือ
1) การเตรียม “คนไทย 4.0” สู่ประเทศโลกที่ 1 2) การเร่งพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ 3) การเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต 4) การสร้างความเข้มแข็งในวิสาหกิจไทย 5) การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา 6) การสร้างความเจริญเติบโต ที่กระจายสู่ภูมิภาคและท้องถิ่น ผ่านจังหวัด – กลุ่มจังหวัด 7) การเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ ภายในประเทศ 8) การสร้างสังคมที่เป็นธรรม สังคมแห่งโอกาส และสังคมที่เกื้อกูลแบ่งปันกัน 9) การบูรณาการอาเซียน และการเชื่อมโยงไทยสู่ประชาคมโลก และ 10) การขับเคลื่อนประเทศ ผ่านกลไก “ประชารัฐ” รวมทั้งเร่งผลักดัน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย การพัฒนาฝีมือแรงงาน ซึ่งต้องสัมพันธ์กับความต้องการแรงงานภายในประเทศและในประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้เห็นอนาคตว่า 20 ปีข้างหน้า ประเทศไทยควรเป็นอย่างไร โดยหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง มีความเป็นธรรมในสังคม
ด้านพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี แถลงผลงานในภาพรวมกลุ่มงานด้านความมั่นคง โดยกล่าวว่า งานด้านความมั่นคง เป็นรากฐานที่สำคัญของประเทศ ปัจจุบันมีมิติที่กว้างและหลากหลาย ไม่เฉพาะเรื่องปกป้องอธิปไตยของชาติเพียงอย่างเดียว แต่อนาคตจะมีความเกี่ยวข้องกับประชาชนมากขึ้น เช่น ภัยพิบัติ ยาเสพติด แรงงานต่างด้าว การก่อการร้าย อาชญากรรมข้ามชาติ รวมไปถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่มีความปลอดภัยแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้อยู่ดีกินดี ประกอบอาชีพได้อย่างปกติสุข พร้อมสนับสนุนการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศในมิติอื่นๆ ตลอดจนดูแลความมั่นคงในภาพรวมทั้งมิติในประเทศและต่างประเทศ ตั้งแต่ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศสมาชิกอาเซียนมิตรประเทศ ประเทศมหาอำนาจ และองค์การระหว่างประเทศ ตามกรอบความเร่งด่วนที่รัฐบาลกำหนด โดยยึดถือกรอบนโยบาย “ประชารัฐ” ด้วยความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนซึ่งเป็นเรื่องที่มีความเกี่ยวข้องกับคนไทยทุกๆ คนไม่ใช่หน้าที่ของทหารและตำรวจเท่านั้น
ในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา ฝ่ายความมั่นคงได้แก้ไขปัญหาที่จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในทุกมิติ และสนับสนุนการดำเนินการตาม Roadmap ของรัฐบาล และ คสช. ในการรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ โดยเฉพาะความมั่นคงที่เกี่ยวข้องกับประชาชนโดยตรง เช่น การดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งรวมถึงการจัดหางานและแก้ไขปัญหาแรงงาน การแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย (เมียนมา ลาว กัมพูชา และเวียดนาม) จำนวนมากกว่า 1.3 ล้านคน โดยกำหนดหลักเกณฑ์ และกระบวนการอนุญาตให้มีการจ้างงานและแรงงานต่างด้าวเข้าสู่ระบบที่รัฐกำหนด ด้วยความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ประเทศจะได้รับประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับความมั่นคงของชาติ
การเปิดศูนย์บริการจัดหางานเพื่อคนไทย (Smart Job Center) จำนวน 44 แห่ง สมารถ สร้างงาน สร้างรายได้ เพื่อคนไทยทุกคนทุกกลุ่มมีงานทำ (โดยบรรจุงานทั้งบุคคลทั่วไปและผู้พิการแล้ว มากกว่า 200,000 คน จัดส่งคนไปทำงานต่างประเทศมากกว่า 50,000 คน มีรายได้รวมมากกว่า 165,000 ล้านบาทต่อปี) รวมถึงการพัฒนาทักษะฝีมือ มีแรงงานที่ผ่านการทดสอบมาตรฐาน มากกว่า 53,000 คน เข้าสู่ระบบการจ้างงานตามฝีมือ ได้ค่าจ้างถึงคนละ 500 บาทต่อวัน การสร้างความปลอดภัยในการทำงาน (สามารถลดอุบัติเหตุของสถานประกอบการได้จาก 8.78 คน/1,000 คน เหลือ 7.96 คน/1,000 คน) นอกจากนี้ ที่ผ่านมาได้มีการปฏิรูประบบประกันสังคมด้วยการเพิ่มสิทธิประโยชน์ตั้งแต่แรกเกิดจนเสียชีวิต เช่น เพิ่มอัตราค่าทดแทนกรณีสูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ และเสียชีวิต เพิ่มค่าจัดการศพ เพิ่มระยะเวลาการจ่ายค่าทดแทนกรณีทุพพลภาพ มีผู้ประกันตนได้รับประโยชน์ 13 ล้านคน เป็นเงินมากกว่า 40,000 ล้านบาท รวมทั้งขยายสวัสดิการเงินบำนาญชราภาพให้ผู้ประกันตนภายหลังอายุ 55 ปี ไปแล้ว
