
สสว.จับมือภาครัฐขับเคลื่อน SME ปี 2560
สสว. ร่วมกับ 18 หน่วยงานภาครัฐ เดินหน้าแผนบูรณาการขับเคลื่อน SME ปี 2560 วงเงิน 3,487.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1,526.40 ล้านบาทในปี 2559 มุ่งสร้าง SME รายใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์แ ละ SME เกษตร พัฒนา SME ที่ดำเนินธุรกิจอยู่แล้วให้เติบ โตได้เต็มศักยภาพจนสามารถเข้าสู่ ระดับสากล ในส่วน SME ที่ประสบปัญหาก็เร่งฟื้นฟูกิจกา ร หวังสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิ จไม่น้อยกว่า 45,000 ล้านบาท รวมทั้งปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เ อกชนทำธุรกิจได้สะดวกขึ้น (Ease of Doing Business) ควบคู่กันไปกับมาตรการด้านการเงิ น เช่น สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และมาตรการด้านภาษี อีกกว่า 450,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตของ SME ในทุกช่วงวงจรธุรกิจ
จากการที่รัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมวิ สาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) โดยยกระดับให้เป็นวาระแห่งชาติ และมอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมวิ สาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เป็นหน่วยงานหลักในการประสานและ บูรณาการงานส่งเสริม SME ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และองค์การเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การส่งเสริม SME เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เกิดพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิ จประเทศตามเป้าหมายที่กำหนด โดยปี 2560 นับเป็นปีที่ 2 ของการจัดทำงบประมาณในลักษณะบูร ณาการด้านการส่งเสริม SME ของประเทศ
นางสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกล างและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ในปี 2560 สสว. ได้ร่วมกับส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจรวม 17 หน่วยงาน 1 รัฐวิสาหกิจ จัดทำแผนงานบูรณาการด้านการส่งเ สริมSME วงเงิน 3,487.34 ล้านบาท ซึ่งได้รับอนุมัติจากสภานิติบัญ ญัติแห่งชาติเรียบร้อยแล้ว เพื่อเป็นแผนงานในการขับเคลื่อน SME ปี 2560 ที่มุ่งเน้นการส่งเสริม SME ตามระดับการเติบโตของธุรกิจ (Business Life Cycle) ด้วยการสนับสนุนผู้ที่มีความคิด ริเริ่มสร้างสรรค์ ในภาคเกษตร ภาคการผลิตและบริการ ให้สามารถพัฒนาแนวคิดไปสู่ธุรกิ จได้จริง ผู้ประกอบการ SME วิสาหกิจชุมชนและ OTOP ที่ประกอบธุรกิจอยู่แล้วได้รับ การพัฒนายกระดับมาตรฐานสินค้าแล ะช่องทางการจัดจำหน่ายให้มีความ สามารถในการแข่งขันมากขึ้น โดยเน้นว่าการส่งเสริมพัฒนาจะต้ องเป็นไปในทิศทางเดียวกันและเป็ นไปอย่างต่อเนื่องกันทุกปี การพัฒนาส่งเสริม SME แบบบูรณาการประกอบด้วย 4 แนวทางหลัก ได้แก่
