
ม.พะเยาชี้คนไทยเริ่มกันมานิยมแพทย์ทางเลือกมากขึ้น
ดร.อุดม จันทรารักษ์ศรี รองคณบดีฝ่ายวิชาการแพทย์แผนจีน มหาวิทยาลัยพะเยา เปิดเผยว่า ภายหลังมหาวิทยาลัยพะเยาเปิดหลักสูตรแพทย์แผนจีนเมื่อ ปี 2557 โดยได้ลงนามความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยกวางโจวและกวางซี ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มีความเชี่ยวชาญด้านแพทย์แผนจีนเป็นอันดับต้นๆของประเทศจีน หลักสูตรได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยมีจำนวนนิสิตในหลักสูตรแพทย์แผนจีนเพิ่มมากขึ้นทุกปี แสดงให้เห็นว่าแพทย์ทางเลือกได้รับความสนใจมากขึ้น ดังนั้น มหาวิทยาลัยจึงเปิดคลินิกแพทย์แผนจีนขึ้นในโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัย โดยรวมศาสตร์การรักษา 3 สาขาเข้าไว้ด้วยกัน ณ ที่แห่งเดียว ประกอบด้วย การรักษาแบบแพทย์ตะวันตก แพทย์แผนไทย และแพทย์แผนจีน โดยเฉพาะแพทย์แผนจีนได้รับความนิยมจากประชาชนมากขึ้น ทั้งนี้ การรวมศาสตร์การรักษาทั้ง 3 สาขาเข้าไว้ด้วยกัน ณ ที่แห่งเดียว นิสิตของมหาวิทยาลัยพะเยา ก็จะมีโอกาสได้เรียนรู้ร่วมกันและบูรณาการไปด้วยกันในศาสตร์ทั้ง 3 สาขา อันจะเกิดการผสมผสานความรู้ในตัวนิสิตได้ง่ายขึ้น
“อนาคตถ้าแพทย์แผนจีนได้ร่วมพัฒนากับแผนตะวันตกรวมถึงแพทย์แผนไทย ทั้งเรื่องของสมุนไพรไทย วิธีการรักษาดูแลรักษาสุขภาพก็รวมอยู่ด้วยกัน เราจะค่อยๆพัฒนาให้เป็นโมเดลสำหรับพื้นที่อื่นๆ ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงแพทย์ทางเลือกมากขึ้น เฉพาะที่โรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยพะเยาประชาชนนิยมมารักษาแพทย์แผนจีนไม่น้อย อย่างไรก็ดี แพทย์แผนจีนจะสอนให้คนทั่วไปได้รู้จักรักษาร่างกายและรักษาตัวเองได้ แต่หากเป็นโรคเฉียบพลันก็ต้องเป็นการรักษาทางศาสตร์ตะวันตกซึ่งจะทำได้เร็วกว่า และมากกว่า”
ดร.อุดม กล่าวในตอนท้ายว่า การเปิดหลักสูตรแพทย์แผนจีนของมหาวิทยาลัยพะเยา สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศตามแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555-2559) ที่มุ่งส่งเสริม การลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพอย่างเป็นองค์รวม โดยสร้างเสริมสุขภาวะคนไทยให้มีความสมบูรณ์ แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ พัฒนาความรู้และทักษะในการดูแลสุขภาพของตนเอง ครอบครัว ชุมชน สร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนานโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อสุขภาพควบคู่กับการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขให้มีคุณภาพ พร้อมทั้งการส่งเสริมการแพทย์ทางเลือก การพัฒนาระบบฐานข้อมูลสุขภาพของประเทศ การพัฒนาบุคลากรด้านสาธารณสุขให้เหมาะสม ทั้งการผลิตและการกระจายบุคลากร ดังนั้น การผลิตแพทย์แผนจีนจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
“อนาคตถ้าแพทย์แผนจีนได้ร่วมพัฒนากับแผนตะวันตกรวมถึงแพทย์แผนไทย ทั้งเรื่องของสมุนไพรไทย วิธีการรักษาดูแลรักษาสุขภาพก็รวมอยู่ด้วยกัน เราจะค่อยๆพัฒนาให้เป็นโมเดลสำหรับพื้นที่อื่นๆ ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงแพทย์ทางเลือกมากขึ้น เฉพาะที่โรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยพะเยาประชาชนนิยมมารักษาแพทย์แผนจีนไม่น้อย อย่างไรก็ดี แพทย์แผนจีนจะสอนให้คนทั่วไปได้รู้จักรักษาร่างกายและรักษาตัวเองได้ แต่หากเป็นโรคเฉียบพลันก็ต้องเป็นการรักษาทางศาสตร์ตะวันตกซึ่งจะทำได้เร็วกว่า และมากกว่า”
ดร.อุดม กล่าวในตอนท้ายว่า การเปิดหลักสูตรแพทย์แผนจีนของมหาวิทยาลัยพะเยา สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศตามแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555-2559) ที่มุ่งส่งเสริม การลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพอย่างเป็นองค์รวม โดยสร้างเสริมสุขภาวะคนไทยให้มีความสมบูรณ์ แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ พัฒนาความรู้และทักษะในการดูแลสุขภาพของตนเอง ครอบครัว ชุมชน สร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนานโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อสุขภาพควบคู่กับการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขให้มีคุณภาพ พร้อมทั้งการส่งเสริมการแพทย์ทางเลือก การพัฒนาระบบฐานข้อมูลสุขภาพของประเทศ การพัฒนาบุคลากรด้านสาธารณสุขให้เหมาะสม ทั้งการผลิตและการกระจายบุคลากร ดังนั้น การผลิตแพทย์แผนจีนจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง