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในตอนท้ายว่า งานด้านความมั่นคงที่รัฐบาลได้ดำเนินการนั้นเป็นไปเพื่อความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของบ้านเมือง ซึ่งงานด้านความมั่นคง นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ใช่เป็นเรื่องเฉพาะทหาร และตำรวจเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่มีความเกี่ยวข้องกับคนไทยทุกๆ คน เกี่ยวข้องกับการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ และการพัฒนาประเทศในมิติอื่นๆ ด้วย อย่างไรก็ตาม ข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหารและประชาชน ต้องร่วมมือกัน เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนของประเทศชาติ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงผลการดำเนินงานรัฐบาลรอบ 2 ปี ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยเน้นย้ำ การวางรากฐานในการปฏิรูปงานต่างๆ ลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งให้กับประเทศ ซึ่งใน 2 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลบริหารประเทศในทุกมิติ ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม การต่างประเทศ กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม รวมถึงการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งถือเป็นวาระแห่งชาติ และการแก้ปัญหาการประมงผิดกฎหมาย (IUU) ที่ได้รับการปรับระดับดีขึ้น ประเทศไทยได้ผ่านช่วงระยะที่ 1 ใน Road Map ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน ปัจจุบันเป็นระยะที่ 2 ของ Road Map คือการเริ่มต้นปฏิรูปในเชิงโครงสร้าง ปฏิรูปการบริหารราชการ และการจัดทำแผนที่นำทางไปสู่อนาคตตามวิสัยทัศน์ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยภารกิจสำคัญของรัฐบาลในอนาคตจากนี้ คือ การสร้างฐานรากสู่อนาคต ตามโมเดล “ไทยแลนด์ 4.0” ประกอบด้วย 10 ภารกิจหลัก คือ
1) การเตรียม “คนไทย 4.0” สู่ประเทศโลกที่ 1 2) การเร่งพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ 3) การเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต 4) การสร้างความเข้มแข็งในวิสาหกิจไทย 5) การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา 6) การสร้างความเจริญเติบโต ที่กระจายสู่ภูมิภาคและท้องถิ่น ผ่านจังหวัด – กลุ่มจังหวัด 7) การเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ ภายในประเทศ 8) การสร้างสังคมที่เป็นธรรม สังคมแห่งโอกาส และสังคมที่เกื้อกูลแบ่งปันกัน 9) การบูรณาการอาเซียน และการเชื่อมโยงไทยสู่ประชาคมโลก และ 10) การขับเคลื่อนประเทศ ผ่านกลไก “ประชารัฐ” รวมทั้งเร่งผลักดัน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย การพัฒนาฝีมือแรงงาน ซึ่งต้องสัมพันธ์กับความต้องการแรงงานภายในประเทศและในประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้เห็นอนาคตว่า 20 ปีข้างหน้า ประเทศไทยควรเป็นอย่างไร โดยหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง มีความเป็นธรรมในสังคม