แนวทางที่ 1 สร้างและพัฒนาผู้ประกอบการใหม่เ ชิงสร้างสรรค์และนวัตกรรมแบบครบ วงจร (Start Up) และสร้าง SME เกษตร จากวิสาหกิจชุมชนและ Smart Farmer โดยให้ความสำคัญกับการบ่มเพาะผู้ประกอบการใหม่ที่มีการใช้เทคโนโ ลยีและนวัตกรรมเป็นพื้นฐานในการ ประกอบธุรกิจ การสร้างผู้ประกอบการใหม่ในสาขา ที่มูลค่าเพิ่มสูง การเตรียมความพร้อมให้คนรุ่นใหม่ ในการเป็นผู้ประกอบการโดยใช้ ผลงานวิจัยและความเชี่ยวชาญด้ านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ผ่านระบบการบ่มเพาะและอบรมเชิงลึ ก จากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ และหน่วยงานต่างๆ ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโ ลยี กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตลอดจนสนับสนุนเงินทุนและการตลา ด ได้รับอนุมัติวงเงินรวม 1,673 ล้านบาท และคาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ป ระกอบการประมาณ 41,100 ราย
แนวทางที่ 2 ส่งเสริมให้ SME กลุ่มทั่วไป (Regular) มีศักยภาพและผลิตภาพมากขึ้น และให้ความช่วยเหลือ SME ที่ประสบปัญหาทางธุรกิจ เชื่อมโยงกับมาตรการทางการเงินข องกระทรวงการคลังเพื่อฟื้นฟูกิ จการ มุ่งพัฒนาศักยภาพ SME ในสาขาเป้าหมาย เช่น อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป อาหารแปรรูป ฮาลาล ชิ้นส่วนยานยนต์ ฯลฯ โดยปรับปรุงกระบวนการผลิตและการ บริหารจัดการ การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในก ารประกอบธุรกิจ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ การพัฒนาการรวมกลุ่มสินค้าเกษตร และเกษตรแปรรูปในรูปแบบคลั สเตอร์ รวมถึงการขยายโอกาสทางการตลาดโด ยเฉพาะช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) ฯลฯ ได้รับจัดสรรวงเงิน 1,130 ล้านบาท คาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประก อบการประมาณ 106,000 ราย
แนวทางที่ 3 ส่งเสริม SME ที่มีศักยภาพ (Strong) ให้มีความสามารถในการแข่งขันมาก ขึ้น สามารถส่งออกสินค้าและบริการสู่ ตลาดโลกได้ โดยให้ความสำคัญกับการสร้าง Brand การยกระดับการใช้เทคโนโลยีและนวั ตกรรม การยกระดับคุณภาพ มาตรฐาน สินค้าและบริการ การสร้างเครือข่ายกับธุรกิจขนาด ใหญ่ในโครงการประชารัฐแบบพี่ช่ วยน้อง ฯลฯ ได้รับจัดสรรวงเงิน 355 ล้านบาท ผู้ประกอบการจะได้รับประโยชน์ 4,000 ราย
แนวทางที่ 4 พัฒนาระบบบนิเวศน์ที่เอื้อต่อกา รดำเนินธุรกิจของเอกชนและการส่ งเสริม SME (Ecosystem) มุ่งเน้นปรับปรุงการบริหารจัดกา รงานส่งเสริม SME ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยสร้างต้นแบบการพัฒนาผู้ประกอ บการนวัตกรรม สร้างนักบัญชีคุณภาพ ขยายศูนย์บริการข้อมูล SME (One-stop Service Center: OSS) ฯลฯ ได้รับจัดสรรวงเงิน 328 ล้านบาท ผู้ประกอบการจะได้รับประโยชน์ปร ะมาณ 26,000 ราย
สำหรับปี 2560 งบบูรณาการ SME ได้รับการอนุมัติเพิ่มขึ้นเป็น 3,487 ล้านบาท มุ่งหวังให้ SME ได้รับการยกระดับเพื่อเพิ่มขีดค วามสามารถในการแข่งขัน และคาดว่าจะสามารถส่งเสริมผู้ปร ะกอบการได้ไม่น้อยกว่า 177,100 ราย เป็นผลให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศร ษฐกิจประมาณ 45,000 ล้านบาท โดย สสว. มีหน้าที่ติดตามประเมินผลโครงกา ร ตามงบบูรณาการเพื่อนำเสนอ ครม. ควบคู่กันไปกับการพัฒนาศักยภาพข องผู้ประกอบการ
นอกจากนี้ กระทรวงการคลัง ยังให้ความสำคัญ ด้วยการออกมาตรการทางการเงินและ ภาษี ในการส่งเสริมผู้ประกอบการ SME อย่างต่อเนื่องในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา รวมวงเงินในการให้ความช่วยเหลือ กว่า 435,000 ล้านบาท เช่น สินเชื่อเพื่อรายย่อย สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ กองทุนร่วมลงทุนในกิจการ SME และล่าสุดที่กำลังจะเริ่มดำเนิน การคือ กองทุนเพื่อฟื้นฟูกิจการ SME วงเงิน 2,000 ล้านบาท และกองทุนพลิกฟื้น SME วงเงิน 1,000 ล้านบาท รวมถึงมาตรการด้านภาษีสำหรับ SME ซึ่งส่งผลให้ผู้ประกอบการ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนผ่านม าตรการทางการเงิน ไม่น้อยกว่า 48,000 ราย
ปี 2559 ซึ่งเป็นปีแรกของการจัดทำงบประม าณลักษณะบูรณาการด้านการส่งเสริ ม SMEs มีหน่วยงานร่วมดำเนินการ 15 หน่วยงาน วงเงิน 1,526.40 ล้านบาท มีผลการดำเนินงานโดยสามารถสร้าง และพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ จำนวน 17,134 ราย เพิ่มผลิตภาพของ SME จำนวน 30,539 ราย เพิ่มมูลค่าการส่งออกของ SME จำนวน 1,702 ราย ทั้งนี้ คิดเป็นจำนวนผู้ประกอบการที่ได้ รับประโยชน์ รวม 49,375 ราย
จากการที่รัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมวิ สาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) โดยยกระดับให้เป็นวาระแห่งชาติ และมอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมวิ สาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เป็นหน่วยงานหลักในการประสานและ บูรณาการงานส่งเสริม SME ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และองค์การเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การส่งเสริม SME เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เกิดพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิ จประเทศตามเป้าหมายที่กำหนด โดยปี 2560 นับเป็นปีที่ 2 ของการจัดทำงบประมาณในลักษณะบูร ณาการด้านการส่งเสริม SME ของประเทศ
แนวทางที่ 1 สร้างและพัฒนาผู้ประกอบการใหม่เ ชิงสร้างสรรค์และนวัตกรรมแบบครบ วงจร (Start Up) และสร้าง SME เกษตร จากวิสาหกิจชุมชนและ Smart Farmer โดยให้ความสำคัญกับการบ่มเพาะผู้ประกอบการใหม่ที่มีการใช้เทคโนโ ลยีและนวัตกรรมเป็นพื้นฐานในการ ประกอบธุรกิจ การสร้างผู้ประกอบการใหม่ในสาขา ที่มูลค่าเพิ่มสูง การเตรียมความพร้อมให้คนรุ่นใหม่ ในการเป็นผู้ประกอบการโดยใช้ ผลงานวิจัยและความเชี่ยวชาญด้ านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ผ่านระบบการบ่มเพาะและอบรมเชิงลึ ก จากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ และหน่วยงานต่างๆ ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโ ลยี กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตลอดจนสนับสนุนเงินทุนและการตลา ด ได้รับอนุมัติวงเงินรวม 1,673 ล้านบาท และคาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ป ระกอบการประมาณ 41,100 ราย
แนวทางที่ 2 ส่งเสริมให้ SME กลุ่มทั่วไป (Regular) มีศักยภาพและผลิตภาพมากขึ้น และให้ความช่วยเหลือ SME ที่ประสบปัญหาทางธุรกิจ เชื่อมโยงกับมาตรการทางการเงินข องกระทรวงการคลังเพื่อฟื้นฟูกิ จการ มุ่งพัฒนาศักยภาพ SME ในสาขาเป้าหมาย เช่น อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป อาหารแปรรูป ฮาลาล ชิ้นส่วนยานยนต์ ฯลฯ โดยปรับปรุงกระบวนการผลิตและการ บริหารจัดการ การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในก ารประกอบธุรกิจ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ การพัฒนาการรวมกลุ่มสินค้าเกษตร และเกษตรแปรรูปในรูปแบบคลั สเตอร์ รวมถึงการขยายโอกาสทางการตลาดโด ยเฉพาะช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) ฯลฯ ได้รับจัดสรรวงเงิน 1,130 ล้านบาท คาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประก อบการประมาณ 106,000 ราย
แนวทางที่ 3 ส่งเสริม SME ที่มีศักยภาพ (Strong) ให้มีความสามารถในการแข่งขันมาก ขึ้น สามารถส่งออกสินค้าและบริการสู่ ตลาดโลกได้ โดยให้ความสำคัญกับการสร้าง Brand การยกระดับการใช้เทคโนโลยีและนวั ตกรรม การยกระดับคุณภาพ มาตรฐาน สินค้าและบริการ การสร้างเครือข่ายกับธุรกิจขนาด ใหญ่ในโครงการประชารัฐแบบพี่ช่ วยน้อง ฯลฯ ได้รับจัดสรรวงเงิน 355 ล้านบาท ผู้ประกอบการจะได้รับประโยชน์ 4,000 ราย
แนวทางที่ 4 พัฒนาระบบบนิเวศน์ที่เอื้อต่อกา รดำเนินธุรกิจของเอกชนและการส่ งเสริม SME (Ecosystem) มุ่งเน้นปรับปรุงการบริหารจัดกา รงานส่งเสริม SME ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยสร้างต้นแบบการพัฒนาผู้ประกอ บการนวัตกรรม สร้างนักบัญชีคุณภาพ ขยายศูนย์บริการข้อมูล SME (One-stop Service Center: OSS) ฯลฯ ได้รับจัดสรรวงเงิน 328 ล้านบาท ผู้ประกอบการจะได้รับประโยชน์ปร ะมาณ 26,000 ราย
สำหรับปี 2560 งบบูรณาการ SME ได้รับการอนุมัติเพิ่มขึ้นเป็น 3,487 ล้านบาท มุ่งหวังให้ SME ได้รับการยกระดับเพื่อเพิ่มขีดค วามสามารถในการแข่งขัน และคาดว่าจะสามารถส่งเสริมผู้ปร ะกอบการได้ไม่น้อยกว่า 177,100 ราย เป็นผลให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศร ษฐกิจประมาณ 45,000 ล้านบาท โดย สสว. มีหน้าที่ติดตามประเมินผลโครงกา ร ตามงบบูรณาการเพื่อนำเสนอ ครม. ควบคู่กันไปกับการพัฒนาศักยภาพข องผู้ประกอบการ
นอกจากนี้ กระทรวงการคลัง ยังให้ความสำคัญ ด้วยการออกมาตรการทางการเงินและ ภาษี ในการส่งเสริมผู้ประกอบการ SME อย่างต่อเนื่องในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา รวมวงเงินในการให้ความช่วยเหลือ กว่า 435,000 ล้านบาท เช่น สินเชื่อเพื่อรายย่อย สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ กองทุนร่วมลงทุนในกิจการ SME และล่าสุดที่กำลังจะเริ่มดำเนิน การคือ กองทุนเพื่อฟื้นฟูกิจการ SME วงเงิน 2,000 ล้านบาท และกองทุนพลิกฟื้น SME วงเงิน 1,000 ล้านบาท รวมถึงมาตรการด้านภาษีสำหรับ SME ซึ่งส่งผลให้ผู้ประกอบการ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนผ่านม าตรการทางการเงิน ไม่น้อยกว่า 48,000 ราย
ปี 2559 ซึ่งเป็นปีแรกของการจัดทำงบประม าณลักษณะบูรณาการด้านการส่งเสริ ม SMEs มีหน่วยงานร่วมดำเนินการ 15 หน่วยงาน วงเงิน 1,526.40 ล้านบาท มีผลการดำเนินงานโดยสามารถสร้าง และพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ จำนวน 17,134 ราย เพิ่มผลิตภาพของ SME จำนวน 30,539 ราย เพิ่มมูลค่าการส่งออกของ SME จำนวน 1,702 ราย ทั้งนี้ คิดเป็นจำนวนผู้ประกอบการที่ได้ รับประโยชน์ รวม 49,375 ราย