ด้านพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี แถลงผลงานในภาพรวมกลุ่มงานด้านความมั่นคง โดยกล่าวว่า งานด้านความมั่นคง เป็นรากฐานที่สำคัญของประเทศ ปัจจุบันมีมิติที่กว้างและหลากหลาย ไม่เฉพาะเรื่องปกป้องอธิปไตยของชาติเพียงอย่างเดียว แต่อนาคตจะมีความเกี่ยวข้องกับประชาชนมากขึ้น เช่น ภัยพิบัติ ยาเสพติด แรงงานต่างด้าว การก่อการร้าย อาชญากรรมข้ามชาติ รวมไปถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่มีความปลอดภัยแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้อยู่ดีกินดี ประกอบอาชีพได้อย่างปกติสุข พร้อมสนับสนุนการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศในมิติอื่นๆ ตลอดจนดูแลความมั่นคงในภาพรวมทั้งมิติในประเทศและต่างประเทศ ตั้งแต่ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศสมาชิกอาเซียนมิตรประเทศ ประเทศมหาอำนาจ และองค์การระหว่างประเทศ ตามกรอบความเร่งด่วนที่รัฐบาลกำหนด โดยยึดถือกรอบนโยบาย “ประชารัฐ” ด้วยความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนซึ่งเป็นเรื่องที่มีความเกี่ยวข้องกับคนไทยทุกๆ คนไม่ใช่หน้าที่ของทหารและตำรวจเท่านั้น
ในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา ฝ่ายความมั่นคงได้แก้ไขปัญหาที่จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในทุกมิติ และสนับสนุนการดำเนินการตาม Roadmap ของรัฐบาล และ คสช. ในการรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ โดยเฉพาะความมั่นคงที่เกี่ยวข้องกับประชาชนโดยตรง เช่น การดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งรวมถึงการจัดหางานและแก้ไขปัญหาแรงงาน การแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย (เมียนมา ลาว กัมพูชา และเวียดนาม) จำนวนมากกว่า 1.3 ล้านคน โดยกำหนดหลักเกณฑ์ และกระบวนการอนุญาตให้มีการจ้างงานและแรงงานต่างด้าวเข้าสู่ระบบที่รัฐกำหนด ด้วยความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ประเทศจะได้รับประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับความมั่นคงของชาติ
การเปิดศูนย์บริการจัดหางานเพื่อคนไทย (Smart Job Center) จำนวน 44 แห่ง สมารถ สร้างงาน สร้างรายได้ เพื่อคนไทยทุกคนทุกกลุ่มมีงานทำ (โดยบรรจุงานทั้งบุคคลทั่วไปและผู้พิการแล้ว มากกว่า 200,000 คน จัดส่งคนไปทำงานต่างประเทศมากกว่า 50,000 คน มีรายได้รวมมากกว่า 165,000 ล้านบาทต่อปี) รวมถึงการพัฒนาทักษะฝีมือ มีแรงงานที่ผ่านการทดสอบมาตรฐาน มากกว่า 53,000 คน เข้าสู่ระบบการจ้างงานตามฝีมือ ได้ค่าจ้างถึงคนละ 500 บาทต่อวัน การสร้างความปลอดภัยในการทำงาน (สามารถลดอุบัติเหตุของสถานประกอบการได้จาก 8.78 คน/1,000 คน เหลือ 7.96 คน/1,000 คน) นอกจากนี้ ที่ผ่านมาได้มีการปฏิรูประบบประกันสังคมด้วยการเพิ่มสิทธิประโยชน์ตั้งแต่แรกเกิดจนเสียชีวิต เช่น เพิ่มอัตราค่าทดแทนกรณีสูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ และเสียชีวิต เพิ่มค่าจัดการศพ เพิ่มระยะเวลาการจ่ายค่าทดแทนกรณีทุพพลภาพ มีผู้ประกันตนได้รับประโยชน์ 13 ล้านคน เป็นเงินมากกว่า 40,000 ล้านบาท รวมทั้งขยายสวัสดิการเงินบำนาญชราภาพให้ผู้ประกันตนภายหลังอายุ 55 ปี ไปแล้ว
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในตอนท้ายว่า งานด้านความมั่นคงที่รัฐบาลได้ดำเนินการนั้นเป็นไปเพื่อความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของบ้านเมือง ซึ่งงานด้านความมั่นคง นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ใช่เป็นเรื่องเฉพาะทหาร และตำรวจเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่มีความเกี่ยวข้องกับคนไทยทุกๆ คน เกี่ยวข้องกับการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ และการพัฒนาประเทศในมิติอื่นๆ ด้วย อย่างไรก็ตาม ข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหารและประชาชน ต้องร่วมมือกัน เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนของประเทศชาติ






